ข่าว
100 year

แมตช์ผีบอก "บอลไทยโฉมใหม่"

ป๋อง กพล20 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

หลังจากมหากาพย์เรื่องราวของการรอคอยที่แฟนบอลไทยหลายๆ คนรอคอยก็จบสิ้นลงซะที กับการสรรหากุนซือช้างศึกที่พวกเรารอคอย ก็สิ้นสุดลงเสียที อากิระ นิชิโนะ กุนซือสัญชาติญี่ปุ่นคนนี้ ที่ในตอนแรกเกิดเรื่องราวกระแสดราม่ามากมายว่าสุดท้ายแล้ว ดีลนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เค้าจะมาจริงหรือป่าว สมาคมมีพาวเวอร์และเม็ดเงินพอที่จะจ้างไหวหรือไม่ หลายๆ คนตั้งคำถาม แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่สมาคมพยายามย้ำว่าไม่น่ามีอะไรผิดพลาด เพราะสัญญาลูกผู้ชายที่เอ่ยวาจากันไว้นั้น เพียงพอต่อการทำให้กระแสดราม่าเหล่านี้จบลงได้

และสุดท้ายที่สุด เค้าคนนี้ก็เปิดตัวคุมทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และถือว่าเป็นกุนซือชาวญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลทีมชาติไทย และน่าจะเป็นกุนซือชาวเอเชียคนแรกด้วย (ถ้าไม่นับกุนซือชาวไทย) ที่เข้ามาคุมทีมชาติไทยในครั้งนี้ ถ้าคุณๆ ท่านๆ จำกันได้ ก่อนหน้านี้ประมาณ 1-2 เดือนถ้าจำกันได้ ผมเคยเขียนถึงเรื่องราวของกุนซือทีมชาติไทย ในตอนนั้นผมได้บอกไว้ว่า ถ้าจะให้ดี กุนซือทีมชาติไทยควรเป็นเอเชียถึงจะเหมาะสมที่สุด เพราะอะไรหลายๆ อย่างมันไม่ได้ต่างกันมากนัก แถมยิ่งเป็นเกาหลี กับ ญี่ปุ่นด้วยแล้ว ยิ่งดีใหญ่ ซึ่งการมาของ นิชิโนะ ก็ถือว่าโดนใจผมมาก

เพราะ นิชิโนะ น่าจะทำให้รูปแบบการเล่นของเราเปลี่ยนไปพอสมควร ความสมดุลต่างๆ น่าจะมีเยอะ แต่ติดอยู่แค่อย่างเดียว ที่ตัวของเค้าเองนั้นมีเวลาเตรียมตัวเตรียมทีมน้อยไปสักนิด เพราะหลังจากที่เค้ารับตำแหน่ง เค้าจะมีเวลาในการดูฟอร์มผู้เล่นของเราอีกแค่ประมาณ เดือนนิดๆ แล้วตัวเค้าเองนั้นจะต้องเจอกับงานหินสุดๆ ก็คือ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่กำลังจะเริ่มต้นสตาร์ตกันในเดือนกันยายนนี้

ซึ่งงานนี้จะเป็นบททดสอบที่สุดหินของ นิชิโนะ กันเลยทีเดียว แต่ๆ ทว่าความหินของเค้ากลับกลายมาแอบมีโชคเข้าข้างบ้างเมื่อผลการจับสลากนั้นดันออกมาเป็นใจเสียเหลือเกิน เพราะทีมชาติไทยของเราได้อยู่ร่วมสายกับทีมเพื่อนบ้านย่านเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จะมีกระดูกเบอร์ใหญ่จากชาติอาหรับก็คือ ยูเออี เท่านั้นเอง

การเห็นผลการจับสลากออกมาแบบนี้ ผมว่าตัวของนิชิโนะเอง น่าจะทำงานง่ายขึ้น เพราะเป้าหมายมันเริ่มชัดเจนแบบไม่ต้องกังวลมากนัก การจบที่ 2 ของกลุ่ม และเป็นที่ 2 ที่ดีที่สุด 4 ทีม ก็เพียงพอให้เราเข้าไปสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง นี่คือจุดหมายปลายทางที่ นิชิโนะต้องทำให้ได้ เพราะถ้าผิดไปจากนี้ถือว่า สอบตก

เราลองวิเคราะห์กันเล่นๆ นะครับว่า ทีมช้างศึกของเราจะมีกี่แต้มถึงจะเพียงพอ ถ้าคิดแบบเข้าข้างตัวเอง การเจอกับทีมอาเซียนด้วยกัน มันต้องตบไปกลับทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายถึง 18 แต้มนะครับ แต่มันคงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น เอาเป็นว่า การเจอกับชาติอาเซียนด้วยกัน เราน่าจะมีสัก 16 แต้ม แล้วกับ ยูเออี ขอสักแต้ม ก็น่าจะเพียงพอแล้วกับการกรุยทางเข้าสู่รอบต่อไป เราลองมาดูโปรแกรมกันสักหน่อยนะครับว่าเป็นอย่างไรกับแต้มที่เราควรจะได้

     วันที่ 5 กันยายน 2562 (เหย้า) พบกับ เวียดนาม ต้อง 3 แต้มเท่านั้น
     วันที่ 10 กันยายน 2562 (เยือน) พบกับ อินโดนีเซีย ต้อง 3 แต้มเท่านั้น
     วันที่ 15 ตุลาคม 2562 (เหย้า) พบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 แต้มถือว่าคุ้มค่า
     วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 (เยือน) พบกับ มาเลเซีย 3 แต้มต้องได้
     วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 (เยือน) พบกับ เวียดนาม 1 แต้มก็เพียงพอ
     วันที่ 26 มีนาคม 2563 (เหย้า) พบกับ อินโดนีเซีย 3 แต้มเพื่อกรุยทางรอบต่อไป
     วันที่ 4 มิถุนายน 2563 (เยือน) พบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แพ้ให้น้อยที่สุด
     วันที่ 9 มิถุนายน 2563 (เหย้า) พบกับ มาเลเซีย 3 แต้มเพื่อความสุข

ซึ่งถ้าทั้งหมดเป็นแบบนี้ตามที่ผมคิด ความสุขสันต์ของวงการบอลบ้านเรา ก็น่าจะกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง หลังจากกระแสซบเซาไปนานพอสมควร ความหวังทั้งหมดอยู่ในมือของคุณแล้วนะครับ อากิระ นิชิโนะ ช่วยลบคำสบประมาทว่าเราเป็นแค่เสือกระดาษ ปลุกช้างศึกกลับมาผงาดอีกครั้ง ให้สมกับที่พวกเรารอคอย วันนี้ลาไปก่อนนะครับ สวัสดี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อากิระ นิชิโนะกุนซือช้างศึกช้างศึกฟุตบอลทีมชาติไทยกุนซือทีมชาติไทยคนดังนั่งเขียนป๋อง กพล

คุณอาจสนใจข่าวนี้