หน้าแรกแกลเลอรี่

มีอนาคต

มีอนาคต

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

28 ก.ค. 2564 05:01 น.

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกโตเกียวเกมส์ แข่งกันมาหลายวันแล้ว กำลังจะคืบคลาน เข้าสู่ครึ่งทาง ถึงตรงนี้ ความกังวลต่างๆ บรรยากาศที่ชวนเสียว ภาพมโนที่ชวน ตื่นตระหนกและน่าห่วงใยกับวิกฤติโควิด-19 ที่จะมาโจมตีการแข่งขัน และรวมถึงพลิกให้กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติเกมนี้ กลับกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่อย่างที่หลายฝ่ายห่วงใย และเห็นต่างไม่อยากให้จัดขึ้นแต่ต้นค่อยๆเลือนหาย

แต่ไม่ได้หมายความว่า เหตุการณ์ที่ห่วงใยนั้น จะไม่เกิด เพราะโควิดนั้นประมาทไม่ได้เลย ที่ว่าค่อยๆเลือน ค่อยๆจางไปจากความคิด คำนึงนั้น ก็เพราะเกมการแข่งขัน พลังของโอลิมปิก และความสามารถของนักกีฬาที่ทุ่มเทให้กับการแข่งขัน บวกกับความผูกพันในสายเลือด ทำให้สามารถดึงเอา ความรู้สึกของผู้ชมให้จดจ่ออยู่กับเกมกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง 

อันนี้พิสูจน์ได้ด้วยตัวเองว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ซึ่งนักกีฬาไทยเรานั้น ต้องถือว่าทำได้ดี และว่าไปแล้ว ถือว่าดีเกินคาดเสียด้วย ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้ หมายถึงชัยชนะ หรือเหรียญทองประวัติศาสตร์ของ “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่มาเร็วและ นำความสุข ความภาคภูมิใจมาให้คนไทยทั้งประเทศได้ชื่นชม

ด้วยผลงานของพาณิภัค เป็นที่ประจักษ์ พิสูจน์ทราบด้วยเหรียญรางวัลอยู่แล้ว และน่าดีใจที่เธอยังหวังที่จะแข่งขันต่อในโอลิมปิกครั้งหน้า

ด้านนักกีฬาไทยคนอื่นๆที่ถึงฝันได้ลงแข่งขัน ในกีฬาโอลิมปิก เกมสูงสุดของเหล่านักกีฬาต่างก็ แสดงศักยภาพได้ดีกันทั่วหน้า

ที่สำคัญนักกีฬาหลายคน อายุยังน้อย ฝ่าด่าน เข้าแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้เป็นครั้งแรก และไม่ว่าจะ ได้เหรียญหรือไม่ แต่ก็เปล่งประกายให้เห็นชัดเจน

อย่างมวยสากลเห็นชัดเจน กับสองสาวอย่าง “น้องครีม” ใบสน มณีก้อน ซึ่งเมื่อตอนคว้าโควตาโอลิมปิกครั้งนี้มาได้ ตอนนั้นอายุเพียง 18 ปีเศษเท่านั้น โอลิมปิกเลื่อนมาเลยขึ้นเวทีด้วยอายุ 19 ปี 8 เดือน ทั้งรูปร่างและลีลาการชกถือว่าดีทีเดียว ยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก

เส้นทางกับโอลิมปิกยังอีกยาวไกล และ “เจ้าเฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงษ์ นักชกสาวหล่อ ในวัย 23 ปี แม้เข้ามาอย่างส้มหล่น ด้วยนักมวยเกาหลีเหนือถอนตัวไป เลยได้สิทธิ์มาแทน เป็นโอกาสครั้งสำคัญยิ่งในชีวิต และทำได้ดีเสียด้วย

รวมทั้งนักปิงปองสาว อรวรรณ พาระนัง ในวัย 23 ปีเศษ ก็สู้กับมือระดับท็อปของโลกได้อย่างสนุก แม้จะแพ้ไปก็ตาม

และที่โดดเด่นมากกับ “น้องวอร์ม” อิศราภา อิ่มประเสริฐสุข เป้าบินสาว ที่เกือบจะหยิบเหรียญประเภทสกีตมาได้ แต่เธอก็ไม่ได้เสียขวัญแต่อย่างไร กลับยิ้มสู้และอิ่มเอิบกับการก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้แล้ว วอร์ม จากรั้ว “สิงห์ดำ” รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในวัย 26 ปี ซึ่งในกีฬาเป้าบินนั้นยังถือว่าโอกาสเปิดกว้าง และสามารถกลับมาล้างตาในกีฬาโอลิมปิกได้อีกอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่ายังจะทุ่มเทให้กับเส้นทางนี้หรือไม่

กีฬาโอลิมปิกเที่ยวนี้ ได้เห็นนักกีฬาดาวรุ่งหลายคน ได้โอกาสและใช้โอกาสได้อย่างดีเยี่ยม โอลิมปิกอาจไม่ใช่เป็นเกมของรุ่นเก๋าๆอย่างในอดีตเสียแล้ว

คงต้องเป็นหน้าที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่จะต้องหาทางสนับสนุน เชื่อมต่อ บ่มเพาะนักกีฬารุ่นใหม่ๆเหล่านี้ ไม่เพียงแต่พวกที่ได้มาแสดงฝีมือในโตเกียวเกมส์ ยังรวมถึงหลายคนที่เกือบจะได้มา แต่พลาดท่าในรอบคัดเลือกต่างๆ

ไทยเรามีทรัพยากรทางกีฬาที่ดี ขอเพียงแสวงหาแนวทางในการสนับสนุนให้ตรงจุด เราจะได้มีความสุข ความภาคภูมิใจกับนักกีฬา ไทยของเราในทุกๆเกม

อย่างน้อยก็ได้เยียวยาในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าประเทศชาติจะเผชิญกับวิกฤติอะไร ตัวอย่างมีทุกครั้ง ได้เห็นนักกีฬาไทยของเรา ได้แสดงออกซึ่งศักยภาพ เป็นเวลาแห่งความสุขแน่นอน...

“เบี้ยหงาย”

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอลิมปิกโอลิมปิก 2020โอลิมปิก ญี่ปุ่นโอลิมปิก โตเกียวกีฬาโอลิมปิกOlympic 2020Olympic 2021เบี้ยหงายolympic2020

คุณอาจสนใจข่าวนี้