หน้าแรกแกลเลอรี่

ดิ้นหนีตาย

ดิ้นหนีตาย

จ๊อกกิ้งบอย

6 ก.ค. 2564 05:01 น.

สถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่กำลัง ทะลักจุดเดือดอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” แบบ สุดๆของบ้านเรา ณ เวลานี้ อาละวาด ฟาดงวง ฟาดงา ไปทุกทิศ ทุกทาง

การแพร่ระบาดในพื้นที่สีแดงแจ๋ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมันได้ส่งผลกระทบหนักต่อทุกภาคส่วนอย่างชนิดเลี่ยงไม่ออกจริงๆ โดยเฉพาะสภาพสังคม เศรษฐกิจ ที่พากันล่มสลาย พังกระจายเป็นแถบๆจนยากจะเยียวยา

ความหวังเดียวที่พี่น้องประชาชนทั้งชาติจะฝากไว้ได้ คือฝีไม้ลายมือการบริหารประเทศของ “ลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในการดูแลควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งกำลังอยู่ในขั้น “ไอซียู” เข้าไปทุกขณะ แม้หลายคนจะรู้ดีว่าทางรอดของปัญหาใหญ่ที่เราทุกคนกำลังเผชิญร่วมกันอยู่ทั้งโลกในตอนนี้มันจะริบหรี่เต็มทน

แต่ยังไงถ้าชีวิตมันไม่สิ้นก็ยังต้องดิ้นกันสุดฤทธิ์จนกว่าจะหมดลมหายใจกันไปข้างนั่นแหละ!! โดยวันก่อนผมได้เห็นข่าวที่กลุ่มตัวแทนผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายฟิตเนส ที่นำโดย คุณธันย์ปวัฒน์ เตชภูวดลวิทิต เจ้าของฟิตเนส แอคไลฟ์ฟิตเนสคลับ เข้าพบและยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “นายกฯลุงตู่” ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

หลังฟิตเนสเป็นกิจการหนึ่งที่เจอพิษโควิดเล่นงานจนถูกสั่งปิดไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งเจ้าของกิจการ, พนักงาน, ผู้ฝึกสอน, เทรนเนอร์และนักกีฬาทีมชาติ ที่พากันเดือดร้อนไปหมด

ซึ่งจดหมายที่ยื่นไปได้ส่งถึงศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.), สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

จากเนื้อหาใน จ.ม.เปิดผนึกดังกล่าว มีข้อเรียกร้องภาครัฐ 5 ข้อ คือ

1.ยกเลิกคำสั่งปิดสถานออกกำลังกายและฟิตเนสแบบเหมารวม ขอให้ปิดเฉพาะสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อ หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงเป็นเวลา 14 วัน

2.ขอให้มีคำสั่งปลดล็อกเพื่อให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้เต็มรูปแบบภายในวันที่ 1 ส.ค. 2564 ภายใต้มาตรการป้องกันโรคตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข เช่น การเว้นระยะ การจำกัดจำนวนคนและความสะอาด

3.พิจารณาเรื่องการจัดสรรวัคซีนให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการฟิตเนสโดยเร็วที่สุด

4.ขอนโยบายชัดเจนเรื่องการเยียวยาชดเชยรายได้ที่ไม่เคยได้รับ นโยบายการพักชำระหนี้

การกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อรักษาสภาพคล่องธุรกิจและการจ้างพนักงาน จากการปิดธุรกิจชั่วคราว

รวมถึงส่วนลดหรือเลื่อนชำระค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ตลอดจนลดหย่อนภาษีรายได้ส่วนบุคคลของผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับสถานออกกำลังกายและฟิตเนส

และข้อ 5.เปิดช่องทางการสื่อสาร เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนที่ เดือดร้อน

นอกจากนี้ คำสั่งปิดฟิตเนสทำให้มีผลกระทบกับนักกีฬาทีมชาติเพาะกาย ที่ไม่มีสถานที่ฝึกซ้อม ทั้งๆที่จริงๆแล้วนักเพาะกายต้องมีการซ้อมอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งปีนี้ นักกีฬาทีมชาติมีโปรแกรมแข่งชิงแชมป์โลกและชิงแชมป์เอเชียด้วยแล้ว การที่ ศบค.มีคำสั่งปิดฟิตเนส ทำให้นักกีฬาทีมชาติ ไม่มีสถานที่ทำการฝึกซ้อมเลย จึงอยากให้ทางภาครัฐช่วยแก้ปัญหาให้ในส่วนนี้ด้วย

โดยทาง พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช. ผู้มารับหนังสือร้องเรียน ได้ให้ข้อแนะนำว่า ให้ทางกลุ่มฟิตเนสไปจัดทำมาตรการการป้องกันความปลอดภัยสำหรับผู้ที่มาใช้บริการฟิตเนสว่ามีอะไรบ้าง?

และให้ส่งรายละเอียดเรื่องนี้ เพื่อให้ทาง ศบค.ได้นำไปพิจารณาในการประชุมต่อๆไป ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ แต่ถ้าในกรณีที่ถึงเดือนหน้าแล้ว สถานออก กำลังกายฟิตเนสยังไม่สามารถเปิดดำเนินกิจการได้

ทางกลุ่มผู้ประกอบการก็คงจะหาทางอื่นเพื่อช่วยเหลือกันต่อไป โดยจะไปร้องเรียนที่หน่วยงานอื่นๆให้ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการการกีฬา ทาง ส.ว. และ ส.ส.ให้พิจารณาช่วยเหลือต่อไป เพราะทุกคนเดือดร้อนจริงๆ

งานนี้ต้องดิ้นหาทางรอด...ทุกรูปแบบดีกว่านอนพะงาบ...รอความตายไปวันๆ.

จ๊อกกิ้งบอย

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดไอซียูผลกระทบโควิดฟิตเนสสถานที่ออกกำลังกายเรียงหน้าชนจ๊อกกิ้งบอย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้