หน้าแรกแกลเลอรี่

อินไซด์ฟุตซอลเวิลด์คัพ... ลิทัวเนีย (6)

อินไซด์ฟุตซอลเวิลด์คัพ... ลิทัวเนีย (6)

บี บางปะกง

1 ต.ค. 2564 06:30 น.

เสร็จจากภารกิจตะลุยฟุตซอลโลกที่ลิทัวเนีย 

แข้งโต๊ะเล็กทีมชาติไทย เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเรียบร้อยแล้วครับ

แต่ยังมีควันหลงจากศึกเวิลด์คัพครั้งนี้ มาเล่าสู่กันฟัง โดย “พี่หมอไพศาล”

ที่กรุณาเขียนถ่ายทอดมาให้ให้แฟนๆ ‘ไทยรัฐสปอร์ต’ ได้อ่านกันอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่วันเดินทางไป ยันจนถึงวันเดินทางกลับ

--------------------------------------

ผมขอเล่าต่อ ถึงอาการบาดเจ็บของ "เต่า" วรศักดิ์ ศรีหรั่งไพโรจน์ ต่อนะครับ 

เช้า 24 ก.ย. 64 ได้ให้เลซองของทีม (TLO-Team Liaison Officer) ช่วยนัดพบแพทย์ เพื่อจะพา "เต่า" ไปทำ MRI ที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย ไปทำบัตรที่ห้องฉุกเฉินก่อน ไม่ค่อยมีคนไข้มากนัก มีการจัดให้นั่งรอห่างๆ กัน ตามมาตรการโควิด-19 หลังรอเรียกเข้าพบแพทย์

ปรากฏว่าได้พบกับแพทย์เวชศาตร์ฉุกเฉิน (Emergency Physician) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญโรคที่ฉุกเฉินทั้งหลาย ส่วนใหญ่ท่านจะทำงานในห้องฉุกเฉินของ รพ.ทั่วๆ ไป ในประเทศไทย แพทย์จะต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างน้อย 3 ปี แล้วได้บอร์ดหรือวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญฯ 

”เต่า" ได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจเข่าขวาที่บาดเจ็บ แล้วส่งตรวจเอกซเรย์ธรรมดา (Plain X-ray) ของเข่าขวา ซึ่งจะเห็นเฉพาะกระดูก ไม่เห็นส่วนภายนอกและภายในข้อ ที่เป็นเนื้อเยื่อที่เอกซเรย์ธรรมดามองไม่เห็น ต้องตรวจด้วยวิธี MRI (Magnetic Resonance Imaging) เครื่องเอกซเรย์ที่ใช้การสร้างภาพ จากสนามแม่เหล็กของเครื่อง จริงๆ แล้วไม่ได้ใช้รังสีเอกซเรย์ใดๆ เลย เราเรียกชื่อภาษาไทยว่าเอกซเรย์สนามแม่เหล็กก็จริง เพราะภาพที่ได้ออกมาเหมือนเป็นการเอกซเรย์นั่นเอง 

ดังนั้นแพทย์ได้แจ้งผลเอกซเรย์ ก็คือไม่พบมีกระดูกแตกหักอะไร แพทย์ที่ดูคนแรกก็บอกว่าจะส่งทำ MRI ทันทีไม่ได้ ต้องปรึกษาหมอกระดูก (ออร์โธปิดิกส์) ก่อน สรุปว่ารอตรวจจากหมอกระดูก แล้วถึงจะส่งทำ MRI แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถทำ MRI ได้ที่ รพ.แห่งนี้ ทั้งๆ ที่เป็น รพ.มหาวิทยาลัย มีเครื่อง MRI โดยให้เหตุผลว่า ไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน ให้ไปนัดทำ MRI ที่อื่น กล่าวโดยสรุปที่เราให้ TLO (Team Liaison Officer) ติดต่อขอทำ MRI นั้น ไม่สามารถทำได้ ต้องเข้าสู่ขบวนการปกติของทาง รพ. 

ซึ่งในกรณีเป็น รพ.สำหรับการแข่งขันกีฬานั้น เขาจะต้องมีระบบที่เรียกว่า Fast Track ไม่ต้องเข้าระบบการตรวจแบบปกติ เพราะนักกีฬาที่มาร่วมการแข่งขัน ไม่มีเวลามานั่งรอตามคิวปกติ เขาจะต้องได้รับการตรวจอย่างรวดเร็ว ให้รู้ว่าเป็นอะไรแน่ (Definite Diagnosis) รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไร จึงกลับไปเล่นได้? มีอันตรายไหมหากกลับไปเล่น เพราะเมื่อออกจาก รพ. ใช้เวลาไป 2 ชม. และได้นัดทำ MRI ได้เมื่อเวลา 17.00 น. เสียเวลาไปเกือบครึ่งวัน โดยเจ้าภาพไม่ได้จัดระบบ Fast Track ไว้ให้สำหรับการแข่งขันครั้งนี้เลย 

จึงเป็นข้อสรุปได้ว่า การบริหารจัดการด้านบริการทางการแพทย์ของลิทัวเนีย ในฐานะเจ้าภาพงานใหญ่ระดับนี้ ไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งก็อาจสะท้อนถึงฟีฟ่าด้วยว่า ไม่ได้ลงในรายละเอียดเรื่องนี้กับทางเจ้าภาพ เพราะตอนที่อยู่ที่ รพ. แพทย์ที่เป็นผู้ประสานงานหลักของเจ้าภาพ (LOC-Local Organizing Committee Medical Officer) ก็รับทราบตลอด "เต่า" และผมก็ต้องเดินทางกลับโรงแรม และได้ไปทำ MRI ที่เซ็นเตอร์นอก รพ. ที่เราเรียกกันทั่วไปว่า Diagnostic Center ด้านเอกซเรย์ทุกอย่าง มีเอกซเรย์ธรรมดา / อัลตราซาวนด์ / CT scan (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) และ MRI

ใช้เวลาทำประมาณ 25 นาที แต่ที่สำคัญคือ ผลที่แพทย์จะรายงานจะเป็นภาษาลิทัวเนีย หากต้องการเป็นภาษาอังกฤษ จะต้องเสียค่าแปลอีก 30 ยูโร นอกจากค่าทำ MRI 170 ยูโรแล้ว สรุปจ่ายค่า MRI ไป 200 ยูโร ได้ไฟล์ภาพใน Thumb Drive มา และรอผลอ่านที่จะส่งตามมาให้ทางอีเมล ซึ่งตามปกติเขาบอกว่าจะส่งให้ภายใน 24 ชม. แต่ได้ขอร้องให้เขาอ่านผลให้เลย (เป็นภาษาลิทัวเนีย) ซึ่งก็อ่านให้รวดเร็ว เพราะกลับไปถึงโรงแรมแล้ว ตอนค่ำๆ ก็ได้ผล แต่ก็ต้องรอแปลเป็นภาษาอังกฤษ ในวันรุ่งขึ้น (จนกระทั่งเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ แล้วผลอ่าน MRI เป็นภาษาอังกฤษยังไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่เสียค่าแปลไปแล้ว 30 ยูโร) 

ผมได้แก้ปัญหา โดยส่งไฟล์ภาพ MRI กลับมาที่เมืองไทย ให้ นพ.ภคภณ อิสรไกรศีล แพทย์ออร์โธปิดิกส์ แห่งศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางเวชศาสตร์ฟุตบอล รพ.กรุงเทพ ได้ดูด้วย ควบคู่ไปกับที่ลิทัวเนีย เมื่อได้ผลอ่านเป็นภาษาลิทัวเนียแล้ว ให้แพทย์ลิทัวเนียแปลความให้ด้วย ซึ่งสรุปว่า มีเอ็นไขว้หน้าขาด หมอนรองกระดูกด้านนอก (Lateral Meniscus) ฉีกขาดด้านหลัง และเอ็นยึดเข่าภายนอก ที่ด้านในของเข่า (Medial Collateral Ligament) ฉีกขาดบางส่วน 

ซึ่งกว่าจะได้ผลสรุปก็ค่อนคืน ผมได้เรียนให้คุณอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ รวมถึง "โค้ชหมี" และ "โค้ชอุดม" ผู้ช่วย ทราบผลและแนวทางรักษา ซึ่งสรุปว่าจะต้องได้รับการผ่าตัดส่องกล้อง และเสริมเอ็นไขว้ใหม่เข้าไป (ACL-Anterior Cruciate Ligament Reconstruction) ในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อข้อเข่ายุบบวมลง และคาดว่าจะกลับไปเล่นฟุตซอลได้ ภายในเวลาประมาณ 5-6 เดือน 

เช้าวันที่ 25 ก.ย. ผมกับผู้ช่วยโค้ช "อุดม" ในฐานะโค้ชต้นสังกัดของ "เต่า" สโมสรท่าเรือ ได้เข้าไปให้ข้อมูลกับนักกีฬาว่า ผล MRI ที่ทางหมอทางลิทัวเนียรายงานมาและได้ให้ทางแพทย์ที่เมืองไทยให้ช่วยดูด้วย เห็นตรงตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ขอให้มั่นใจว่าทาง "บิ๊กป๋อม" ประธานฟุตซอล และทางสมาคมฯ จะดูแลการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูให้เป็นอย่างดี มีโอกาสกลับไปเล่นฟุตซอลได้แน่นอน เพราะมีกรณีนักฟุตบอล / ฟุตซอลทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ได้รับการผ่าตัดแล้วทำกายภาพบำบัด เวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เอาจริงเอาจัง ก็จะได้ผลดีอย่างแน่นอน 

ผมในฐานะแพทย์ประจำทีม และประธานฝ่ายแพทย์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ร่วมกับคุณอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ และคุณสุทิน บัวตูม ผู้จัดการทีม ต้องให้ความมั่นใจกับนักกีฬาที่บาดเจ็บ จากการไปรับใช้ชาติมาเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการรักษาพยาบาลและทางด้านจิตใจ เพราะอยู่ๆ ที่ตนเองได้ฝึกซ้อมจนถึงจุดสูงสุด เพื่อไปแข่งขันในระดับโลก แล้วเกิดบาดเจ็บในการแข่งขันแล้วต้องหยุดพักรักษาตัวนั้น นอกจากการรักษาแล้ว ตัวนักกีฬาจะมีการสูญเสียรายได้ หรือโอกาสที่จะสูญเสียรายได้ ในช่วงหยุดเล่นเพื่อทำการผ่าตัดและฟื้นฟูนั้น 

ทางผู้ที่เกี่ยวข้องควรต้องช่วยกัน หามาตรการที่เหมาะสมในการชดเชยให้นักกีฬาที่บาดเจ็บอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปด้วยครับ (ต่อตอนหน้า)
  

นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์

ประธานฝ่ายแพทย์สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ    

แพทย์ประจำทีม และ Medical Liaison Officer ประจำทีมฟุตซอลไทย 

ในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกของฟีฟ่า ที่ประเทศลิทัวเนีย.



- บี บางปะกง -

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทีมชาติไทยบอลไทยช้างศึกโต๊ะเล็กช้างศึกฟุตซอลฟุตซอลทีมชาติไทยฟุตซอลโลก 2021นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์บี บางปะกงวรศักดิ์ ศรีหรั่งไพโรจน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้