ข่าว
100 year

บทเรียนแดงเดือด

PUN ABBEYROAD22 ต.ค. 2562 07:27 น.
SHARE

จบลงไปแล้วสำหรับ "ศึกแดงเดือด" ครั้งล่าสุด ซึ่งถือว่าค่อนข้างสนุกกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา และเสมอไปด้วยสกอร์ 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

เกมนี้ทั้งสองทีมต่างได้บทเรียนสำคัญ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขสำหรับนัดต่อๆ ไป แม้ว่าสถานการณ์ของทั้งคู่จะต่างกันอย่างลิบลับ ลิเวอร์พูล กำลังลุ้นแชมป์ ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังดิ้นรนเพื่ออันดับที่ดีขึ้น หลังร่วงลงไปอยู่ในจุดที่ไม่ควรอยู่คือ อันดับ 13

เริ่มกันที่ฝั่ง ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เกน คลอปป์ ในศึกแดงเดือดเขาวางแท็กติกลงไปแบบไม่เป็นตัวเองมากนัก ไม่ได้บุกเข้าใส่คู่แข่งอย่างบ้าคลั่งเหมือนปกติ เพราะเป็นเกมเยือน แถมยังเจอกับทีมใหญ่และเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีอีกด้วย แต่ก็ไม่ได้เน้นเกมรับแต่อย่างใด ดังนั้นภาพที่ออกมาคือมันดูเนือยๆ ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่บรรดาแฟนบอลได้ตื่นเต้นอยู่ตลอดยามที่ดู หงส์แดง ลงไปวาดลวดลายในสนาม แถมต้องมาเจอปัญหาในแดนหน้า เมื่อ ซาลาห์ ไม่พร้อมบู๊ ต้องส่ง ดิวอค โอริกี ลงไปเล่นเกมรุกฝั่งซ้าย แต่ประสิทธิภาพเทียบ ซาลาห์ ไม่ได้แม้แต่น้อย

ส่วน มาเน ต้องโยกไปเล่นแนวรุกฝั่งขวา ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัด ทำให้โชว์ฟอร์มออกมาได้ไม่ดีนัก ถ้าไม่นับจังหวะที่หลุดไปเปิดให้ เฟอร์มิโน กับจังหวะที่ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ก็แทบจะไม่เห็นเขาได้ปล่อยของเลย ทำให้มองเห็นได้ว่าเมื่อไม่มี ซาลาห์ 3 แนวรุกของลิเวอร์พูลลดความน่ากลัวไปเยอะ และที่สำคัญ ลิเวอร์พูล มักจะมีปัญหาในการเจอกับทีมลงไปตั้งรับต่ำ รวมทั้งเมื่อถูกเพรสซิ่งหนัก แดนกลางก็ทำอะไรไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คลอปป์ต้องนำไปแก้ไขต่อไป

มาที่ฝั่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันบ้าง เกมนี้มาในแท็กติกใหม่ เน้นรัดกุมและรอสวนกลับ จะมองเป็น 3-5-2 หรือ 5-3-2 ก็ได้ทั้งนั้น เพราะมีเซ็นเตอร์แบ็กลงไป 3 คน และมีฟูลแบ็ก 2 คน ขนาบข้างค่อยวิ่งขึ้นวิ่งลง และเพรสซิ่งคู่แข่ง โดยมีมิดฟิลด์อย่าง เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์ ช่วยไล่ด้วย และอาศัยการโต้กลับจากนักเตะที่มีความเร็วอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แดเนียล เจมส์ ซึ่งครึ่งแรกถือว่ายูไนเต็ดเล่นกันได้ดีมากๆ วิ่งสู้ฟัดทุกคน ก่อนจะมาได้ประตูขึ้นนำจาก แรชฟอร์ด แต่ครึ่งหลัง โซลชาร์ เปลี่ยนแนวทางการเล่นต่างจากครึ่งแรกเยอะมาก พยายามรักษาสกอร์ ทั้งที่ควรจะพยายามเปิดเกมรุกเพื่อยิงประตูที่สองและปิดเกมให้ได้ ส่งผลให้ลิเวอร์พูลมีโอกาสได้บดเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง และมาได้ประตูตีเสมอที่ต้องการ และแบ่งแต้มกลับไปได้ในที่สุด นี่คือบทเรียนที่ โซลชาร์ ต้องนำไปแก้ไข และเรียนรู้วิธีที่จะปิดเกมให้ได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดลิเวอร์พูลแดงเดือดพรีเมียร์ลีก

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้