ข่าว
100 year

รักแล้ว... ไปให้สุด

Lemon Juice13 ก.พ. 2563 12:14 น.
SHARE

ถ้าคนที่โตมาในยุค 90 พร้อมกับความยิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักบุรุษนามว่า เดวิด เบคแคม อย่างแน่นอน เพราะเขาคือหนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญของทีมชุดนั้น

จากเด็กน้อยผู้เกิดและเติบโตในกรุงลอนดอน แต่กลับสร้างชื่อในฐานะลูกหม้อคนสำคัญของปิศาจแดง มันคือพรหมลิขิตที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ แถมฝีเท้ายังพุ่งทะยานขึ้นไปเป็นถึงกัปตันทีมชาติอังกฤษด้วย

ถ้าโฟกัสมาแค่เรื่องฟุตบอล จะบอกว่าชีวิตของหนุ่มชาวลอนดอนเนอร์คนนี้ คงเปรียบได้กับละครน้ำเน่าดี ๆ เรื่องหนึ่งเลย เพราะแม้ช่วงชีวิตในโอลด์ แทรฟเฟิร์ด จะเบ่งบานและถูกเชิดชูมากขนาดไหน แต่ในแง่ของความผิดหวัง ก็ขมขื่นไม่แพ้กัน

ใครจะเชื่อว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คนที่เขาเคารพรักเหมือนพ่อคนที่สอง จะกล้าเชือดลูกตัวเองทิ้ง สะบั้นรักด้วยการขายทิ้งไปแบบไม่ไยดี

ไม่มีใครรู้หรอกว่า ก่อนที่ เบคแคม จะสะบัดน้ำหมึก และย้ายไปชูเสื้อเปิดตัวกับ เรอัล มาดริด เบื้องหลังของการปิดดีลจะดราม่าแค่ไหน

มีคนเคยบอกว่า พี่เบคส์รักปักใจกับปิศาจแดงมาก ไม่เคยคิดอยากจะย้ายออกไปไหนเลยจนกว่าจะแขวนสตั๊ด

ถ้า “ไรอัน กิกส์” ที่โตมาพร้อมๆ กัน กลายเป็นตำนานสโมสรในสไตล์ “วัน แมน คลับ” แล้วทำไมคนที่รักสโมสรไม่น้อยไปกว่างอย่าง พี่เบคส์  จะได้รับการเชิดชูแบบนั้นบ้างไม่ได้

จะมีใครบ้าง ที่กล้าประกาศว่ายังรักแมนฯ ยู สุดหัวใจ ทั้งที่ย้ายออกไปแล้วเป็นเวลาหลายปี และกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่จะย้ายมาเล่นในอังกฤษอีกครั้ง เพราะไม่อยากเป็นอริกับทีมรัก

น่าเสียดายที่หลังจากนั้น เบคแคม ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร กับทั้ง เรอัล มาดริด, เปแอสเช, เอซี มิลาน รวมไปจนถึงแอลเอ กาแลกซี่ แต่อย่างน้อยในเส้นทางเดิน เจ้าตัวก็ยังค้นพบทางออกใหม่ของชีวิต

การเป็นเซเลบริตี้ ที่ต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ทำให้พี่เบคส์ได้พบกับกัลยาณมิตรหลายราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหุ้นส่วนที่กลายมาเป็นเจ้าของร่วมสโมสรอินเตอร์ ไมอามี ซีเอฟ ในปัจจุบัน

ถ้าคุณจะลงทุนในวงการฟุตบอล และมีความเสี่ยงน้อย แน่นอนว่าเป้าหมายย่อมเบนไปที่ทวีปยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่การจะมาลงทุนแบบเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยที่ไม่มีอะไรการันตีว่าจะประสบความสำเร็จ ต้องบอกว่าเปอร์เซ็นต์ความ “บ้า” และความ “ท้าทาย” มันตีคู่กันมาจนแยกไม่ออก

การเริ่มต้นเฟรนไชส์ใหม่ในเมเจอร์ลีก ของสหรัฐอเมริกา ดินแดนที่เรียกกีฬาชนิดนี้ว่า “ซอคเกอร์” แทนที่จะเรียกว่า “ฟุตบอล” มันเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากๆ

เพราะ ซอคเกอร์ ความนิยมยังเป็นรองกีฬาในสไตล์อเมริกันเกมอย่าง เอ็นบีเอ และเอ็นเอฟแอล อยู่ไกลสุดกู่

แม้อัตราการเติบโตและกระแสความนิยมจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมองจากฐานแฟนคลับ และจำนวนผู้ชมเฉลี่ยในแต่ละซีซั่น

แต่การจะไปงัดแฟนกีฬาออกจากสนาม เอ็นบีเอ และเอ็นเอฟแอล ที่มีโปรแกรมแข่งแบบถี่ยิบ มันก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงอยู่ไม่น้อย

แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าไม่เสี่ยง-ไม่ท้าทาย คงไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายอย่าง เดวิด เบคแคม สนใจ

แพชชั่นของนักฟุตบอลจากลีกชั้นนำของโลก ที่อยากจะฝั่งรากลึก และแผ่ขยายความนิยมของฟุตบอล หรือ ซอคเกอร์ บนดินแดนอเมริกันชน คือสิ่งที่หุ้นส่วนของทีมมุ่งหวังเอาไว้

ในวันนี้ พี่เบคส์จัดได้ว่ามีเงินทองที่ล้นมือ เข้าขั้นเจ้าสัวคนหนึ่งของเมืองผู้ดี เลิกเตะบอลไปแล้วอยู่บ้านเฉยๆ หรือลงทุนในธุรกิจอื่นดูจะน่าสนใจกว่า

แต่วันนี้เขากล้ารับคำท้าจากก้นบึ้งของหัวใจตัวเอง ในการสร้างสโมสรแห่งใหม่ที่ไมอามี โดยเริ่มจากศูนย์ นับเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก

อนาคตข้างหน้าไม่มีใครรู้หรอกว่า “อินเตอร์ ไมอามี ซีเอฟ” จะไปได้ไกลแค่ไหน บนถนนสายเมเจอร์ลีก

แต่วันนี้สิ่งหนึ่งที่บอกได้คือ ขอคารวะในความมุ่งมั่น ทุ่มเท และตั้งใจจริงของประธานสโมสรที่ชื่อ “เดวิด เบคแคม”

ผู้แบกความฝัน และหวังนำเอาต้นกล้าลูกหนังจากเมืองผู้ดี ไปปลูกให้เบ่งบานในอีกซีกโลก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สังคมกีฬาอินเตอร์ ไมอามีเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ข่าวบอลข่าวฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้