ข่าว
100 year

อะไรก็เกิดขึ้นได้กับทัพ "ช้างศึก"

Lemon Juice16 ม.ค. 2563 06:20 น.
SHARE

ก่อนอื่นต้องขออนุญาตตีมือดัง ๆ เพื่อเป็นการเชิดชู และแสดงความยินดีกับน้อง ๆ นักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยยู-23 ที่สามารถสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับตัวเองได้สำเร็จ ในศึกชิงแชมป์เอเชียเวอร์ชั่น 2020

กับผลงานในรอบแรกทั้ง 3 นัด ต้องบอกว่าแจ่มจันทร์เมืองพิจิตรมาก เพราะการเก็บได้ถึง 4 แต้ม คือสถิติใหม่ของนักเตะไทยในรายการนี้

ถึงแม้ว่าเอาเข้าจริง ๆ จากฟอร์มทั้ง 270 นาทีที่ผ่านมา น่าจะเก็บได้มากกว่าที่เห็นบนตารางคะแนน หากเกมรุกมีประสิทธิภาพมากกว่านี้

ยิ่งในเกมกับออสเตรเลีย ถ้าครึ่งแรกจบสกอร์ได้ปราณีตกว่าที่เห็น บางทีสามแต้มอาจจะอยู่กับฝั่งลูกทีมของ อากิระ นิชิโนะ ก็เป็นได้ 

ส่วนในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ผลการประกบคู่ก็ออกมาแล้ว คู่ปรับของไทยไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ซาอุดิอาระเบีย แชมป์กลุ่ม บี ที่ในเกมนัดส่งท้ายรอบแรก ไล่เบียดเอาชนะซีเรียมาได้แบบหวุดหวิด 1-0

ถ้าเปรียบผลงานในทีมชุดชุดใหญ่ ไทยอาจจะเป็นรองทัพเศรษฐีน้ำมันอยู่หลายช่วงตัว แต่ในเกมระดับยู-23 ถือว่ามีลุ้นไม่น้อย เพราะในการปะทะกันเมื่อปี 2016 ปรากฎว่าเสมอกันไปแบบได้ลุ้น 1-1

มาถึงชั่วโมงนี้ ถือว่าอะไรหลายอย่างเข้ามาไทยอยู่พอสมควร ทั้งการเป็นเจ้าภาพ มีกองเชียร์เรือนหมื่นคอยหนุนหลังในสนาม อีกทั้งฟอร์มการเล่นก็ไฉไลขึ้นกว่าเดิม แทบจะเปลี่ยนเป็นคนละทีมจากชุดซีเกมส์เมื่อเดือนก่อน

ดังนั้นถ้าไม่ลุ้นไปโอลิมปิกปีนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะไปลุ้นกันอีกทีปีไหน

ส่วนการตัด “ญี่ปุ่น” ออกไป เพราะได้สิทธิ์ในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิก 2020 ก็ยิ่งทำให้โอกาสของไทย เปิดกว้างเพิ่มขึ้นกว่าเดิมด้วย

นับย้อนกลับไปตั้งแต่ฟุตบอลชายในโอลิมปิกเกมส์ เปลี่ยนกฎเกณฑ์มาใช้แข้งอายุไม่เกิน 23 ปีเป็นแกนหลัก เมื่อปี 1992 ที่บาร์เซโลนา ทีมจากทวีปเอเชียก็มีการเปลี่ยนหน้าคว้าโควตาน้อยมาก

นอกจาก ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ที่ขาประจำในแต่ละครั้งแล้ว นอกนั้นก็ต้องออกแรงเหนื่อย กว่าจะได้ยืนเป็นหนึ่งใน 3 โควตาของเอเชีย

มีเพียงแค่ การ์ตา (ปี 1992), คูเวต (ปี 1992, 2000), ซาอุดิอาระเบีย (ปี 1996), อิรัก (ปี 2004, 2016), ออสเตรเลีย (ปี 2008) และยูเออี (ปี 2012) เท่านั้น ที่สามารถเบียดซิวโควตาได้สำเร็จ

ดังนั้นในการแข่งขันรอบคัดเลือกครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่เปิดกว้างไม่น้อย ที่นักเตะจากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจะได้โชว์ฝีเท้าในโอลิมปิกอีกครั้ง หลังเคยจารึกชื่อร่วมโม่แข้งเมื่อปี 1956 ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย และปี 1968 ที่เม็กซิโก

อีกเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ทีมชาติไทยก็จะได้ไปโอลิมปิกอีกครั้งแล้ว แฟน ๆ ช้างศึกอย่าลืมรวมใจสู้ไปด้วยกันอีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคมนี้ ซึ่งไทยจะปะทะซาอุฯ เวลา 17.15 น. ทั้งที่สนามและทางหน้าจอทีวี.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทีมชาติไทยฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชียช้างศึก U23ทีมชาติไทย U23สังคมกีฬา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้