หน้าแรกแกลเลอรี่

ออล-อิงลิชไฟนอลส์

ออล-อิงลิชไฟนอลส์

มะระหวาน

7 พ.ค. 2564 05:01 น.

ในที่สุดก็เป็น “ออล-อิงลิชไฟนอลส์” ไปตามคาดสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ หลังจาก “สิงห์บลู” เชลซี โชว์ฟอร์มเฉียบไล่บดเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปได้ 2-0

รวมผลสองนัดผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 3-1 ไปดวลกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อนร่วมลีก ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ที่สนามอตาเติร์ก สเตเดียม ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ข่าวแนะนำ

ถือว่าเป็นครั้งที่ 3 ของถ้วยใบนี้ที่มีทีมจากพรีเมียร์ลีกเข้าชิงกันเอง โดยครั้งแรกในปี 2008 เกมนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด

เอาชนะจุดโทษ เชลซี ไปได้ 6-5 หลังจากเสมอในเวลา 1-1 และครั้งที่สองในปี 2019 ลิเวอร์พูลชนะทอตแนม ฮอตสเปอร์ 2-0

ซึ่งก็ต้องยอมรับจริงๆว่าทั้งแมนฯ ซิตี้ และเชลซีเล่นได้ดีมากๆ ในรอบรองชนะเลิศที่จะดวลกับคู่ต่อสู้ โดยเฉพาะเชลซีที่ขย่มเรอัล มาดริด ที่ถูกเรียกว่าราชาของถ้วยใบนี้หลังเคยซิวแชมป์ถึง 13 สมัยไปได้แบบไม่ยากเย็น

โดยเฉพาะเกมนัดสองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แข้ง “สิงห์บลู” เล่นได้เนียนจริงๆ คุมเกมไว้ได้แทบทั้งหมด เล่นเอา “ราชันชุดขาว” ถึงกับไปไม่เป็น

นอกจากฟอร์มการเล่นของนักเตะแล้วก็ต้องชื่นชมการทำงานของโธมัส ทูเคิล กุนซือชาวเยอรมันที่เข้ามาปลุกฟอร์มการเล่นของนักเตะให้กลับมายอดเยี่ยมอีกครั้ง หลังจากฟอร์มหลุดไปในช่วงที่แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือชาวผู้ดีคุมทัพ

โดยเฉพาะการเค้นฟอร์มของไค ฮาเวิร์ตซ์ และติโม แวร์เนอร์ 2 ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีให้กลับมาเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง หลังจากเงียบมานานนับตั้งแต่ย้ายเข้ามาสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

สำหรับฮาเวิร์ตซ์ แม้ว่าจะยังไม่คืนฟอร์มเทพเหมือนตอนเล่นให้กับเลเวอร์คูเซน แต่ทรงบอล ความสร้างสรรค์เกม และจังหวะสอดเข้าไปยิง เริ่มเข้าที่เข้าทางบ้างแล้ว ดูได้จากการยิง 2 เม็ดในเกมลีกนัดล่าสุด และฟอร์มการเล่นในเกมพบกับเรอัล มาดริด

บอกได้เลยว่าในฤดูกาลหน้ามิดฟิลด์ตัวรุกวัย 21 ปีจะอันตรายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ส่วนแวร์เนอร์ แม้ว่าสกอร์ยังไม่ไหลมาเทมาเหมือนตอนอยู่ไลป์ซิก แต่ตอนนี้ก็เริ่มยิงได้บ้าง เชื่อว่าถ้าเป็นแบบนี้เรื่อยๆ น่าจะเรียกความมั่นใจและน่าจะกลายเป็นยอดศูนย์หน้าได้อีกครั้ง

นอกจากเชลซีที่โชว์ฟอร์มได้แจ่มจน เหมาะสมเป็นการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแล้ว ส่วนอีกทีมก็ยิ่งไม่พูดถึงไม่ได้นั้นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก

“เรือใบสีฟ้า” ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ที่จะซิวแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นต้นมา ก็โชว์ฟอร์มได้สมราคาตามที่บริษัทพนันต่างยกย่องให้

จะว่าไปเส้นทางสู่รอบไฟนอลส์ของ “เรือใบสีฟ้า” ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบสักเท่าไร แต่ก็ไม่ถึงเป็นขวากหนามให้เดินยากลำบาก โดยในรอบ 16 ทีมผ่านกลัดบัคมาได้ เช่นเดียวกับรอบ 8 ทีมที่โค่นดอร์ทมุนด์มาได้

ก่อนในรอบรองชนะเลิศก็ผ่านปารีส แซงต์ แชร์กแมง รองแชมป์เก่ามาได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไร

เรียกได้ว่าเป็นคู่ชิงชนะเลิศที่สมน้ำสมเนื้อ อีกครั้ง

แม้ว่าถ้ามองจากฟอร์มแล้ว แมนฯ ซิตี้ จะดูเหนือกว่าเชลซีอยู่พอสมควร

ซึ่งบอลนัดเดียวไม่มีคำว่าเป็นต่อหรือเป็นรองเพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้

แต่ที่แน่ๆ ทีมจากลอนดอนเข้าชิงในเกม “ออล-อิงลิชไฟนอลส์” มาแล้วก่อนหน้านี้ 2 ครั้งยังไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลย

ต้องมาลุ้นว่า “สิงห์บลู” จะลบอาถรรพณ์นี้ได้หรือไม่!!

มะระหวาน

# แท็กที่เกี่ยวข้อง

ออล-อิงลิชไฟนอลส์สิงห์บลูเรือใบสีฟ้าราชันชุดขาวเรอัล มาดริดตะลุยฟุตบอลโลกมะระหวาน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้