Thairath Logo
กีฬา

ถึงเวลาแล้ว

โดย เบี้ยหงาย
23 เม.ย. 2562 05:01 น.
Share :
line-share-logo

พลันที่กรมพลศึกษามีอธิบดีคนใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็คือท่านปัจจุบัน สันติ ป่าหวาย เข้า มารับหน้าที่ ดูเหมือนปัญหาที่คาราคาซังมานาน กับเรื่องของการย้ายกรม

พลศึกษาออกไปจากพื้นที่บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน ซึ่งเช่าและอยู่มาตั้งแต่ปี 2477 อันเป็นพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ข้อยุติ

ซึ่งจริงๆแล้ว ข้อยุติที่ว่า ก็คือข้อสรุปและสิ่งที่ต้องทำกันมานานแล้ว ด้วยการทวงคืนพื้นที่บริเวณนี้ของจุฬาฯ เกิดมานานเป็นสิบๆ ปี และกรมพลศึกษาเองก็ทราบดีมาโดยตลอด

เพียงแต่อธิบดีกรมพลศึกษาหลายท่านที่ผ่านมา พยายามเจรจาต่อรอง ด้วยไม่เพียงแต่ในส่วนของสำนักงานกรมพลศึกษา อันเป็นที่ทำงานของข้าราชการ และพนักงานกรมพลศึกษา แต่ยังรวมถึงการดำรงอยู่ของสนามกีฬาแห่งชาติ

โดยเฉพาะสนาม ศุภชลาศัย ซึ่งถือเป็นสนามประวัติศาสตร์ของชาติ และการเข้ามาใช้พื้นที่ของพี่น้องประชาชนในมุมของการให้บริการสาธารณะด้านกีฬา ที่กรมพลศึกษาปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง

ทำให้มีภาพและกิจกรรมในเชิง “ยื้อ” ต่อการย้ายกรมพลศึกษา ออกมาจากอธิบดีฯ หลายๆ ท่านที่ผ่านมา เมื่อทุกครั้งที่ใกล้จะครบสัญญาการเช่าและการขอคืนพื้นที่มาโดยตลอด

แต่เมื่ออธิบดีฯ สันติ ป่าหวาย ภาพอย่างนี้ไม่เกิดขึ้น และดูจะยินยอมพร้อมใจ เอากันตั้งแต่วันแถลงนโยบายเข้ามารับตำแหน่ง ก็ชัดเจน ท่านพูดถึงเรื่องนี้ไว้เลย อย่าได้กลัวความเปลี่ยนแปลง หากต้องทำ ก็ต้องเริ่มทำจนได้ “กรมพลศึกษาคงจะไม่อยู่ในพื้นที่ของคนอื่นตลอดไป เพราะมีอาณาจักรของตนเองกว่า 170 ไร่ ที่คลอง 6”

และเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ท่านอธิบดีก็เดินทางไปสำรวจสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ คลอง 6 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก็ได้ยืนยันถึงการคืนพื้นที่ทั้งหมดให้กับจุฬาฯ ภายในปี 2565 โดยระบุถึงการพูดคุยกับจุฬาฯ ที่จะมีการปรับปรุงพื้นที่เดิมให้ดีขึ้นและยังให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเหมือนเดิม และให้เตรียมแผนพัฒนาอาคารภายในสนามฯ คลอง 6 เพื่อรองรับการย้าย

แน่นอน การย้ายเกี่ยวข้องกับสองส่วนหลัก นั่นคือข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน กรมพลศึกษา ที่ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และการเดินทางไปทำงาน อันเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของบุคลากรในองค์กร ซึ่งน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่สุด ที่ทำให้ผู้บริหารกรมพลศึกษายุคผ่านๆมาหาทางเลี่ยง

อีกประการก็คือ แผนงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะใช้พื้นที่ภายในสนามกีฬาแห่งชาติปทุมวัน จะใช้ทำอะไร หากเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนให้สาธารณชนรับรู้ รับทราบ และปฏิบัติตรงไปตรงมาตามนั้น ก็ไม่น่าจะมีปัญหา หรือข้อแคลงใจแต่อย่างไร

ถ้าเป็นประโยชน์ทั้งต่อนิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัย และรวมถึงประโยชน์สาธารณะต่อประชาชนโดยรวม ใครจะไปทักท้วง นอกเสียจากไปเอื้อผลประโยชน์อื่นในเชิงธุรกิจ ก็จะเป็นอีกเรื่อง

เช่นกันบุคลากรของกรมพลศึกษา ก็สมควรจะได้รับการดูแลช่วยเหลือ อย่างน้อยก็ช่วงแรกที่ต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันใหม่

อะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงเวลามันก็ต้องเปลี่ยนนั่นแหละ...

“เบี้ยหงาย”

อ่านเพิ่มเติม...
กรมพลศึกษาสันติ ป่าหวายสนามกีฬาแห่งชาติสนามศุภชลาศัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียงหน้าชนเบี้ยหงาย