ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "เสี่ยโบ๊ท" : วันที่มวยไทยโดนหมัดน็อกจากพิษ "โควิด-19" (คลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์15 ส.ค. 2563 08:00 น.
    SHARE

    สถานการณ์การแพร่ระบาดของ "โควิด-19" ที่เริ่มสร้างความปั่นป่วนทั่วโลกมาตั้งแต่ปลายปี จนส่งผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าทั่วทั้งโลกก็เจอพิษที่ร้ายแรงเช่นนี้เล่นงานกันทั่วหน้ารวมถึงประเทศไทยกับวงการกีฬามวยก็หลีกหนีไม่พ้น และนี่คือมุมมองของ "เสี่ยโบ๊ท" ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ชื่อดังแห่งค่ายเพชรยินดี อะคาเดมี่ ถึงความรู้สึก ทิศทางวงการมวยในประเทศไทย 

    1) ย้อนถึงความทรงจำเกี่ยวกับมวยในวัยเด็ก

    เกิดมาก็เห็นค่ายมวยเห็นนักมวยเห็น เห็นเอ่อ..บรรยากาศของสนามมวยตั้งแต่จำความได้นะครับ ตั้งแต่เล็กจนโตเนี่ยก็อยู่ในสนามมวยอยู่ในค่ายมวยมาโดยตลอด เพื่อนเล่นของผมก็เป็นนักมวยในค่ายนะครับ แล้วก็วิ่งเล่นอยู่ในค่ายมวย คือความทรงจำในวัยเด็กเนี่ยมวยคือส่วนหนึ่งของชีวิต โตมากับมวยเลยก็ว่าได้ครับ

    2) เส้นทางสู่การเป็นโปรโมเตอร์

    จริงๆ มันเป็นความฝันนะครับ เป็นความฝันของผมตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้ว ผมว่าผมก็เคยไปที่โรงเรียนแล้วคุณครูก็จะถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ผมก็จะบอกกับคุณครูว่าอยากเป็นโปรโมเตอร์มวย ตั้งแต่ผมอายุ 7 ขวบนะครับ แล้วก็เป็นอาชีพที่คนอื่นจะงงว่าเอ๊ะทำไมผมเด็กชายโบ๊ทถึงอยากเป็นโปรโมเตอร์มวย บางคนก็อยากจะเป็นหมอ อยากจะเป็นวิศวกร อยากจะเป็นอะไรก็ว่ากันไปใช่มั้ยครับ แต่ว่าผมรู้จักอาชีพนี้อาชีพเดียวตอนนั้นตอนอายุ 7 ขวบ และก็เลยทำให้ผมตัดสินใจว่านี่คืออาชีพที่ผมจะแน่วแน่และเดินไปให้สุดให้ได้กับการเป็นโปรโมเตอร์มวย ณ วันนั้น ตอนที่อายุ 7 ขวบ และก็พอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราคิดอยู่มันทำให้เราแน่วแน่มากขึ้น เพราะว่าในสายตาของชาวต่างชาติเนี่ยมวยไทยคือกีฬาที่ถ้าเรียกเป็นภาษาวัยรุ่นก็คือโคตรเจ๋ง โคตรเท่ ในสายตาชาวต่างชาติ

    เราก็คิดว่าทำไมชาวต่างชาติถึงให้ความสำคัญกับมวยไทยมากขนาดนี้ แต่ทำไมคนไทยในประเทศของเราถึงไม่ค่อยให้ความสำคัญ มองว่าเป็นกีฬาของคนจน มองว่าเป็นกีฬาที่ถูกจำแนกไปอีกประเภทหนึ่ง ที่คนทั่วไปไม่ค่อยกล้าจะเข้ามาสัมผัส ก็เลยมีเป้าหมายว่ากลับมาเรียนจากต่างประเทศแล้วจะกลับมาทำเรื่องมวยแบบเต็มที่ ก็เริ่มประกบคู่มวย เริ่มตามคุณพ่อ เริ่มเป็นผู้ช่วยโปรโมเตอร์ จนในที่สุดก็เป็นโปรโมเตอร์ค่ายมวยตอนอายุ 25 ปี เราอยู่กับคุณพ่อตลอด และก็เห็นคุณพ่อว่าเป็นต้นแบบเป็นไอดอลในชีวิต

    3) อุดมการณ์ประจำใจคืออะไร

    อุดมการณ์ที่ผมมีตั้งแต่เริ่มต้นทำงานจนถึงวันนี้ก็คือ ผมต้องการให้สังคมมวยดีขึ้น โดยที่ไม่ได้มองเรื่องผลประโยชน์เป็นอันดับแรก เรื่องผลประโยชน์ต้องเป็นอันดับรอง อันดับแรกคือจะทำยังไงให้สังคมนี้ดีขึ้น สังคมนี้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข อันนี้คืออุดมการณ์ในการทำงานของผม

    4) การจัดมวยครั้งไหนที่ประทับใจมากที่สุด

    หลายครั้งนะครับผม จัดมวยเกิดความประทับใจหลายครั้งในชีวิตที่จัดมวยก็ประทับใจแล้ว เพราะครั้งแรกที่ผมจัดมวยแล้วผมประสบความสำเร็จมาก คนอื่นเขาจะเก็บยอด 7 แสน 8 แสนบาท ตอนนั้นเป็นที่สนามเวทีมวยลุมพินี แต่ว่าตอนนั้นผมเป็นผู้ช่วยโปรโมเตอร์อยู่ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้ประกบคู่มวยแล้วจัดเองแล้ววันนั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะว่าวันนั้นผมสามารถเก็บยอดได้ 1 ล้าน 7 แสนบาท ซึ่งปกติแล้วรายการระดับผมไม่เกิน 7 แสน 8 แสน ก็ถือว่าเยอะแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเป็นเหตุผลเพราะอะไร หลังจากนั้นก็เลยกลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้มุ่งมั่นอยากทำงานตรงนี้มากขึ้น

    5) นักมวยไทยคนไหนที่ชื่นชอบที่สุด

    ถ้าเกิดชอบจริงๆ ชอบหลายคน แต่ว่าถ้าเกิดเอาที่เป็นขวัญใจของผมเอง ผมชอบพี่ สามารถ พยัคฆ์อรุณ เพราะพี่สามารถเก่งจริง เป็นนักมวยที่เก่งมาก เป็นนักมวยที่อัจฉริยะ เป็นนักมวยที่ครบเครื่อง เป็นนักมวยที่ผมว่าหาใครมาเทียบเคียงยุคไหนไม่ว่าจะเป็น พ.ศ. ไหน ยากกับพี่สามารถ ถ้าเป็นนักมวยสากลผมก็ชอบ ไมค์ ไทสัน

    6) เมื่อครั้งที่ โควิด-19 ระบาดหนักๆ ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง และมีวิธีการปรับตัวยังไง

    จริงๆ ก็ได้ผลกระทบกันทั้งโลก แต่มวยไทยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผลกระทบหนักหนาสาหัสเพราะว่าเป็นกลุ่มคนที่ต้องบอกว่าเป็นคนที่รากหญ้านะครับ ไม่มีคนรวยคนไหนที่จะมาเป็นนักมวย เพราะฉะนั้นเนี่ยในช่วงเวลาโควิดที่ผ่านมา ผมเองในฐานะของค่ายมวยก็ต้องดูแลนักมวยในสังกัดนะครับ ประมาณ 50 คนที่อยู่ในค่าย เพชรยินดี อะคาเดมี นอกจากนั้นผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นคนจัดมวยผมก็ต้องมีค่ายมวยในสังกัดอีก 70 ค่ายดูแล ซึ่งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 5 เดือนตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ที่ประกาศยกเลิกการแข่งขันมวยจนถึงวันนี้ เราใช้เงินไปแล้วประมาณ 10 ล้านบาทได้มั้งสำหรับ เพชรยินดี อะคาเดมี ที่เราช่วยเหลือและเราก็ช่วยเหลือค่ายมวยในสังกัดค่ายมวย ช่วยเหลือทั้งอุปกรณ์มวยในการกลับมาของมวยไทย ช่วยเหลือในเรื่องของ เจลแอลกอฮอล์ ที่ส่งไปให้ทุกค่ายด้วยความเป็นห่วงนั่นคือสิ่งที่เราช่วย แล้วไอ้เรื่องของบริษัทเองมันขาดทุนอยู่แล้วครับ เพราะว่าไม่มีรายรับมีแต่รายจ่าย

    7) ถ้าย้อนกลับไปตอนนั้นอยากจะบอกอะไรเกี่ยวกับกระแสที่ว่าคนมวยคือหนึ่งในสาเหตุของการกระจายเชื้อโควิด-19 

    ก็คงไม่ต้องบอกอะไรครับ เพราะก็ยอมรับว่าวันนั้นจริงๆ แล้วว่ามันไม่ควรมีการจัดการแข่งขันมวยแล้ว ช่วงเวลาที่เกิดการติดโควิด-19 ในประเทศไทยจากสนามมวย ช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาที่จะต้องงดมวยไปแล้ว แต่ก็ยังดื้อจัดกันเอง ส่วนของเราก็ผิด แต่ว่าหลังจากนั้นแล้วสิ่งที่ดีก็คือวงการมวยไทยคือวงการเดียวในประเทศนี้ คือสังคมเดียวที่ออกมาเปิดหน้าและยอมรับว่าพวกเราติดโควิด-19 จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเราตอนนี้คือ 3,000 กว่ารายถูกมั้ยครับ แต่ว่ากลุ่มมวยคือกลุ่มเดียวที่เรารู้ว่าหน้าตาของแต่ละคนคือใครที่ติดโควิด-19 แต่อีก 2,000 กว่าไม่มีรู้นะว่าใครติดโควิด-19 บ้าง นี่แหละคือความรับผิดชอบที่เรามีต่อสังคม และเราก็ประกาศชื่อให้คนรอบข้างได้ระวังตัวกัน อันนี้คือสิ่งที่ผมว่าในมุมร้ายก็ยังมีมุมดีอยู่ครับผม

    8) พูดถึงการจัดการโดยภาพรวมทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ช่วงวิกฤติโควิด-19

    ยังนึกไม่ออกเรื่องของสำนักงานกีฬามวยที่มีทำประโยชน์ให้กับวงการมวยนะ อย่าว่าแต่ช่วงโควิด-19 เลย ก่อนโควิด-19 ด้วยยังนึกไม่ออกอะไรที่ทำให้เป็นประโยชน์กับคนในวงการมวย สิ่งสำคัญที่สุดคือการเยียวยานักมวยจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เงินกัน สำนักงานกีฬามวยให้ไปลงทะเบียนที่ กกท. ทั่วประเทศ หัวหน้าคณะมวย นักมวย ไปลงทะเบียนแล้วก็รับเงินเยียวยา ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม น่าจะเป็นเดือนพฤษภาคม จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เงิน ก็ผมไม่รู้ว่ามีสำนักงานกีฬามวยไว้เพื่ออะไร มีไว้ช่วยเหลือวงการมวยให้ดีขึ้นหรือว่าทำให้วงการมวยไทยตกต่ำลง

    9) รู้สึกยังไงที่ตอนแรกมีหนังสือด่วนออกมาถึงประเด็นที่ยังห้ามแฟนมวยเข้าสนามมวย

    คือจริงๆ ต้องเริ่มแบบนี้ก่อนวันที่ 11 สิงหาคมเนี่ย มีหนังสือออกมา สมช. กับ ศบค. บอกว่า อนุญาตให้เปิดการแข่งขันกีฬาแบบปกติแล้ว นักเรียน นักศึกษา สามารถไปเรียนได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทุกอย่างเข้าสู่ระบบปกติ เราก็ดีใจ วันที่ 11 สิงหาคม ว่ามวยจะได้มีคนดูแล้วเพราะว่าเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาคือจัดแบบไม่มีคนดู พอไม่มีคนดูแล้วเนี่ยมันก็ทำให้โปรโมเตอร์ไม่มีรายได้เป็นอย่างแรก อันดับที่สองคือนักมวยโดนลดค่าตัว 50 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างต่ำ หัวหน้าคณะก็ไม่มีส่วนแบ่งจากนักมวยเพราะว่านักมวยโดนลดค่าตัวแล้ว คือเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาคือทุกคนกัดเลือดกันมาโดยตลอด กลืนเลือดตัวเอง แต่พอมีข่าวว่าจะมีคนดูได้ ทั้งที่มีคนดูแล้วก็ยังไม่กลับมาดีเหมือนเดิมนะ เพราะว่าที่ผ่านมาวงการมวยไทยต้องยอมรับว่าพึ่งชาวต่างชาติเป็นหลัก รายได้หลักคือชาวต่างชาติที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาแล้วก็มาดูมวยในประเทศไทย

    พอไม่มีชาวต่างชาติเราก็ถือว่าเอาคนไทยเป็นหลักตอนนี้ แต่ว่าคนไทยจำนวนค่าบัตรผ่านประตูก็ยังไม่ได้คัฟเวอร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังมีค่าใช้จ่ายมาช่วยบ้าง เราก็ดีใจวันที่ 11 สิงหาคมว่าจะได้มีคนดูในสนามมวยแล้ว อยู่ดีๆ เมื่อคืนนี้ (13 สิงหาคม) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย วิบูลย์ จำปาเงิน ก็ออกหนังสือมาว่าให้การจัดการแข่งขันมวยนั้นคงเดิมเป็นแบบปิดอยู่ ก็เลยทำให้คนในวงการมวยลุกฮือกันหมดเหมือนกับแบบมากระทืบหัวใจคนมวย เราพบว่าเขามีความคาดหวังแล้วว่าชีวิตเขากำลังจะดีขึ้น แล้วอยู่ดีๆ ผอ.มวย ก็ออกมาบอกว่าห้ามจัดแบบมีคนดู ผมเลยต้องออกมาพูดไลฟ์สด แล้วก็เป็นที่มาว่าพอวันนี้ ผอ.มวยก็ยกเลิกคำสั่งที่เมื่อวานสั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    10) หลังจากที่ออกมาเรียกร้องจนเป็นผลสำเร็จรู้สึกยังไง

    ก็แสดงว่ามีคนดูแล้ว วันนี้เป็นวันแรกนับตั้งแต่มีโควิด-19 มา วันที่ 13 มีนาคม จนถึงวันนี้นี่คือวันแรกมวยไทยกำลังจะมีคนดูในเวทีแล้ว ดีใจครับ ดีใจ

    11) มองอนาคตและทิศทาง ค่ายมวย-วงการมวยในอีก 1-2 ปีข้างหน้านี้ยังไง

    คือตอนนี้มองไม่ออกครับ เพราะว่ามันอยู่ในช่วงเวลา โควิด-19 ก็ต้องรอให้โควิด-19 จบก่อน โควิด-19 มันจบแล้วจึงจะเห็นทิศทางวงการมวยกันออกว่าจะเดินไปในทิศทางไหนกัน เพราะว่าปัจจุบันนี้มวยไทยมันก็ยังจัดไม่ได้ครบ 7 วันเลยก็เลยจัดได้แค่วันที่มีการถ่ายทอดสดเท่านั้น โควิด-19 หมดเมื่อไหร่ ทุกอย่างเข้าสู่ระบบปกติเมื่อไหร่ ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเมื่อไหร่ นั่นแหละถึงจะมองออกมาทิศทางมวยต่อจากนี้จะเป็นยังไง

    12) มีอะไรอยากพูดทิ้งท้าย

    พูดถึงคนในสังคมแล้วกัน เอาเป็นว่าคนในสังคมไทยทุกคน คนที่เป็นคนไทยทุกคนนะครับ ทุกคนคือเจ้าของมวยไทยร่วมกัน มวยไทยไม่ใช่ของผม มวยไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง คนที่เกิดมาเป็นสัญชาติไทยคือเจ้าของมวยไทยร่วมกัน ดังนั้นเนี่ยอย่าตีค่ากีฬามวยไทยต่ำจนเกินไป ในคุณค่าในสายตาของคุณคุณมองมวยไทยแบบไหน สำหรับผมแน่นอนผมอยู่ในวงการมวยผมมองมวยไทยนี่คือที่สุดของชีวิตผม แต่ว่าคนไทยคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสังคมนี้มองมวยไทยกันอย่างไร อันนี้คำถามที่ผมอยากถามกลับไป แล้วมันถึงเวลามั้ยถ้าเกิดวันหนึ่งคุณลองคิดดูว่าวงการมวยไทยในบ้านเราที่คุณประณามนักประณามหนา วันหนึ่งเกิดมันไม่มีอยู่แล้วในประเทศนี้คุณต้องไปดูมวยไทยในต่างประเทศ คุณจะมีความรู้สึกยังไง ถ้ามวยไทยมันต้องจบลงในเจเนอเรชั่นนี้ คุณจะเอาหน้าไปตอบบรรพบุรุษได้อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกแล้วก็อยากให้คนไทยตระหนักให้มากเกี่ยวกับความสำคัญของกีฬาประจำชาติของเรานั่นก็คือมวยไทย

    ผู้เขียน : iPoppz_5

    กราฟิก : Theerapong  Chaiyatep

    เครดิตภาพ : Nuttadaj Vachirarattanawong

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เสี่ยโบ๊ทspecial contentณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์มวยข่าวมวยโควิด-19ข่าวกีฬา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 05:38 น.