• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

มี "สิว" เช็กด่วน เครื่องสำอางคุณมี 7 ส่วนผสมนี้หรือเปล่า

7 ก.ค. 2563 19:00 น.

สาวๆ ที่มีผิวหน้าที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวง่าย จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เครื่องสำอางมากกว่าคนทั่วๆ ไปที่ไม่มีปัญหาสิว เพราะคงอารมณ์เสียสุดๆ ถ้าต้องเสียเงินซื้อเครื่องสำอางราคาแพง แต่ใช้แล้วกลับทำให้ผิวหน้าเยินไปด้วยสิว หลักการง่ายๆ ที่ใช้ในการสังเกตเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดสิวก็คือ มันมักเป็นสูตร "Comedogenic" ซึ่งแปลว่า มีโอกาสในการทำให้รูขุมขนอุดตันและเป็นที่มาของสิว ดังนั้นสาวๆ ที่เป็นสิวง่ายควรเลือกใช้เฉพาะเมคอัพสูตร "Non Comedogenic" แต่นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีส่วนผสมอื่นๆ อีกที่สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง (ไอเทมปราบสิว เครียดแค่ไหนก็เอาอยู่!)

1. น้ำมันสกัดจากธรรมชาติต่างๆ

น้ำมันที่อาจก่อให้เกิดสิว ได้แก่ น้ำมันสกัดที่ได้จากอัลมอนด์, อะโวคาโด หรือแม้แต่น้ำมันมะพร้าวที่ได้รับความนิยมและเป็นส่วนผสมที่อยู่ในเครื่องสำอางและสกินแคร์สายออร์แกนิกหลายๆ ยี่ห้อ MIRROR แนะนำว่าเราอาจจะต้องปรับความคิดเสียใหม่ว่า อะไรที่ได้จากธรรมชาติก็สามารถสร้างผลเสียต่อผิวพรรณได้เช่นกัน เพราะน้ำมันสกัดที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะน้ำมันมะพร้าวสามารถอุดตันรูขุมขนได้ง่าย สาวๆ ที่มีปัญหาสิวจึงควรหลีกเลี่ยง แต่อาจเลือกใช้น้ำมันที่ไม่ค่อยก่อให้เกิดการอุดตันแทน เช่น น้ำมันกัญชง, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันดอกคำฝอย, น้ำมันอาร์แกน และน้ำมันโจโจ้บา

2. ซิลิโคน

"ซิลิโคน" พบมากในเครื่องสำอางประเภทไพรเมอร์ที่ช่วยอำพรางรูขุมขน ด้วยคุณสมบัติที่ทำให้ผิวสัมผัสที่นุ่มลื่น เรียบเนียน และสามารถกันน้ำได้ดี แต่ในขณะเดียวกันซิลิโคนก็ทำให้ผิวขาดน้ำและอาจอุดตันรูขุมขนได้ ยิ่งในกรณีที่ล้างทำความสะอาดได้ไม่หมดจด รับรองสิวอักเสบบุกแน่นอน ดังนั้นจึงน่าจะดีกว่า ถ้า Lady MIRROR สามารถเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic acid เพราะช่วยเติมความชุ่มชื้นและความเต่งตึงให้กับผิวหน้า โดยไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (8 "ไพรเมอร์" ตัวท็อป สำหรับสาว "รูขุมขนกว้าง")

3. น้ำหอม

กลิ่นหอมที่ได้จากการสังเคราะห์ทุกชนิดมีโอกาสทำให้ผิวหน้าระคายเคืองและเป็นสิวได้ โดยเฉพาะกับผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย ใครที่มีปัญหาเรื่องสิวควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางและสกินแคร์ทุกประเภทที่มีส่วนผสมของน้ำหอม ซึ่งตัวที่ควรระวังมากที่สุดมีชื่อว่า "เบนซาลดีไฮด์" ที่แม้แต่ในเครื่องสำอางที่เขียนว่า Fragrance-free ก็อาจมีเจ้าตัวนี้แฝงอยู่ได้ เพราะฉะนั้นก่อนการเลือกซื้อเครื่องสำอางคุณสาวๆ ควรอ่านส่วนผสมอย่างละเอียด เพราะแค่คำว่าปราศจากน้ำหอมอาจไม่เพียงพอ

4. ลาโนลิน

"ลาโนลิน" เป็นน้ำมันที่ได้จากการสกัดขนแกะ ซึ่งเครื่องสำอางหลายๆ แบรนด์นำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักเพราะมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม และให้ความเงางาม แต่รู้หรือไม่ว่าลาโนลินก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดการอุดตันและกระตุ้นการเกิดสิวอักเสบด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่เป็นสิวง่าย ลาโนลินอาจทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้นไปอีก แถมลาโนลินยังมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้อยู่หลายชื่ออีกต่างหาก เช่น Acetylated Lanolin Alcohol, Ethoxylated Lanolin, PEG 16 Lanolin และ Solulan 16 ดังนั้นเวลาเลือกเครื่องสำอางจึงต้องระวังชื่อเหล่านี้ให้ดี สำหรับส่วนผสมที่สามารถใช้แทนลาโนลินได้ MIRROR ขอเสนอ "กรดแลคติก" ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติที่มีอยู่ในผิวหนังของเราอยู่แล้ว จึงอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวบาง แถมช่วยลดปัญหาสิวอุดตันและสิวอักเสบได้อีกด้วย

5. สารที่ได้จากน้ำมันปิโตรเคมี

สารจำพวกนี้จะมาในรูปของพาราฟินแวกซ์, มิเนอรัลออยล์, ปิโตรลาทัมหรือ "ปิโตรเลียมเจลลี่" ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับผิวหน้าของเรา สารเหล่านี้ถูกใส่มาในเครื่องสำอางเพื่อยืดอายุของผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานขึ้น แต่ข้อเสียคือทำให้รูขุมขนอุดตัน เพราะเค้าทำหน้าที่คล้ายฟิล์มที่เคลือบผิว และเป็นสารที่ไม่ละลายน้ำจึงหลุดออกยาก ทำให้สิ่งสกปรก ฝุ่นละอองและแบคทีเรียที่ตกค้าง โดนล็อกอยู่บนผิว ทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ ทั้งยังเป็นการรบกวนกลไกการทำงานของต่อมไขมันใต้ชั้นผิว ที่สำคัญสารที่ได้จากน้ำมันปิโตรเคมีไม่ได้ช่วยให้เกิดความชุ่มชื้นกับผิว เพียงแต่ป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำด้วยการเคลือบไว้เฉยๆ จึงไม่ได้มีประโยชน์ในเชิงการบำรุงอย่างแท้จริง MIRROR แนะนำว่าลองเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ Humectant (เช่น น้ำผึ้ง) แทนจะดีกว่า เพราะเป็นสารที่ช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจริงๆ

6. โซเดียมคลอไรด์

โซเดียมคลอไรด์คือชื่อทางวิทยาศาสตร์ของ "เกลือ" นั่นเอง สาวๆ คงจะงงว่าในเครื่องสำอางมีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่ด้วยหรือ ซึ่งคำตอบคือ ใช่จ้ะ เพราะเกลือสามารถทำให้ของเหลวมีความข้นมากขึ้น จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของรองพื้นบางประเภท แต่เกลือที่อยู่ในเครื่องสำอางแตกต่างจากเกลือที่อยู่ในครีมอาบน้ำที่มีประโยชน์ในการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้ว เพราะเกลือในเมคอัพสามารถทำให้รูขุมขนอุดตันได้ โดยมันถูกจัดให้อยู่ในระดับ 5 จาก Scale 1-5 ของสารที่ก่อให้เกิดการอุดตันได้เลยทีเดียว ก่อนซื้อรองพื้นครั้งต่อไป นอกจากจะดูว่าเป็นสูตรที่ไม่อุดตันรูขุมขนแล้ว ก็อย่าลืมดูว่าไม่มีส่วนผสมของโซเดียมคลอไรด์ด้วยนะจ๊ะ (How to ลงรองพื้นให้ดูเป็น "ธรรมชาติ")

7. สารแต่งสีแดง (D & C Red)

ผงสีสังเคราะห์สำหรับผสมในเครื่องสำอาง ได้จากการกระบวนการผลิตของปิโตรเลียมหรือน้ำมันดิน ให้เฉดสีแดงจึงพบมากในเครื่องสำอางประเภทบลัชออนและลิปสติก โดย Code สีที่ถูกนำมาใช้บ่อยๆ ได้แก่ D & C Red 3, 30, 36, 40 และ 27 Lady MIRROR สามารถสังเกตที่ฉลากของผลิตภัณฑ์ว่ามีชื่อสารเหล่านี้อยู่หรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงและลดโอกาสของการเกิดสิวที่มาจากการอุดตันของรูขุมขน MIRROR แอบกระซิบว่า เจ้าสาร D & C Red 40 และ 27 เป็น 2 ตัวที่ส่งผลเสียกับสาวๆ ที่มีปัญหาสิวมากที่สุด

เห็นรายชื่อส่วนผสมที่อาจทำให้ใบหน้าสวยๆ ของเราเป็นสิวได้แล้ว ลองกลับไปดูฉลากของเครื่องสำอางที่ใช้อยู่กันนะจ๊ะ ว่ามีสารตัวไหนใน 7 ตัวนี้เป็นส่วนประกอบอยู่รึเปล่า ถ้ามีละก็ จะได้ไหวตัวทันและไม่ซื้อซ้ำมาใช้อีกเนอะ.

by วัชรพงษ์ กาญจนกฤต (ฮ้อ)

หนุ่มหน้าตี๋ ดีกรีช่างแต่งหน้าทำผมจากออสเตรเลีย พร้อมตำแหน่งช่างภาพสายแฟชั่นอีกหนึ่งความสามารถ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ซีซั่นใหม่ "ไทยดีไซเนอร์" ปรับตัวอย่างไรบ้าง มาอัปเดตกัน