วิดีโอ
“มึงสิอีกะเทย” 7.7 วันสำคัญเวียนมาบรรจบ ครบรอบ 8 ปี ตำนานวลีอมตะที่ชาวไทยใจพุทธจำไม่ลืม
7 กรกฎาคม: วันที่คนไทยหลายคนต่างพร้อมใจแชร์เรื่องราวในอดีตเมื่อ 8 ปีที่แล้ว กับภาพเหตุการณ์ปะทะคารมอย่างเดือดดาลบนรถตู้ระหว่าง "พระ" และ "กะเทย" ราวกับคับแค้นใจกันมานานหลายปี แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่รถตู้หน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ มุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะกลายเป็นสังเวียนเสมือนอเวจีจำลอง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 เพลิงพิโรธนี้เริ่มขึ้นจากชายแต่งกายคล้ายสงฆ์รายหนึ่ง เดินขึ้นรถตู้โดยไม่สนว่ามีคิวก่อนหน้าถึง 15 คน แม้จะมีคำทักท้วง แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่สนสี่สนแปด แสบถึงทรวงด้วยการตอบกลับความไม่พอใจของคนรอบข้างไปว่า “ฉันก็จ่ายตังค์เหมือนกัน ทำไมจะขึ้นไม่ได้”
เรื่องราวไม่จบแค่นั้น เมื่อชายคล้ายสงฆ์โวยลั่นอ้างว่าพี่สารถี (คนขับรถตู้) ไม่ยอมทอนเงิน 3 บาทให้ จนผู้โดยสารรายอื่นเริ่มหวาดผวา ทันใดนั้นมีผู้โดยสารใจเด็ดรายหนึ่งตวาดเสียงสู้ พร้อมไล่ชายคนนี้ลงจากรถ เหตุการณ์บานปลายจนกลายเป็นการโต้เถียงสุดเดือด และเป็นต้นเหตุแห่งสารพัดวลีอมตะ อาทิ
-อีกะเทย มึงสิอีกะเทย
-เดี๋ยวกูจะแจ้ง
-นิมนต์ลงบัดเดี๋ยวนี้
-มีใบไหมใบบวชเนี่ย มีใบไหม
จากเหตุวิวาทด้วยคารมแห่งความพิโรธ นำไปสู่การตรวจสอบสถานะทางสงฆ์ ซึ่งสุดท้ายความจริงก็ปรากฏว่า ชายรายนี้แอบอ้างเป็นภิกษุผู้ทรงศีล เนื่องจากไม่มี "ใบสุทธิ" (เอกสารสำคัญประจำตัวของพระสงฆ์) จึงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไปตามระเบียบ และทำให้ ผู้โดยสารใจเด็ดคนนี้ ได้รับชัยจากสรภูมิบนรถตู้ก่อนที่จะถึงปลายทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตระหนักรู้ให้กับพุทธศาสนิกชนชาวไทยว่า พระภิกษุสงฆ์และสามเณรทุกรูปต้องมีใบสุทธิอย่างถูกต้อง
และแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านมากว่า 8 ปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ วันที่ 7 กรกฎาคม ของทุกปี ยังถูกยกย่องให้เป็นวันสำคัญทางศาสนา (บนปฏิทินโซเชียล) อีกวันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่ทำให้ชาวพุทธต่างเริ่มทวงถามหา ‘ใบสุทธิ’ เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาจากขบวนการ “พระปลอม” ที่อาศัยชายผ้าเหลืองในการหากิน.
#ไทยรัฐหน้าฮ้าน #ไทยรัฐออนไลน์ #Thairathonline
7 ก.ค. 2569 19:40 น.