หน้าแรกแกลเลอรี่

เกมประวัติศาสตร์

เกมประวัติศาสตร์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

23 ก.ค. 2564 05:01 น.

ไม่ว่าจะมีเสียงตำหนิ โจมตี เป็นห่วง หรืออะไรก็ตาม ที่ยื้อยุดฉุดรั้ง ทั้งจากคนญี่ปุ่นเจ้าภาพเอง หรือชาวโลกที่ไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน ครั้งที่ 32 “โตเกียว 2020” จัดต่อไป

จะด้วยความกลัว หวาดหวั่น มากด้วยเหตุผล หรือมากด้วยอารมณ์ กับ “โควิด-19” และรวมถึงสถานการณ์ที่มีการตรวจพบเชื้อในหมู่บ้านนักกีฬาหลายคนแล้วก็ตาม

ข่าวแนะนำ

และไม่ใช่ว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันของญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่น หรือเจ้าของเกม คณะกรรมการโอลิมปิกสากล จะไม่รับรู้รับฟัง หรือไม่เข้าใจ นั่นทำให้ไม่มีเหตุผลอื่น ต้องเป็นด้วยความจำเป็น

แม้จัดก็เสียหายมาก แต่ถ้าไม่จัดจะย่อยยับยิ่งกว่า มากกว่า และกระทบเป็นวงกว้างกว่า

ฝ่ายที่เกี่ยวข้องนั่นแหละรู้อยู่เต็มอก คงต้องชั่งน้ำหนักกันแล้ว

โอลิมปิกที่แตกต่างครั้งนี้มีมิติที่ท้าทายและสำคัญยิ่งแทรกอยู่ ไม่เพียงเกมการแข่งขันในสนาม ที่ต้องแข่งแบบไม่มีคนดูในสนาม หรือแง่มุมทางเศรษฐกิจที่ต้องสูญเสียย่อยยับ

แต่มุมของการรวมตัว ซึ่งมีตัวแทนของนักกีฬาทีมชาติจากประเทศต่างๆทั่วโลกมาร่วมกันแสดงซึ่งศักยภาพทางกีฬา พูดได้เต็มปากว่านี่คือเกมของโลก สะท้อนถึงการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะมีวิกฤติที่เลวร้ายเพียงใด

แน่นอนยังมีความสุ่มเสี่ยงอยู่มาก แต่การยืนหยัดด้วยความสุ่มเสี่ยงนี้ หากยืนอยู่บนความไม่ประมาท มีสติมีปัญญา ใช้ความคิด ความพยายาม ที่มีการออกแบบ ป้องกัน และโดยมีมาตรการเข้มข้นที่สุด โลกยังคงอยู่ มนุษย์ยังต้องก้าวต่อไป แม้จะมีเชื้อโรคอยู่ทั่วไปก็ตาม

และแล้วในที่สุดก็มาถึง วันที่ “โตเกียวเกมส์” จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่โจมตีโลกอยู่ในขณะนี้

นาทีนี้คงต้องให้กำลังใจ เอาใจช่วยญี่ปุ่นกันมากกว่า และอวยพรให้จัดด้วยความสำเร็จ

สำหรับประเทศไทยเราแล้ว กีฬาโอลิมปิกโตเกียวเกมส์ครั้งนี้ก็มีความแตกต่างจากครั้งก่อนๆ

เช่นกัน ไม่เพียงต้องแข่งขันในบรรยากาศเงียบเหงา ด้วยไร้คนดู เช่นเดียวกับชาติต่างๆ

ยังเป็นโอลิมปิกที่ภาครัฐโดดเข้ามาอุ้มอย่างเต็มตัว ไม่เพียงการเตรียมนักกีฬาปกติ

แต่ยังเหมารวมถึงการถ่ายทอดสด ซึ่งเป็นมติคณะรัฐมนตรีออกมาให้ใช้เงินจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และ กสทช. ลงขันคนละครึ่งเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ทั้งหมดแบบเต็มจำนวน ซึ่งในอดีตไม่เคยมีการกระทำอย่างนี้มาก่อน

รอชมรอเชียร์กันตามอัธยาศัย นาทีนี้อยู่บ้านกันอยู่แล้ว ไม่ดูก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยของเรา

ในส่วนของนักกีฬาไทยนั้น ซึ่งส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่ปี 1952 (พ.ศ.2495) เป็นต้นมา

ประสบความสำเร็จคว้าเหรียญรางวัลได้ทั้งหมด 9 เหรียญทอง 8 เหรียญเงิน 16 เหรียญทองแดง แบ่งเป็น ยกน้ำหนัก 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง, มวยสากล 4 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง และเทควันโด 2 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง

ครั้งนี้ได้สิทธิ์ส่งแข่ง 42 คน แต่เจ็บถอนตัวไปหนึ่ง เหลือเดินทางไป 41 คนจาก 15 ชนิดกีฬาประกอบด้วย กรีฑา, แบดมินตัน, มวยสากล, เรือพาย, จักรยาน, ขี่ม้า, กอล์ฟ, ยูโด, เรือใบ, วินด์เซิร์ฟ, ยิงปืน, ยิงเป้าบิน, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส และ เทควันโด

แม้มีจำนวนไม่มากนัก และความคาดหวังของนักกีฬาไทยไม่สูงนัก แต่ “โตเกียวเกมส์” ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ได้เห็นชื่อของประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นๆของเหรียญรางวัล เหนือชาติมหาอำนาจทั้งหลาย

เขียนอย่างนี้ไม่ได้โม้ หรือเพ้อฝันจนเกินจริง จับตาให้ดีคืนวันที่ 24 ก.ค. จบวัน อันดับของไทยแลนด์จะอยู่ที่เท่าไหร่

ด้วยเป็นวันชิงเหรียญทองวันแรก มีชิงกัน 11 เหรียญทอง และหนึ่งในความหวังระดับสูงยิ่งของไทย “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด รุ่น 49 กก.หญิง จะลงชิงชัยในวันนั้น ถ้าได้สักเหรียญ อันดับพุ่งแน่นอน

โอกาสอย่างนี้มีวันเดียว ไม่มีอีกแล้ว รอถ่ายรูปตารางเหรียญเก็บไว้ได้เลย...

“เบี้ยหงาย”

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอลิมปิกโอลิมปิก 2020โอลิมปิก 2021โอลิมปิก ญี่ปุ่นโอลิมปิก โตเกียวกีฬาโอลิมปิกกีฬาโอลิมปิก 2020กีฬาโอลิมปิก 2021Olympicฟอลโลว์โตเกียวเกมส์เบี้ยหงาย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้