ไลฟ์สไตล์
100 year

เดิมพันด้วยเลือดกิเลน "ซูเปอร์มาริโอ" โค้ชใหญ่กิเลนในวัย 34 ปี

จอน บอลไทย23 ต.ค. 2563 06:00 น.
SHARE

ลูกหลานตำนาน / เกือบตายด้วยอุบัติเหตุ / แข้งอัจฉริยะ / นักเตะสุดเกรียน / สู่โค้ชใหญ่กิเลนในวัย 34 ปี “มาริโอ ยูรอฟสกี”

บิ๊กเซอร์ไพรส์ไม่น้อยเลย หลังจากที่ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ อดีตแชมป์ไทยลีก 4 สมัย ประกาศแต่งตั้ง "ซูเปอร์มาริโอ” มาริโอ ยูรอฟสกี อดีตตัวรุกขวัญใจแฟนๆ ถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม ขึ้นกุมบังเหียนทีม พร้อมมีผู้ช่วยอย่าง ดานโญ่ เซียก้า และ อุทัย บุญเหมาะ สองสตาฟฟ์ที่มีสายเลือดของกิเลนผยองแท้ๆ เช่นเดียวกัน

ข่าวแนะนำ

“หวังใช้เลือดกิเลนที่ข้นคลั่กในตัวของมาริโอ และสองสตาฟฟ์ปลุกความเป็นกิเลนในตัวของน้องๆ นักเตะเมืองทอง ชุดปัจจุบัน”

เล่นด้วยแพสชั่น เล่นเพื่อแฟนบอล เล่นเพื่ออนาคตของตัวเอง เล่นเพื่อตราสโมสรบนหน้าอกซ้ายนี่คือโจทย์ใหญ่ของ มาริโอ ยูรอฟสกี ที่จะต้องทำให้ได้และนั่น ทำให้เราต้องพาไปรู้จักผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่เหล่าชาวกิเลนผยอง กำลังจะฝากความหวังเอาไว้ตลอดทั้งฤดูกาล 2020

มาริโอ ยูรอฟสกี เกิดเมื่อเดือนธันวาคม ปี 1985 หรือเมื่อเกือบ 35 ปีที่แล้ว ภายในครอบครัวที่มีคุณพ่อ และคุณลุงเป็นตำนานนักเตะชาวยูโกสลาเวีย

คุณพ่อของเขา ชื่อว่า “มิลโก้” ผู้เป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของประเทศยูโกสลาเวีย ก่อนล่มสลาย เพราะเป็นนักเตะคนแรกที่ย้ายจากสโมสร เรด สตาร์ เบลเกรด ไปอยู่กับ ปาร์ติซาน เบลเกรด ก่อนย้ายไปค้าแข้งกับ โกรนิงเก้น ในลีกฮอลแลนด์ ช่วงที่ มาริโอ ยูรอฟสกี้ อายุประมาณ 5 ขวบ

ส่วนคุณลุงของเขา บอสโก ยูรอฟสกี เป็นนักเตะกองกลางในตำนานของทีม เรด สตาร์ เบลเกรด ที่เคยคว้าแชมป์ลีกถึง 4 สมัย และเคยติดทีมชาติทั้ง ยูโกสลาเวีย กับ ทีมชาติมาซิโดเนีย มาแล้ว

ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ ดีเอ็นเอ ความบ้าบอลของคุณลุง และคุณพ่อ จะถ่ายทอดสู่เจ้าหนู “มาริโอ” ที่เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับ เอฟซี จูเนียร์ จนกระทั่งได้ย้ายไปอยู่กับ เรด สตาร์ เบลเกรด ในระดับอะคาเดมี เมื่อตอนอายุ 14 ปี เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว

ซึ่งเป็นปีที่เขาเกิดอุบัติเหตุเฉียดตายที่สุดในชีวิต ที่ทำให้เขาไม่เคยลืมเลือน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2543 ที่ทำให้เขามีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนหัว และตัดสินใจสักข้อความภาษาไทยว่า “หก หก สองห้าสี่สาม” บริเวณหน้าอก เพื่อเตือนใจตัวเอง

"เหตุการณ์ครั้งนั้นผมอยู่ในรถ และรถผมก็ลื่นตกเหวตอนที่ผมอยู่ที่เซอร์เบีย วันนั้นมันเป็นอะไรที่ร้ายแรงมากในชีวิตผม มันคือวันที่ผมตายไปแล้ว และนี่คือชีวิตที่สองของผม ผมรู้สึกดีที่ผมยังมีโอกาสใช้ชีวิตต่อไปเป็นครั้งที่สอง ผมไม่มีวันลืมวันนั้นแน่นอน และผมก็เลยสักไว้ที่หน้าอกเพื่อเป็นคำเตือนให้กับผมตลอดเวลา"

"ส่วนรูปของลูกชายที่สักตรงข้อพับด้านในแขนนั้น ผมต้องการเห็นหน้าเขาตลอดเวลา เขาเป็นเหมือนพลังของผม ส่วนด้านหลังที่มีรูปของครอบครัวมันก็หมายถึงพวกเขาคือส่วนสำคัญในการผลักดันผมมาจนถึงทุกวันนี้"

นี่คำกล่าวย้อนหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ของ มาริโอ จาก Goal Thailand ที่บ่งบอกว่า เขาให้ความสำคัญต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และครอบครัวมากแค่ไหน

ซึ่งหลังจากฝึกฝนฟุตบอลอย่างจริงจัง เขาก็ได้เซ็นสัญญาอาชีพกับ เรด สตาร์ เบลเกรด ในปี 2003 ก่อนย้ายไปเล่นให้ เบซานนิญา ทีมร่วมลีกเซอร์เบีย และก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2006-07 พร้อมนำทีมผ่านเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า คัพ จากนั้นเขาก็โลดแล่นอยู่ในลีกยุโรปตะวันออกกับ วอจโวดิน่า (ลีกเซอร์เบีย) และ เมตาลูรห์ โดเนตส์ค (ลีกยูเครน) ซึ่งช่วงดังกล่าว เขาติดทีมชาติมาซิโดเนียด้วย ที่จำนวน 12 นัด ยิงได้ 2 ประตู

ก่อนที่ปี 2012 มาริโอ จะจากบ้านจากแผ่นดินยุโรป ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมาปักหลัก นั่นคือ ประเทศไทย

มาริโอ เซ็นสัญญากับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในยุคของ “ย็อคก้า” สลาวิซา โยคาโนวิช ก่อนสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ไทยลีกแบบไร้พ่ายกับสโมสร “กิเลนผยอง” ได้ในปี 2012 ร่วมกับนักเตะชั้นนำอย่าง ดานโญ่ เซียก้า, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ดัสกร ทองเหลา, ธีรศิลป์ แดงดา ฯลฯ

หลังจากอยู่ “กิเลนผยอง” สามปี เขาก็ย้ายไปอยู่กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อีกสองบิ๊กเนมของไทยลีก ก่อนกลับมาอยู่ “กิเลนผยอง” ในช่วงสั้นๆ เมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดแบบช็อคแฟนๆ ในวัยเพียง 34 ปีเท่านั้น

นอกจากจำนวนประตู 79 ประตู จาก 163 นัดในศึกไทยลีก และนอกจากเกียรติประวัติยาวเหยียด ทั้ง แชมป์ไทยลีก 1 สมัย, รองแชมป์ไทยลีก 3 สมัย, รองแชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย และ รองแชมป์ลีกคัพ 1 สมัย แล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของ “มาริโอ” ก็คือ ความเกรียนอย่างจริงใจของเขา ที่สร้างรอยยิ้ม และความทรงจำมากมายให้กับไทยลีก ทั้งการถอดกางเกงดีใจสมัยอยู่กับ “กิเลนผยอง” และการวิ่งไปดีใจกับแสตนด์อัฒจันทร์ที่ไม่มีคนดู สมัยอยู่กับ “แข้งเทพ”

ซึ่งนั่นทำให้แฟนบอลต่างก็ไม่ลืมเขา

ปี 2020 ทันทีที่ มาริโอ ประกาศเลิกเล่น เขาตัดสินใจเดินหน้าเข้าอบรมหลักสูตรการเป็นโค้ชอย่างเต็มตัว และหาคอนเนกชั่นจากรายการ “The 20 Talk” ในช่วงที่สถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 กำลังรุนแรง ซึ่งเป็นการปูทางทำความรู้จักเอเย่นต์ต่างๆ ก่อนจะเป็นโค้ชเต็มตัว

แต่โชคชะตาที่เขาวาดหวัง กลับมาเร็วเกินกว่าจะห้ามใจให้ไม่ตอบรับ

หลังเป็นโค้ชทีมระดับเยาวชนของ เมืองทอง ในรุ่น ยู-17 และ ยู-19 ได้ไม่นาน สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ประกาศแต่งตั้ง มาริโอ ยูรอฟสกี้ ขึ้นคุมทีมชุดใหญ่ในวัยแค่ 34 ปีเท่านั้น หลังจากแยกทางกับ อเล็กซานเดร กาม่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจะนำทัพ “กิเลนผยอง” บุกเยือน โปลิศ เทโร เอฟซี ในช่วงสุดสัปดาห์นี้
และนั่นคือการเริ่มต้นใหม่ของตำนาน
ที่แฟนบอลไทย ต้องจับตามอง….

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาริโอ ยูรอฟสกีเมืองทอง ยูไนเต็ดเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไทยลีกข่าวไทยลีกไทยลีก 2020ข่าวฟุตบอล

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 11:57 น.