ข่าว
100 year

ของจริงคืออะไร

เบี้ยหงาย12 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไทยเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการ แข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในต้นเดือน ม.ค.ปีหน้า ซึ่งถือเป็นรายการใหญ่ ของเอเชียและเอเอฟซี เป็นรายการอันดับ 2 รองจากเอเชียนคัพ ทีเดียว และที่สำคัญเป็นรายการ คัดโอลิมปิก ตัวแทนชาติเอเชียไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งก็รู้กันล่วงหน้ามานานแล้ว และเหมือนมีการเตรียมเนื้อเตรียมตัวกันมาตลอด เลือกสนามแข่งขันที่จะใช้กันแล้ว ซึ่งนอกจากในเมืองกรุง ที่ราชมังคลากีฬาสถานแล้ว ยังกระจายไปจังหวัดต่างๆด้วย

ผู้แทนเอเอฟซีก็มาประชุม มาตรวจ มีคอมเมนต์ เสนอแนะให้ปรับปรุงกันมาต่อเนื่อง

มาช่วงนี้ดูเหมือนจะมีข่าวออกมาในทำนองว่าการเป็นเจ้าภาพยังไม่แน่ ขึ้นอยู่กับการปรับปรุงสนาม ซึ่งเอเอฟซีจะมาตรวจในเดือน ต.ค. หากมีความเป็นไปได้ว่าสนามจะไม่เสร็จสมบูรณ์ตามเวลา เอเอฟซีก็มีสิทธิ์จะเลือกสนามใหม่ในไทย และหากไม่มีสนามใดพร้อมก็อาจส่งผลให้ถอนสิทธิการเป็นเจ้าภาพ ด้วยยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกันแต่อย่างไร

แน่นอนงบประมาณปรับปรุงสนามมาจากภาครัฐ ผ่านทางการกีฬาแห่งประเทศไทย และ กองทุนพัฒนาการกีฬาฯ ซึ่งสนามที่อยู่ในความดูแลของ กกท. ไม่น่าเป็นประเด็น ใช้งบได้ ส่วนสนามนอกจากการดูแลของ กกท.นี่สิ งบหลวงเอามาทำไม่ได้ แล้วเอางบที่ไหน ใครจะควัก!

ก็อดแปลกใจไม่ได้ เรื่องนี้รู้กันมานาน ถ้ารู้แล้วไม่เตรียมตัว หรือทำแบบเช้าชามเย็นชาม มันก็สมควรจะถูกประณามอย่างยิ่ง ไม่น่าเชื่อ

ยังมีเรื่องเช่นนี้อีก และที่จุดขึ้นมาตอนนี้ดูแล้วไม่พ้นเพื่อกระตุ้นของบประมาณ ถ้ามีแล้ว ก็ต้องได้ไม่พอ ทำนองนั้น
มุมของการจัดเป็นศักดิ์เป็นศรีของประเทศชาติ และวงการฟุตบอลชาติไทย แต่เหนือจากการจัดก็คือ ประโยชน์ในเชิงลูกหนัง ซึ่งก็สารภาพกันชัดๆจากนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ซึ่งท่านบอกชัดเจนว่า ถ้าถึงขั้นริบสิทธิการเป็นเจ้าภาพ จะส่งผลเยอะ ต่อไปคือทีมชาติไทยจะไม่ได้เล่นรอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพ เพราะผลงานในรอบคัดเลือกเราตกรอบหมด หมดโอกาสลุ้นไปโอลิมปิกเกมส์

ซึ่งก็คือเหลือโอกาสสุดท้ายแล้ว ความสามารถไม่ถึง ก็ต้องพึ่งพาแนวทางอย่างนี้เพื่อสร้างโอกาส

และการสร้างโอกาส ก็ย่อมต้องมีการใช้เงินเข้ามาเกี่ยวข้อง

นี่เพียงแค่เรื่องของสนาม ยังไม่รวมถึงการเตรียมทีม บ่มเพาะศักยภาพของนักเตะไทยในช่วงเวลาที่เหลือ เอาแค่โค้ชที่ต้องเข้ามารับผิดชอบคัดเลือกและควบคุมทีม ยิ่งยุคนี้มอบให้ควบทั้งชุดใหญ่และชุด 23 ปี อยู่ภายใต้โค้ชญี่ปุ่น อากิระ นิชิโนะ ซึ่งเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ถูกชูขึ้นมา ก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญากัน แถมปล่อยฟรีให้นิชิโนะ พิจารณาว่าจะเซ็น ไม่เซ็น หรือเซ็นวันไหน ตามสะดวก ไทยรอได้เสมอ

ทั้งๆที่ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกจะเริ่มขึ้นในต้นเดือน ก.ย. เวลาเหลือน้อยเต็มทน!!!

และแม้นิชิโนะเซ็นสัญญาส่งกลับมา กว่าจะมาเริ่มงาน เวลาก็หมดไปทุกที แน่นอนฟุตบอลไม่ใช่พลิกฝ่ามือก็ดีขึ้นได้ทันตา ต้องอาศัยเวลาปรับตัว ปรับสไตล์กัน

หากทีมไทยไม่ประสบความสำเร็จดังที่ฝันกัน หรือเพียงแก้ตัว พลิกฟื้นศรัทธาไม่ได้จากผลงานที่ผ่านมา จะปล่อยผ่านๆไปแค่อีกครั้ง หรือหาเหตุกันอย่างไร

นักเตะ โค้ช เงิน เวลา หรือการบริหารจัดการห่วย อะไรคือข้อเท็จจริง...

“เบี้ยหงาย”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อากิระ นิชิโนะฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีเอเอฟซีโอลิมปิก 2020ญี่ปุ่นเรียงหน้าชนเบี้ยหงาย

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้