หน้าแรกแกลเลอรี่

โหมโรงนัดชิง ยักษ์ชนยักษ์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

โหมโรงนัดชิง ยักษ์ชนยักษ์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ไทยรัฐออนไลน์

23 ส.ค. 2563 06:00 น.

เกมนัดชิงชนะเลิศโทรฟี่บิ๊กเอียร์ ฤดูกาล 2019-20 ซีซั่นนี้กินเวลาเกือบ 14 เดือน เร่ิมต้นจากเกมรอบคัดเลือกเบื้องต้น ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีก่อน ต่อด้วยรอบคัดเลือก, รอบเพลย์ออฟ, รอบแบ่งกลุ่ม ต่อด้วยเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่เจอพิษโควิด-19 คั่นกลาง เลื่อนโปรแกรมจากต้นปีมาแข่งกันช่วงต้นเดือนสิงหาคม ต่อด้วยรอบ 8 ทีม แบบมินิทัวร์นาเมนต์ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส สุดท้ายแล้วได้ 2 ทีมที่จะเผชิญหน้ากันในนัดชิงระหว่าง บาเยิร์น มิวนิก แชมป์ 5 สมัย พบ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่เข้าชิงรายการนี้หนแรก ที่เอสตาดิโอ ดา ลูซ สังเวียนเหย้าของ เบนฟิกา ในกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ก่อนเกมคืนนี้ สถิติต่างๆ ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อเป็นข้อมูลให้แฟนบอลประเมินผลการแข่งขันล่วงหน้า และทำให้การชมเกมนัดชิงมีอรรถรสมากขึ้น

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ยอดทีมแห่งเมืองหลวงฝรั่งเศส ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งเจ้ายุโรปสมัยแรก หลังเคยทำได้ใกล้เคียงสุดคือรอบตัดเชือกฤดูกาล 1994-95 ในยุคของกุนซือหลุยส์ แฟร์กนานเดซ ด้วยขุมกำลังที่นำโดย จอร์จ เวอาห์ ดีกรีศูนย์หน้าบัลลงดอร์, ดาวิด ชิโนลา ที่เคยมาโชว์ฟอร์มเปรี้ยงปร้างกับนิวคาสเซิลและสเปอร์ส ในพรีเมียร์ลีก, ไร อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลที่เพิ่งได้แชมป์โลกมาหมาดๆ กับทีมแซมบ้า รวมทั้ง แบร์กนาร์ ลามา ผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศสในยุคนั้น แต่ต้านทาน เอซี มิลาน ดีกรีแชมป์เก่าไม่ไหว พ่ายไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 0-3 แต่สุดท้ายเป็น อาแจ็กซ์ ในยุคโกลเดน เจนเนอเรชัน ที่ชนะ ปิศาจแดงดำ ในรอบชิง 1-0 จากแพทริค ไคลเวิร์ต

อีกครั้งที่ เปแอสเช เข้าใกล้ความเป็นจริงในยุคที่พวกเขากลายเป็นมหาเศรษฐี และครองความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังเมืองน้ำหอม ยูซีแอล รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฤดูกาล 2016-17 ลูกทีมของ อูไน อเมรี เปิดปาร์ค เดส์ แปรงซ์ ยำใหญ่ บาร์เซโลนา 4-0 ก่อนมาเยือนที่คัมป์นู ด้วยเงื่อนไขหลายข้อที่จะเข้ารอบ 8 ทีม แต่สุดท้ายด้วยความอ่อนประสบการณ์ และคลาสนักเตะที่ยังเป็นรอง บาร์ซา ขึ้นอยู่ 4-1 นาทีที่ 88 จากฟรีคิกของ เนย์มาร์ สกอร์รวมยังตามหลัง 4-5 แต่แฟนบอลทั่วโลกต้องตาค้างเมื่อ ขุนพลอาซูกรานา เจาะอีก 2 ประตู จากจุดโทษของ เนย์มาร์ นาที 90+1 และประตูสำคัญจาก เซร์กี โรแบร์โต ช่วงทดเจ็บนาที 90+5 นำ บาร์เซโลนา พลิกชนะด้วยสกอร์รวม 6-5 แบบหน้าตาเฉย

ว่ากันถึงฤดูกาลนี้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง โชว์ฟอร์มสมราคาคู่ชิง 10 นัดที่ลงสนาม เจาะตาข่ายคู่แข่ง 25 ลูก เสียเพียงแค่ 5 ประตู และเก็บคลีนชีทได้ถึง 7 เกม โดยที่ อังเคล ดิ มาเรีย กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้ง ถวายพานให้เพื่อน 6 แอสซิสต์ เป็นแอสซิตส์ที่ 26 ในแชมเปียนส์ลีก 10 ฤดูกาลหลังสุด

บาเยิร์น มิวนิก


ชัยชนะเหนือ โอลิมปิก ลียง 3-0 ทำให้ทีมเสือใต้ คว้าชัย 10 นัดรวดในแชมเปียนส์ลีก, ชนะ 20 นัดติดในทุกรายการ และเป็นการชนะถึง 28 จาก 29 เกมหลังสุด ทั้งในบุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่สำคัญ 3 นัดล่าสุดในแชมเปียนส์ลีก เกมรุกของ บาเยิร์นฯ ฟอร์มกระฉูด กดคู่แข่งไป 15 ลูก เสียเพียงแค่ 3 ประตู ซึ่งเกินครึ่งที่ยิงได้คือนัดที่ถล่ม บาร์เซโลนา หมดรูป 8-2 ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ

ฮันซ์ ดีเตอร์ ฟลิค กุนซือที่เข้ามารับหน้าที่แทน นิโก โควัช พาบาเยิร์นฯ เข้าชิงถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรปครั้งที่ 11 เท่ากับ เอซี มิลาน เป็นรองเพียง เรอัล มาดริด ที่เข้าชิง 16 สมัย และได้แชมป์ไปถึง 13 ครั้ง ขณะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ยิงประตู 9 นัดติดในแชมเปียนส์ลีก ยอดรวมซัดไปแล้ว 15 ประตู มีโอกาสไล่สถิติของ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ยิงให้ มาดริด 17 ประตู ฤดูกาล 2012-13

ทั้งนี้แม้ กองหน้าโปแลนด์ จะซัดไปถึง 15 ลูก แต่ผู้เล่นเกมบุกคนอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า ช่วยกันยิงได้ 27 ประตู เมื่อรวมกับตัวเลขของ เลวานฯ ทำให้ เสือใต้ เจาะตาข่ายคู่แข่ง 42 ลูกในยูซีแอลปีนี้ เป็นรองเพียงสถิติของ บาร์เซโลนา ที่ยิงได้ 45 ประตู ฤดูกาล 1999-2000

ความสำเร็จ


เทียบความสำเร็จ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ครองแชมป์ลีกเอิง 9 สมัย, เฟรนช์ คัพ 13 สมัย, เฟรนช์ ลีก คัพ 9 สมัย, เฟรนช์ ซุปเปอร์คัพ 9 สมัย ส่วนในเวทียุโรป แชมป์ใหญ่สุดคือ คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย ฤดูกาล 1995-96

ขณะที่ บาเยิร์น มิวนิก คือเบอร์ 1 ของวงการฟุตบอลเยอรมนี ครองถาดแชมป์บุนเดสลีกา 30 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 20 สมัย, เดเอฟเบ ลีกา โพคาล 6 สมัย, เยอรมัน ซูเปอร์คัพ 7 สมัย ส่วนในฟุตบอลยุโรปยูฟ่า คัพ 1 สมัย, คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย และโทรฟี่บิ๊กเอียร์ ยูโรเปียน หรือในชื่อใหม่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 5 สมัย

เกมคู่ชิงปีนี้สูสี และสมน้ำสมเนื้อ ผู้สันทัดกรณีด้านฟุตบอลยุโรปอาจมองว่า บาเยิร์นฯ มีภาษีดีกว่าเล็กน้อย ด้วยประสบการณ์และฟอร์มที่ผ่านมา แต่เจ้าของทีมเปแอสเชก็หวังกับรายการนี้เป็นอย่างมาก เม็ดเงินมหาศาลที่ป้อนเข้าสู่ตลาดนักเตะ ดึงยอดนักเตะของโลกทั้ง เนย์มาร์, คิเลียน เอ็มบัปเป รวมทั้ง อังเคล ดิ มาเรีย เข้ามาสู่ทีมก็เพื่อเป้าหมายการเป็นสโมสรเบอร์ 1 ของยุโรป มีโอกาสเป็นทีมที่ 4 ที่ได้แชมป์ทุกรายการที่ลงแข่งต่อจาก กลาสโกว์ เซลติก ที่ได้ 5 แชมป์ ปี 1966-67, เรอัล มาดริด ได้ 4 แชมป์ ฤดูกาล 2016-17 และ 2017-18 รวมทั้ง บาเยิร์น มิวนิก เหมา 4 แชมป์ ในฤดูกาล 2012-13 ขณะที่เสือใต้ก็หวังแชมป์ดับเบิล ทริปเปิล ครั้งที่ 2 เช่นกัน.

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

บาเยิร์นบาเยิร์น มิวนิกปารีส แซงต์ แชร์กแมงเปแอชเช​ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2020UCL

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจข่าวนี้