ไลฟ์สไตล์
100 year

มาร์ติน เหงียน : จากผู้อพยพสงครามสู่ประกาศความยิ่งใหญ่บนเวทีโลก

ไทยรัฐออนไลน์20 ต.ค. 2563 20:15 น.
SHARE

“The Situ-Asian” มาร์ติน เหงียน นับเป็นนักกีฬาที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่งใน “บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้” วัน แชมเปี้ยนชิพ แต่คุณพ่อนักสู้ลูกสาม ชาวเวียดนาม-ออสเตรเลียคนนี้ ต้องฝ่าฟันเส้นทางชีวิตในฐานะผู้อพยพหนีสงคราม ซึ่งเรื่องราวของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก ถึงจุดเริ่มต้นที่ล่าช้า แต่ไม่สายเกินไปที่จะคว้าความสำเร็จมาเป็นรางวัลให้กับตัวเอง

ครอบครัวของ มาร์ติน เหงียน อาศัยอยู่ทางเวียดนามใต้ จนเมื่อสงครามเวียดนามเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ในปี พ.ศ.2513 ครอบครัวของเขาและคนอื่นๆ ในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง จึงตัดสินใจอพยพเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

ข่าวแนะนำ

พวกเขาเดินทางไปยังประเทศมาเลเซียโดยทางเรือ และไปรวมกันตัวกันที่ค่ายอพยพในอินโดนีเซีย ก่อนจะบินข้ามไปยังประเทศออสเตรเลีย และตั้งหลักปักฐานที่ เมืองลิเวอร์พูล รัฐนิวเซาท์เวลส์

“ผู้คนในพื้นที่กับคนที่เพิ่งอพยพมาใหม่รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ และสร้างชุมชนขึ้นที่นี่ พวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด ไม่ได้เป็นลุงป้าน้าอา หรือลูกพี่ลูกน้องกันจริงๆ แต่ผมนับถือพวกเขาเหมือนญาติ เพราะความใกล้ชิดสนิทสนมกัน ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งจนถึงทุกวันนี้”

ในวัยเด็ก มาร์ติน เหงียน ยอมรับว่าเขามักก่อปัญหาที่บ้านและในชั้นเรียนอยู่บ่อยครั้ง แต่ความทะโมนของเขาก็เริ่มลดน้อยลงเมื่อเขาเริ่มเล่นรักบี้ตอนอายุ 10 ปี และทำผลงานได้ดีในการแข่งขัน จูเนียร์ รักบี้ คลับ รวมถึง เวสต์ แม็กพายส์ (การแข่งขันในระดับท้องถิ่น)

ช่วงวัยรุ่นตอนปลาย มาร์ติน เติบโตพ้นวัยสู่การเป็นผู้ใหญ่อย่างรวดเร็ว เมื่อได้พบกับ “บรูค” (ภรรยา) ก่อนวันเกิดครบรอบ 17 ปีไม่กี่วัน และหลังจากนั้นสามปีต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2552 พวกเขาก็มีพยานรักคนแรก

“ก่อนหน้านี้ชีวิตผมมีแต่เพื่อนฝูงและการออกไปเที่ยวเตร่ข้างนอก แต่หลังจาก บรูค เข้ามาอยู่ในชีวิตผม เป็นคนที่ผมต้องดูแล การมีลูกทำให้ผมตระหนักว่าผมต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว เลิกออกไปเที่ยว และทำทุกอย่างเพื่อลูกที่เกิดมา”

จากนั้นไม่นานก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญอีกครั้งในชีวิต หลังจากได้รับบาดเจ็บ เขาสูญเสียกำลังใจถึงขั้นหันหลังให้การเล่นรักบี้ และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเริ่มมองหากีฬาชนิดอื่นที่จะช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินนี้ออกไปได้

มาร์ติน ตัดสินใจเรียนศิลปะการต่อสู้บราซิเลียนยิวยิตสู ที่ KMA Top Team ในปี 2553 และได้รับรู้ว่านอกจากมันจะช่วยขจัดน้ำหนักส่วนเกินแล้ว ยังช่วยสร้างวินัยให้เขาในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม

แม้เขาจะเริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ค่อนข้างช้าเมื่ออายุ 21 ปี แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของเขา ด้วยการจุดจิตวิญญาณนักแข่งให้หวนคืนมาอีกครั้ง เขาตัดสินใจขึ้นสังเวียนการแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) สมัครเล่น และคว้าชัยชนะ 4 ไฟต์ติดต่อกันเหนือคู่แข่งขันที่ตัวใหญ่กว่า ก่อนจะสั่งสมความสำเร็จแบบเดียวกันในปีถัดมา และตัดสินใจก้าวสู่สังเวียนระดับอาชีพในปี 2555

มาร์ติน เขย่าวงการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นเฟเธอร์เวต ด้วยการคว้าแชมป์ Australia’s BRACE ซึ่งเป็นการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ 8 คน ความสำเร็จนั้นทำให้เขาได้เซ็นสัญญากับองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก วัน แชมเปียนชิพ ในปี 2557 และกลายเป็นที่จับตามองอย่างรวดเร็ว และเป็นนักสู้ที่มีความโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของออสเตรเลีย

ความสำเร็จอันน่าทึ่งในช่วง 5 ปีแรกของการเทิร์นโปร มีรอยด่างพร้อยเดียวจากความพ่ายแพ้ที่มีต่อนักสู้จอมเก๋าชาวรัสเซีย “Cobra” มารัต กาฟูรอฟ ซึ่งครั้งนั้นเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลก ONE เฉพาะกาล รุ่นเฟเธอร์เวต และเป็นไฟต์ที่สองของเขาใน วัน แชมเปี้ยนชิพ โดยรู้ตัวล่วงหน้าเพียงแค่สองวันก่อนการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้เวลาขัดเกลาทักษะและสั่งสมชัยชนะร่วมสองปี มาร์ติน ก็ได้รับโอกาสกู้ชื่อเสียงตัวเองอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งเขาโชว์ทักษะการป้องกันซับมิชชั่นชั้นเลิศจากคู่ปรับเก่าได้อย่างเชี่ยวชาญ อีกทั้งยังสามารถปิดเกมนี้ได้อย่างเหลือเชื่อ พร้อมกระชากเข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวตมาครอง มันเป็นช่วงเวลาที่เขาภูมิใจที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภรรยาได้อยู่เคียงข้างที่นั่นด้วย

เขาสร้างความสำเร็จอีกครั้งในสามเดือนต่อมา เมื่อข้ามไปสู้ในรุ่นที่ใหญ่ขึ้น และคว้าแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เวตมาจากไอคอนชาวฟิลิปปินส์ “Landslide” เอดูอาร์ด โฟลายัง แต่อาการบาดเจ็บบังคับให้เขาต้องปล่อยมือจากเข็มขัดรุ่นนี้ และหันมาสานต่อความสำเร็จในรุ่นเฟเธอร์เวต โดยป้องกันตำแหน่งไว้ได้ถึง 3 ครั้ง ก่อนจะย้ายไปสังกัดยิมใหม่ Hard Knocks 365 ที่ฟลอริดา ประเทศอเมริกา ซึ่งเขามั่นใจว่าจะรักษาเข็มขัดเส้นนี้ไว้ได้อีกหลายปี

“เหตุผลของการย้ายคือผมต้องการพาตัวเองออกจากคอมฟอร์ตโซน เพื่อฝึกซ้อมให้ได้ผลดีที่สุด ถ้าอยากเป็นสิงห์ก็ต้องฝึกกับสิงห์ ผมพาตัวเองออกไป และไม่หันหลังกลับไปมองอีกเลย ผมมีความมั่นใจมากขึ้น ไม่เฉพาะกับทักษะการยืนสู้ แต่ในด้านทักษะมวยปล้ำด้วยเช่นกัน มันเหมือนมีใครมาก่อกองไฟอยู่ภายในตัวผม และผมพร้อมที่โชว์ฝีมือให้ทุกคนเห็น”

“ถ้าคุณต้องการอะไรในชีวิต คุณก็ต้องทุ่มเทเพื่อสิ่งนั้น คุณต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งเป้าหมายและไปให้ถึง นี่คือสิ่งที่ผมอยากผลักดันให้กับคลื่นลูกใหม่”

“ศิลปะการต่อสู้ช่วยให้ผมมีวินัย และเห็นคุณค่าของชีวิต ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังเห็นคุณค่าของครอบครัว การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน การพบเจอผู้คนใหม่ๆ ผ่านการเดินทางที่ยอดเยี่ยม และมีประสบการณ์ด้วยตัวเองจริงๆ

ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ มาร์ติน เหงียน จะขึ้นสังเวียนอีกครั้งในศึก ONE : INSIDE THE MATRIX ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศึกสายเลือดเวียดนามระหว่าง "The Situ-Asian" มาร์ติน เหงียนแชมป์โลก ONE รุ่นเฟเธอร์เวตชาวเวียดนาม-ออสเตรเลีย ขึ้นป้องกันตำแหน่งกับผู้ท้าชิงอันดับ 3 ของแรงกิง "ธานฮ์ เล" ชาวเวียดนาม-อเมริกัน

ทั้งนี้ แฟนๆ สามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน ศึก ONE : INSIDE THE MATRIX ศุกร์ที่ 30 ตุลาคมนี้ ได้ทาง ONE Super App, YouTube ONE Championship และ AIS PLAY เวลา 19.30 น. ส่วนไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เริ่มออกอากาศเวลา 21.30 น.เป็นต้นไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัน แชมเปียนชิพONE Championshipมวยข่าวมวยข่าวกีฬามาร์ติน เหงียน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13:08 น.