หน้าแรกแกลเลอรี่

7 สิ่งน่าจับตา ยูโร 2020 หลังเลื่อนหนีโควิด-19 มาฟาดแข้งในปี 2021

ไทยรัฐออนไลน์
2 ม.ค. 2564 09:09 น.
SHARE

ฟุตบอลยูโร 2020 นับเป็น 1 ในรายการที่แฟนกีฬาทั่วโลกเฝ้ารอติดตาม หลังถูกเลื่อนมาแข่งในปี 2021 จากพิษโควิด-19 และนี่คือ 7 สิ่งที่น่าจับตา

ข่าวแนะนำ

1. เยอรมนี - สเปน ลุ้นคว้าแชมป์สูงสุด สมัยที่ 4


ทั้ง 2 ทีมต่างก็เป็นมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังทั้งในอดีตและปัจจุบัน ด้วยคุณภาพของตัวผู้เล่น, แท็กติกของกุนซือ รวมถึงรูปแบบและแนวทางการเล่น ทำให้ยังมีโอกาสที่จะครองความยิ่งใหญ่เพิ่มเติมในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหนนี้

เยอรมนี นับเป็นทีมแรกที่ได้แชมป์รายการนี้ถึง 3 สมัยในปี 1972, 1980 และ 1996 ก่อนที่ สเปน จะทาบรัศมีด้วยการทำได้ในปี 1964, 2008 และ 2012

2. ฝรั่งเศส ลุ้นย้อนรอยควบแชมป์ยูโร ต่อจากฟุตบอลโลก

ขุนพล "ตราไก่" เพิ่งคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในศึกเวิลด์คัพ 2018 ที่รัสเซีย ซึ่ง ณ เวลานี้ลูกทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ก็ยังมีดีพอที่จะสานต่อความสำเร็จระดับเมเจอร์ในศึกยูโร 2020

หากทำได้จริง "เลส์ เบลอส์" ก็จะย้อนรอยประวัติศาสตร์ที่พวกเขาเคยจารึกเอาไว้เมื่อปี 1998 ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกในบ้านตัวเอง ตามด้วยยึดครองอำนาจในวงการลูกหนังด้วยการกวาดแชมป์ยูโร 2000 ที่เนเธอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพร่วมกับ เบลเยียม

3. แชมป์หน้าใหม่ 

ในบรรดา 24 ทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายของศึกยูโร 2020 มีอยู่ 15 ทีมที่ยังไม่เคยได้แชมป์รายการนี้มาก่อน แต่ถ้าดูตามเนื้อผ้าแล้วมีเพียง 4 ทีมที่มีองค์ประกอบดีพอจะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์หน้าใหม่

นอกเหนือจาก เบลเยียม ที่ยังมี เอแดน อาซาร์, โรเมลู ลูกากู, เควิน เดอ บรอยน์ เป็นตัวชูโรง กับ อังกฤษ ที่นำทัพโดย แฮร์รี เคน, ราฮีม สเตอร์ลิง, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แล้ว อีกทีมที่หลายคนแอบเอาใจช่วยและมีตัวทีเด็ดที่จะพาทีมไปสู่ดวงดาว คือ โครเอเชีย รองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ที่ยังมี ลูกา โมดริช เป็นศูนย์กลางของทีม

ส่วน โปแลนด์ ที่นำทัพโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2020 ของฟีฟ่า ซึ่งกวาดทุกแชมป์ในระดับสโมสรกับ บาเยิร์น มิวนิก ทั้งบุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ก็น่าจะมีแฟนบอลส่งใจช่วยให้ได้ชูถ้วยแชมป์กับทีมชาติของตัวเองบ้าง

4. แชมป์แรกในชีวิตของ แฮร์รี เคน

สืบเนื่องจากหัวข้อที่แล้ว หาก อังกฤษ ได้แชมป์ยูโร 2020 นอกจากจะเป็นแชมป์ทวีปสมัยแรกของ "สิงโตคำราม" แล้ว ยังอาจเป็นการปลดล็อกแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของ แฮร์รี เคน ผู้สวมปลอกแขนกัปตันทีมทรีไลออนส์อีกด้วย (หากไม่ได้แชมป์ระดับสโมสรกับ สเปอร์ส ในฤดูกาลนี้ไปเสียก่อน)

ที่ผ่านมา ดาวเตะวัย 27 ปี ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ในยอดศูนย์หน้าระดับโลกของยุคปัจจุบัน แต่ยังมีสถานะเป็น "ราชาไร้บัลลังก์" ที่รอถ้วยแชมป์มาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหาย หลังจาก เคน เป็นได้แค่ "พระรอง" กับ "ไก่เดือยทอง" ในศึกลีกคัพ ฤดูกาล 2014-2015 และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2018-2019

5. โรนัลโด ลุ้นพังสถิติยิงประตูสูงสุดในระดับทีมชาติ

"ซีอาร์เซเว่น" เหลืออีกเพียง 7 ลูกก็จะทาบสถิติทำประตูในระดับทีมชาติมากที่สุดของ อาลี ดาอี ตำนานดาวยิงทีมชาติอิหร่านที่เคยทำไว้ 109 ประตู แต่กว่าที่ศึกยูโร 2020 จะเปิดฉากในเดือนมิถุนายนนี้ เขาอาจล่าตาข่ายเพิ่มให้กับ โปรตุเกส จนลดช่องว่างให้เหลือน้อยลงก็เป็นได้ ซึ่งก็มีโอกาสที่สถิติของ ดาอี อาจถึงคราวถูกทำลาย

อย่างไรก็ตาม ดาวซัลโวในศึกยูโรครั้งก่อนๆ ส่วนมากจะยิงได้ไม่เกิน 5 ประตู มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่ทำได้มากกว่า คือ ปี 1984 โดย มิเชล พลาตินี ที่กดไป 9 ประตู พา ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ และล่าสุดในปี 2016 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เพิ่มจาก 16 ทีมเป็น 24 ทีม โดย อองตวน กรีซมันน์ จัดไป 6 ลูก แต่ "ตราไก่" ได้แค่รองแชมป์ต่อจาก "ฝอยทอง" ของ โรนัลโด

6. การกลับมาของ สกอตแลนด์ และการเปิดตัวของ 2 ทีมน้องใหม่

ยูโร 2020 ถือเป็นการคัมแบ็กสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของ สกอตแลนด์ ในรอบ 23 ปี นับตั้งแต่ได้ไปลุยศึกฟุตบอลโลก ปี 1998 ที่ฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปครั้งที่ 3 ต่อจากปี 1992 และ 1996 อีกด้วย จึงน่าสนใจว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กัปตันทีม พร้อมด้วย สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และผองเพื่อนจะไปได้ไกลกว่ารอบแบ่งกลุ่มหรือไม่ในการกลับมาหนนี้

ขณะที่ ฟินแลนด์ และ มาซิโดเนียเหนือ คือ 2 ทีมน้องใหม่ที่ตีตั๋วมาลุยศึกยูโรรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก และยังเป็นการเข้าร่วมรายการใหญ่ครั้งแรกของพวกเขาด้วย ซึ่งก็ยังไม่เคยผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาก่อน แต่ทั้งคู่จะเป็นแค่ "ไม้ประดับ" หรือ "ไม้เบื่อไม้เมา" ของทีมร่วมสาย ต้องติดตามตอนต่อไป

7. แฟนบอลกลับเข้ามาเชียร์ในสนามได้อีกครั้ง

นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ต้องจับตา หลังจาก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ตัดสินใจเลื่อนทัวร์นาเมนต์จากปี 2020 ข้ามมาเตะในปี 2021 เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ ณ ตอนนี้สถานการณ์ก็ยังคงวางใจไม่ได้ เพราะยังไม่มีหนทางที่จะรับมือไวรัสวายร้ายได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้น ประเด็นที่ว่าช่วงนั้นจะสามารถเปิดให้แฟนบอลกลับมาเชียร์ในสนามได้เต็มรูปแบบอีกครั้งหรือไม่ หรือยังต้องฟาดแข้งแบบปิดต่อไป จึงเป็นคำถามที่ยังรอคำตอบอยู่จนกว่าจะถึงวันแข่งขันจริง

24 ทีมในศึก ยูโร 2020 รอบสุดท้าย

กลุ่ม เอ - ตุรกี, อิตาลี (เจ้าภาพร่วม), เวลส์, สวิตเซอร์แลนด์

กลุ่ม บี - เดนมาร์ก (เจ้าภาพร่วม), ฟินแลนด์, เบลเยียม, รัสเซีย (เจ้าภาพร่วม)

กลุ่ม ซี - เนเธอร์แลนด์ (เจ้าภาพร่วม), ยูเครน, ออสเตรีย, มาซิโดเนียเหนือ

กลุ่ม ดี - อังกฤษ (เจ้าภาพร่วม), โครเอเชีย, สกอตแลนด์ (เจ้าภาพร่วม), เช็ก

กลุ่ม อี - สเปน (เจ้าภาพร่วม), สวีเดน, โปแลนด์, สโลวาเกีย

กลุ่ม เอฟ - ฮังการี (เจ้าภาพร่วม), โปรตุเกส, ฝรั่งเศส, เยอรมนี (เจ้าภาพร่วม)

ชาติเจ้าภาพร่วมที่ไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย - อาเซอร์ไบจาน, ไอร์แลนด์, โรมาเนีย

วันแข่งขัน - 11 มิถุนายน - 11 กรกฎาคม ปี 2021

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยูโร 2020เยอรมนีสเปนฝรั่งเศสอังกฤษแฮร์รี เคนคริสเตียโน โรนัลโดโควิด-19

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้