หน้าแรกแกลเลอรี่

“ช้างศึก” เดิมพัน ทวงเจ้าอาเซียน

“ช้างศึก” เดิมพัน ทวงเจ้าอาเซียน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

28 พ.ย. 2564 04:20 น.

อีก 1 สัปดาห์พอดิบพอดี ที่ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย จะมีโปรแกรมสำคัญในการประเดิมลงฟาดแข้งศึกลูกหนังชิงแชมป์อาเซียน หรือ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” นัดแรก วันที่ 5 ธ.ค.

“ฮอตสปอร์ต” กราวกีฬาไทยรัฐจะไล่เรียงความเป็นมาของรายการนี้ รวมถึงสถิติต่างๆและความพร้อมล่าสุดของทีมชาติไทยให้ได้รับทราบกันพอสังเขปเพื่อเป็นน้ำจิ้มกันก่อน

รายการนี้ฟาดแข้งกัน 2 ปีครั้ง เพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน

โดยเริ่มต้นครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ในปี 1996 (พ.ศ.2539) ใช้ชื่อว่าฟุตบอล “ไทเกอร์คัพ” และครั้งนั้นทีมชาติไทยของเราก็สามารถคว้าแชมป์เป็นประเดิมได้ด้วย

ต่อมาในปี 2008 รายการนี้เปลี่ยนสปอนเซอร์ผู้ให้การสนับสนุน จึงใช้ชื่อ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แน่นอนว่า “ช้างศึก” เป็นแชมป์รายการนี้มากที่สุดถึง 5 สมัย รองลงมาคือ สิงคโปร์ 4 สมัย เวียดนาม 2 สมัย และมาเลเซีย 1 สมัย ตามลำดับ

ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2018 ตำแหน่งเจ้าอาเซียนตกเป็นของทีม “ดาวทอง” เวียดนาม และรองแชมป์เป็น “เสือเหลือง” มาเลเซีย ขณะที่ทีมชาติไทยของเรา จอดป้ายแค่รอบรองชนะเลิศ หลังถูกมาเลย์เขี่ยร่วงรอบตัดเชือกแบบน่าเจ็บใจ ด้วยกฎประตูทีมเยือน หลังจากที่ทั้ง 2 นัด สกอร์เสมอกัน 2-2

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 จะระเบิดแข้งกัน ระหว่างวันที่ 5 ธ.ค.64-1 ม.ค.65 โดยทีมชาติไทย อยู่ในสายเอ ร่วมกับ “เจ้าภาพ” สิงคโปร์, เมียนมา, ฟิลิปปินส์, ติมอร์-เลสเต ขณะที่สายบี ประกอบด้วย มาเลเซีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ลาว และกัมพูชา

โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่ม ของ “ช้างศึก” วันที่ 5 ธ.ค. พบ ติมอร์-เลสเต เวลา 16.30 น., วันที่ 11 ธ.ค. พบ เมียนมา เวลา 19.30 น., วันที่ 14 ธ.ค. พบ ฟิลิปปินส์ เวลา 16.30 น. และวันที่ 18 ธ.ค. พบ สิงคโปร์ เวลา 19.30 น. โดยที่ช่อง 7 เอชดี จะถ่ายทอดสดทุกนัดที่ทีมชาติไทยลงสนาม รวมถึงในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศด้วย หากทีมไทยเข้าถึง

เมื่อดูจากรายชื่อนักเตะ 30 คนสุดท้ายของทีมชาติไทยที่ประกาศออกมา ส่วนใหญ่เน้นหนักไปที่กองกลาง โดยมีผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ถึง 15 คน ขณะที่กองหลังมี 9 คน และกองหน้า 3 คน รวมถึงผู้รักษาประตู 3 คน

นำทัพโดยตัวหลักที่ค้าแข้งอยู่ต่างแดน ทั้ง “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน จากโยโกฮามา เอฟ มารินอส, “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากคอนซาโดเล ซัปโปโร, “กัน” ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร จากเลสเตอร์ ซิตี้, “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากโอเอช ลูเวิน รวมถึง โจนาธาน เข็มดี จากโอบี โอเดนเซ ที่ฟอร์มดีกับทีมชาติไทยชุดยู-23

นอกจากนี้ พวกตัวหลักที่เคยเล่นร่วมกันมาในระยะหลังๆ อาทิ ธีรศิลป์ แดงดา, สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, มานูเอล ทอม เบียร์ห และ อดิศักดิ์ ไกรษร เหล่านี้ก็ยังอยู่กันครบ

อย่างไรก็ตามผู้สันทัดกรณีทั้งหลายวิเคราะห์ตรงกันว่าทีมชุดนี้มีปัญหาที่แนวรับ

และจากการที่ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แบ็กซ้ายจากสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ พรรษา เหมวิบูลย์ เซ็นเตอร์แบ็กของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศถอนตัวหลังจากถูกประกาศรายชื่อ 30 คนสุดท้ายแล้วด้วย

ทำให้น่าเป็นห่วงหนักกว่าเดิม

นี่ยังไม่รวมถึงความกังวลหากผู้เล่นตัวหลักในตำแหน่งกองหลังบาดเจ็บระหว่างทัวร์นาเมนต์ ผู้เล่นที่เป็นอะไหล่ในทีมชุดนี้จะสามารถทดแทนกันได้หรือไม่ด้วย

ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่ว่า มาโน โพลกิง กุนซือใหญ่ จะเรียกใครเข้ามาอุดรอยรั่วแทน แต่มันก็ทำให้เห็นว่าเราจะไม่ได้ใช้งานกองหลังที่เป็นตัวเลือกอันดับแรกอยู่ดี

ก่อนหน้านี้ “มาดามแป้ง” นวลพรรณล่ำซำ ซึ่งเข้ามารับบทบาทผู้จัดการทีมชุดใหญ่ ครั้งแรกเคยให้สัมภาษณ์แบบแบ่งรับแบ่งสู้เอาไว้ว่า ทีมชาติไทยจะได้แชมป์หรือไม่นั้นไม่รู้ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด

แต่ก็เชื่อว่าในใจของเธอนั้นคงรู้ดีว่าศึกนี้จะพลาดไม่ได้

ยิ่งเหลือบไปดูสถิติการคว้าแชมป์ ที่สิงคโปร์เจ้าภาพครั้งนี้ไล่จี้มาติดชนิดหายใจรดต้นคอแล้วด้วย

ความคาดหวังของคนทั้งชาติย่อมต้องอยู่ที่รายการนี้

เราหนีความจริงข้อนี้ไปไม่พ้น.

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2021บอลอาเซียนฟุตบอลอาเซียนอาเซียนคัพฟุตบอลอาเซียนคัพAFF Suzuki Cupเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพHotsport

วิดีโอแนะนำ

ทองทั้งหน้า! หนุ่มเปิดใจลง นะหน้าทอง เสริมมงคล
09:21

ทองทั้งหน้า! หนุ่มเปิดใจลง นะหน้าทอง เสริมมงคล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้