หน้าแรกแกลเลอรี่

“กกท.” ผุดกิจกรรม “Thailand Online Sports Day” รวม 5 ชนิดกีฬา

“กกท.” ผุดกิจกรรม “Thailand Online Sports Day” รวม 5 ชนิดกีฬา

ไทยรัฐออนไลน์

14 ส.ค. 2564 08:32 น.

“การกีฬาแห่งประเทศไทย” ผุดกิจกรรม “Thailand Online Sports Day” เพื่อชวนคนไทยส่งคลิปการแข่งขันกีฬา โดยกำหนดไว้ 5 ชนิดกีฬาด้วยกัน
 

การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดกิจกรรม “Thailand Online Sports Day” เปิดโอกาสให้คนไทย ทุกเพศ ทุกวัย ร่วมส่งคลิปวิดีโอเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาผ่านระบบออนไลน์ ชิงรางวัลรวม 152,000 บาท เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพแบบวิถีใหม่โดยหลีกเลี่ยงความแออัด ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่จะขับเคลื่อนพัฒนากีฬาและสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติได้เป็นอย่างดี

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การกีฬาแห่งประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในพันธกิจ โดยมีการพัฒนาวงการกีฬาภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐาน และครอบคลุมในทุกๆ ด้าน แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ส่งผลต่อการดำเนินวิถีชีวิตตามปกติของทุกคน ประชาชนไม่สามารถออกกำลังกายตามสนามกีฬาต่างๆ โรงยิม หรือสถานที่ต่างๆ ได้ ทำให้การจัดกิจกรรมหรือแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ นั้นหยุดชะงักลง

“ดังนั้นเพื่อเป็นการรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมวิถีใหม่ การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรม Thailand Online Sports Day ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างกระแสความตื่นตัว และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแบบนิวนอร์มอลผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งจะช่วยรณรงค์ให้ผู้คนหันมาออกกำลังกาย เล่นกีฬา และดูแลสุขภาพ รวมถึงเป็นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่องตามพันธกิจของการกีฬาแห่งประเทศไทยโดยทั้งได้จัดคณะกรรมการตัดสินเข้าร่วมทำการตัดสินในครั้งนี้ด้วย ได้แก่ 1. สมาคมกีฬา กีฬาไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2. สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย 3. สมาคมกีฬาสแต็ค 4. ชมรม Keep It’Real 5. ชมรมเซิร์ฟสเกตสมุทรปราการ”
 
สำหรับกิจกรรม Thailand Online Sports Day แบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 ชนิดกีฬา ได้แก่

1. การแข่งขันมวยไทยยุทธศิลป์ ประเภท Talent เปิดรับผู้เข้าแข่งขันทุกเพศ ทุกวัย เพียงส่งคลิปการแสดงมวยไทยยุทธศิลป์เป็นระยะเวลา 4 นาที โดยใช้พื้นที่การแข่งขัน 8x8 เมตร เลือกเพลงและออกแบบท่าทางการแสดงตามความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแต่งกายให้เหมาะสมและใช้การใช้ทักษะมวยไทยถูกต้องสมบูรณ์

2. การแข่งขันเทควันโดฟรีสไตล์พุมเซ่ เปิดรับผู้เข้าแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี (พ.ศ. 2553) ไม่จำกัดสาย ในรอบคัดเลือกจะมีการแข่งขันทั้งหมด 2 รอบ คือ รอบที่ 1 Taeguek 3 และรอบที่ 2 Taeguek 4 ซึ่งผู้แข่งขันจะต้องส่งคลิปการเล่นทั้ง 2 รอบ โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องตั้งกล้องแนวนอนให้อยู่ห่างจากนักกีฬา 7 เมตรส่วนของสายคาดเอว ควรอยู่กึ่งกลางของจอ

3. การแข่งขันกีฬาสแต็ค เปิดรับผู้เข้าแข่งขันรุ่นอายุ 7-23 ปี ผู้เข้าแข่งขันส่งคลิปการเล่นสแต็ค 3-3-3, 3-6-3 และ Cycle โดยตั้งกล้องแนวนอนและจัดมุมกล้องให้เห็นการวางมือได้อย่างชัดเจน โชว์จอแสดงเวลาที่หน้ากล้องตลอดเวลาและตัวเลขต้องไม่กลับด้าน

4. การแข่งขันเซิร์ฟสเกต ผู้เข้าแข่งขันส่งคลิปเล่นเซิร์ฟสเกตไม่เกิน 2 นาที ในรอบคัดเลือกจะมีการแข่งขันทั้งหมด 2 รอบ คือ รอบที่ 1 ฟรีสไตล์ และรอบที่ 2 สลาลมจับเวลา ซึ่งผู้แข่งขันจะต้องส่งคลิปการเล่นทั้ง 2 รอบ สำหรับสลาลมผู้แข่งขันจะต้องโชว์จอแสดงเวลาที่หน้ากล้องตลอดเวลา การจับเวลาในการเคลื่อนเข้ากรวย จำนวน 15 กรวย แต่ละกรวยต้องห่างกัน 1 เมตร

5. การแข่งขันเต้นบี-บอย ผู้เข้าแข่งขันส่งคลิปเต้นบี-บอย 2 นาที โดยเน้นความสมบูรณ์ ความแข็งแรง พื้นฐาน ความยากของท่า การเข้าจังหวะ ความคิดสร้างสรรค์

“สำหรับในวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ผู้เข้าแข่งขันจะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตัวเองเพื่อเป็นการโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย โดยจะมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันรอบตัดสินผ่านทาง YouTube ขอบสนาม ในวันที่ 9 กันยายน 2564 ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาในประเภทต่างๆ จะมีรางวัลให้แก่ผู้ชนะและรางวัลอื่นๆ รวม 152,000 บาท” รองผู้ว่าการ กล่าวปิดท้าย

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกท.การกีฬาแห่งประเทศไทยบิ๊กก้องดร.ก้องศักด ยอดมณีโควิด-19

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจข่าวนี้