ไลฟ์สไตล์
100 year

ไม่ใช่โค้ชคั่นเวลา แต่คือโค้ชที่ (ใช่) ของการท่าเรือ

ข้าว บาเล่ย์27 ต.ค. 2563 08:00 น.
SHARE

ผลงานคุมทีม 3 นัด เก็บได้ 9 แต้มเต็มที่ลงสนาม คงจะพอการันตีได้ว่าการท่าเรือ เอฟซี กำลังเดินหน้าสู่การสร้างประวัติศาสตร์ไปเล่นรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ในปี 2021 

3 นัด ที่แม้จะไม่ใช่การเจอกับทีมใหญ่ แต่การเก็บได้ 9 คะแนน ทำให้การท่าเรืออยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์  และเป้าหมายระยะสั้นอีก 5 เกม ในการไปลุยถ้วยเอเชีย 

ข่าวแนะนำ

ชายผู้เข้ามาคุมทัพ คือ "โค้ชอู๊ด" สระราวุฒิ ตรีพันธ์ 

ทันทีที่ชื่อของ "โค้ชอู๊ด" สระราวุฒิ ตรีพันธ์ เป็นชื่อที่ได้รับการแต่งตั้งให้รับหน้าที่เฮดโค้ชต่อจาก จเด็จ มีลาภ  แฟนๆ หลายๆ คนคงตั้งคำถามว่า เขาเป็นใคร และจะไหวเหรอ

บ้างก็ว่า "โค้ชอู๊ด" คงเป็นแค่โค้ชชั่วคราว เพื่อรอเวลาให้ผู้บริหารเฟ้นหาผู้ที่เหมาะสมเข้ามาแทนที่อีกด้วย 

ไม่แปลกที่จะมีคนคิดเช่นนั้น เพราะถ้าเทียบกับโค้ชชั้นนำในเมืองไทย ชื่อของ "โค้ชอู๊ด" ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แม้เขาจะมีดีกรีระดับ "โปรไลเซ่นส์" แล้วก็ตาม  

ผลงานผ่านไปสามนัด ในการคุมทัพ "โค้ชอู๊ด" สามารถปลุกให้การท่าเรือที่เล่นอย่างผิดฟอร์มในช่วงหลังรีสตาร์ตให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอย ผลงานการชนะ ตราด เอฟซี 3-2, ชนะ ระยอง เอฟซี 7-2 และชนะ ประจวบ เอฟซี 2-1 ทำให้แฟนๆ การท่าเรือ ใจชื้นขึ้นมาบ้าง  

สิ่งที่กุนซือรายนี้พยายามจะปลุกปั้น คือ การสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้เกิดขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันว่า การท่าเรือ เป็นทีมที่มีนักเตะฝีเท้าดีจำนวนมากมารวมกัน ดังนั้นหากจูนความเข้าใจในเกมและเรียนรู้ซึ่งกันและกันให้มากขึ้น ทีมสปิริตก็จะเกิดขึ้น 

นี่คือปรัชญาการทำทีมที่สำคัญ ควบคู่ไปกับแท็กติก 

ไม่เพียงแต่นักเตะในทีม แต่กุนซือรายนี้ยังให้ความสำคัญกับทุกๆ ภาคส่วนในทีม ไม่ใช่เฉพาะแค่นักเตะและโค้ช แต่แม้กระทั่งสื่อ, สโมสร, นักกายภาพ ฯลฯ โค้ชอู๊ดก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน 

ทุกๆ การประชุมทีม "โค้ชอู๊ด" จะอนุญาตให้ทีมงานทุกคนเข้าร่วมรับฟังการประชุมทีมด้วย แม้รายละเอียดในส่วนนี้อาจจะเป็นรายละเอียดเล็กมากๆ แต่นี่คือการสร้างให้ทุกภาคส่วนในทีมเกิดความรู้สึกว่าเราคือทีมเดียวกัน ไม่มีใครสำคัญกว่าใคร ทุกความสำคัญ ทุกคนในทีมต้องได้รับรู้ 

ดังคำกล่าวที่เขาเคยพูดกับทุกๆคนในทีมว่า ทุกคนในทีม คือ ซูเปอร์สตาร์หมด ไม่ใช่แค่นักบอลหรือโค้ช

สิ่งนี้จึงค่อยๆ หลอมรวม และแปรเปลี่ยนเป็นผลงานในสนาม ให้การท่าเรือกลายเป็น "สิงห์" อีกครั้ง 

3 นัดพิสูจน์ผลงานของ "โค้ชอู๊ด" ไปแล้ว ด้วยคำว่า "สอบผ่าน" แต่เกมหลังจากนี้ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญ เพราะการเจอกับทีมชั้นนำทั้ง แบงค็อก ยูไนเต็ด, เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ยังเหลือในเลกแรก นับเป็นโปรแกรมที่หนัก และจะพิสูจน์ฝีมืออย่างแท้จริง 

คงไม่อาจตอบได้ว่า สุดท้ายแล้ว "โค้ชอู๊ด" จะพาการท่าเรือสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ได้อีกหรือไม่ แต่เชื่อว่าเขาได้พิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มที่ว่า ไม่ได้มาแค่เป็น "โค้ชคั่นเวลา" 

เพราะบทบาทโค้ช ไม่ได้มีแค่การสร้างแท็กติกในทีม แต่การสร้างทีมสปิริตคือสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่จะทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สระราวุฒิ ตรีพันธ์โค้ชอู๊ดการท่าเรือ เอฟซีโค้ชคั่นเวลาไทยลีกข่าวฟุตบอลข่าวกีฬา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 18:33 น.