หน้าแรกแกลเลอรี่

กลัวจะไม่ได้อยู่ใช้

กลัวจะไม่ได้อยู่ใช้

Lemon Juice

8 ต.ค. 2563 07:28 น.

รูดม่านปิดฉากกันไปแล้ว สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะในภาคพื้นยุโรป ประจำซัมเมอร์ปี 2020 ซึ่งอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ในปีนี้ไม่น่าจะมี "บิ๊กดีล" เกิดขึ้นให้แฟนบอลได้ฮือฮา เพราะโควิด-19 เป็นเหตุ

แม้ก่อนหน้านี้จะมีประเด็นให้สื่อมวลชนและแฟนบอลได้หัวใจเต้นรัวกันอยู่สักพักใหญ่ เพราะ "ลิโอเนล เมสซี" ออกมายืนยันว่า เตรียมโบกมือลาถิ่นคัมป์ นู แบบช็อกวงการ

แน่นอนว่าดีลระดับยักษ์ชุบแป้งทอดนี้ ย่อมส่งผลสะเทือนต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะบอร์ดบริหารบาร์เซโลนา แฟนบอล รวมไปจนถึงลาลีกา ที่เต้นเป็นเจ้าเข้า เพราะไม่อยากให้เสียนักเตะระดับแม่เหล็กออกไปอีกราย

ก่อนหน้านี้หลังจาก คริสเตียโน โรนัลโด โดนราชันชุดขาวเตะโด่งไปอยู่ในอิตาลี ความมัน เร้าใจ และน่าตื่นเต้นของศึก "เอล กลาซิโก" กร่อยไปพอสมควร 

ดังนั้นการจะเสีย ลิโอเนล เมสซี ไปอีกรายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คงเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวของผู้บริหารลาลีกา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

สุดท้ายปฏิบัติการ "ยื้อสุดชีวิต" ก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อ เมสซี ยอมใจอ่อนอยู่กับทีมต่อไป เพราะไม่อยากให้เรื่องราวการย้ายทีมครั้งนี้ใหญ่โตเกินกว่าเหตุ และไม่ต้องการไปหาคำตอบสุดท้ายกันบนศาล

ส่วนอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การเดินเกมเสริมทัพที่ล้มเหลวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งนำทัพในการเจรจาโดย เอ็ด วูดเวิร์ด ผู้บริหารจอมอืดอาด ที่พลาดแข้งเป้าหมายไปหลายราย

ในที่นี้ขออนุญาตไม่รื้อฟื้นเป็นรายบุคคลนะครับว่า ปิศาจแดงพลาดคว้าตัวใครไปบ้างในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพราะผมเองในฐานะแฟนบอลปิศาจแดงก็จะพาลเจ็บจี๊ดระคนเสียใจไปด้วยเหมือนกัน

แล้วสุดท้ายก็เป็นอย่างที่คาด เมื่อไฟลนก้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดตลาด การเสริมทัพก็กลายเป็น "งานหยาบ" อย่างที่คิด

ด้วยศักดินาและประวัติศาสตร์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ต้องสืบเลยครับว่า มันน่าดึงดูดใจนักเตะระดับแถวหน้าของโลกได้ดีแค่ไหน ยิ่งมีเงินให้จับจ่ายใช้สอยด้วยแล้ว ยิ่งกลายเป็นเหมือนเสือติดปีกเลยทีเดียว

แต่น่าเสียดายที่เสือยี่ห้อ "ปิศาจแดง" กลับกลายเป็นเสือปีกหัก บินไม่ขึ้นซะอย่างงั้น เพราะดันมีผู้บริหารที่ไม่เอาอ่าว ไม่เอาทะเล และไม่เอาแม่น้ำลำคลองใดๆ ทั้งสิ้น 

จากที่คิดว่าจะได้ กลับปล่อยให้พลาดหลุดมือไปอย่างหน้าตาเฉย เพียงเพราะการขาดความรู้ด้านฟุตบอลของคนที่อยู่หน้างาน บางอย่างที่ควรยอมก็แข็งเกิน บางอย่างที่ควรมีจุดยืนดันปล่อยผ่าน จนไม่สามารถปิดดีลได้ 

ทีนี้มาดูแข้งใหม่ที่เข้ามาบ้าง นอกจาก ดอนนี ฟาน เดอ เบค ที่ซื้อมาดองเค็มข้างสนามแล้ว ที่เหลืออีก 4 ราย ก็เป็นการปิดดีลในวันสุดท้ายทั้งนั้น

ไล่ตั้งแต่ อเล็กซ์ เตลเลส (เอฟซี ปอร์โต), เอดินสัน คาวานี (ฟรี) และ ฟาคุนโด เปยิสตรี (เปนญารอล) ขณะที่ อาหมัด ดิอัลโล ตราโอเร ที่ไปดึงตัวมาจากอตาลันตา กว่าจะได้ใช้งานก็ต้องรอหลังปีใหม่โน่นเลย พิจารณาดูเอาแล้วกันว่า "งานหยาบ" ขนาดไหน

ที่สำคัญ 3 ใน 5 ที่ถูกปิดดีลมานี้ คือแข้งดาวรุ่งที่ยังต้องรอการบ่มเพาะฝีเท้าอีกระยะ ไม่ใช่ซื้อมาแล้วใช้งานได้เลยในซีซั่นนี้

ขณะที่ความสำเร็จในฟุตบอลยุคปัจจุบันมันรอกันได้ที่ไหนเชียว เพราะนอกจากจะหมายถึงความสำเร็จในรูปแบบของ “โทรฟี่แชมป์” ที่สามารถจับต้องได้แล้ว ยังหมายถึงรายรับก้อนโตที่จะเข้ามาหล่อเลี้ยงสโมสรด้วย

การซื้อนักเตะครึ่งหนึ่งเข้ามาเพื่อรอใช้ในอนาคต มันสุ่มเสี่ยงเหลือเกิน กับอนาคตที่เหลือของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เพราะในซีซั่น 2020-21 ผ่านไปไม่กี่นัด ก็แพ้ไปแล้วถึง 2 เกม แถมยังเป็นการแพ้ยับแบบน่าเอาปี๊บคลุมหัวด้วย

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ การซื้อแบบนี้ไม่ผิดหรอก ดีด้วยซ้ำว่าจะได้มีดาวรุ่งเข้ามาปั้นไว้ใช้งานในอนาคต แต่ปัญหาคือคนซื้อน่ะสิ จะมีโอกาสได้ใช้งานนักเตะเหล่านี้หรือเปล่า???

- LEMON JUICE-

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์แมนยูข่าวแมนยูแมนยูล่าสุดพรีเมียร์ลีกสังคมกีฬาข่าวฟุตบอล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจข่าวนี้