หน้าแรกแกลเลอรี่

“เอเมรี” มิสเตอร์ยูโรปา

“เอเมรี” มิสเตอร์ยูโรปา

มะระหวาน

28 พ.ค. 2564 05:01 น.


อกหักไปอีกครั้งสำหรับ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ที่ชวดแชมป์รายการแรกภายใต้การคุมทีมของโอเล กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ หลังพ่ายจุดโทษให้กับ “เรือดำน้ำสีเหลือง” บีญาร์เรอัล ไป 10–11 หลังจากเสมอในเวลา 120 นาที 1–1

ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นในรอบตัดเชือกรายการต่างๆมาแล้วถึง 4 ครั้งในยุคของ โอเล่ ปีนี้อุตส่าห์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงดวงดาวอีกจนได้

เกมนี้ “ปิศาจแดง” หมายมั่นปั้นมือว่าจะคว้าแชมป์แรกในรอบ 4 ปีให้ได้ หลังจากครั้งล่าสุดที่ พลพรรค “ปิศาจแดง” ได้ชูถ้วยแชมป์ย้อนไปในปี 2017 ที่สามารถคว้าแชมป์ยูโรปา ลีกมาครองได้ภายใต้การคุมทีมของโจเซ มูรินโญ นายใหญ่ชาวโปรตุเกส

หากมองกันอย่างผิวเผินทุกคนเชื่อว่า “ปิศาจแดง” เหนือกว่าพอสมควรด้วยขุมกำลังและศักยภาพ แต่ผิดกับบรรดาสื่อต่างประเทศที่มองว่าบีญาร์เรอัลเหนือกว่าเล็กน้อย

สาเหตุที่บรรดาสื่อต่างประเทศเชื่อว่าทีมดังจากแดนกระทิงดุเหนือกว่าทั้งๆขุมกำลังเป็นรองเนื่องจากมีอูไน เอเมรี กุนซือเลือดกระทิงดุคุมทัพอยู่นั่นเอง

แม้ว่าเอเมรีจะโดนอาร์เซนอลปลดออกจากตำแหน่ง แต่ก็ไม่ใช่เจ้าตัวจะไม่มีฝีมือแต่อย่างใด

รูปเกมเอาเข้าจริงๆบีญาร์เรอัลทำได้ดีกว่าจริงๆ แต่จังหวะเสียประตูให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด นั้นต้องชมเอดินสัน คาวานี กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ที่วิ่งป่วนแนวรับบีญาร์เรอัล ก่อนจะเก็บตกดาบสองได้อย่างรวดเร็วจริงๆ

บอกตรงๆ ถ้ามาร์คัส แรชฟอร์ด ทำได้ดีกว่านี้ “ปิศาจแดง” ก็น่าจะเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็นแล้ว

แรชฟอร์ดทำได้น่าผิดหวังจริงๆ ทั้งๆที่เป็นคนที่ถูกตั้งความหวังจะพา “ปิศาจแดง” ให้ยิ่งใหญ่ในอนาคต

ดูฟอร์มวันนี้แล้วดาวยิงวัย 23 ปี น่าจะยัง แบกรับความหวังดังกล่าวของบรรดาสาวก “เรด เดวิลส์” ไม่ได้

จากที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่านักเตะผีเล่นกันไม่ดี จนทำให้บีญาร์เรอัลคว้าแชมป์ไปครอง

การคว้าแชมป์ของทัพ “เรือดำน้ำสีเหลือง” นั้นมาจากมันสมองของอูไน เอเมรี กุนซือคนเก่งเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นแท็กติกที่เน้นความรัดกุม ไม่ผลีผลาม และใช้ทีมเวิร์กของนักเตะที่ช่วยกันไม่ว่าเกมรุกและรับ

ที่สำคัญการวางหมากตัดบรูโน แฟร์นันเดส และปอล ป็อกบา ออกจากเกม

ถ้าเป็นกุนซือปกติก็จะเลือกตัดบรูโนออกจากเกม แต่เอเมรีมองลึกไปอีกชั้นเพราะถ้าบรูโนโดนประกบก็จะเป็นป็อกบาที่จะทำหน้าที่คายพิษสงแทน

ซึ่งการตัดทั้งคู่ออกจากเกมเป็นสิ่งที่เอเมรี กำชับลูกทีมว่าต้องทำให้ได้

เช่นเดียวกับฟูลแบ็กที่เล่นงาน 2 กองหน้าความเร็วสูงอย่างแรชฟอร์ดและเมสัน กรีนวูด ได้ดี แม้ว่าจะไม่เชิงอยู่หมัดซะทีเดียว แต่ก็เอาทั้งคู่ไปไม่เป็นเช่นกัน

เรียกได้ว่าการวางหมากของเอเมรีนั้นค่อนข้าง ละเอียดและได้ผลดีเลยทีเดียว

นอกจากเรื่องแท็กติกแล้วประสบการณ์ในการคุมทีมนัดชิงชนะเลิศทางเอเมรีเหนือกว่าหลายช่วงตัวเพราะเขาเคยพาเซบีญา คว้าแชมป์ถ้วยใบนี้ 3 สมัยติดมาแล้ว

เอเมรีทำสถิติที่น่าเหลือเชื่อคือการคุมทีมเข้าชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก มาแล้ว 5 ครั้ง คว้าแชมป์ได้ถึง 4 ครั้ง เซบีญา 3 ครั้ง และบีญาร์เรอัล ครั้งล่าสุด

พลาดท่าแค่หนเดียวคือตอนคุมอาร์เซนอล ปีนั้นพ่ายเชลซี 1-4

จากผลงานที่ผ่านมาในศึกยูโรปา ลีก ของเอเมรีทั้งหมดนั้น

จะเรียกว่าเอเมรีเป็น “มิสเตอร์ ยูโรปา ลีก” ก็คงไม่ผิด!!!

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตะลุยฟุตบอลโลกมะระหวานยูโรปา ลีกอูไน เอเมรีเรือดำน้ำสีเหลืองบรูโน แฟร์นันเดสปอล ป็อกบา

คุณอาจสนใจข่าวนี้