อิหร่าน จัดพิธีศพ "อาลี คาเมเนอี" อดีตผู้นำสูงสุดอย่างยิ่งใหญ่ ไร้เงา “โมจตาบา” ผู้นำคนใหม่ กลยุทธ์เก็บตัวหนีการลอบสังหาร หรือตอกย้ำข่าวลือบาดเจ็บ?
อิหร่าน จัดพิธีศพ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” อดีตผู้นำสูงสุด พร้อมกับลูกสาว ลูกเขย ลูกสะใภ้ และหลานสาว ที่ทั้งหมดได้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเปิดฉากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน
พิธีศพถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ มัสยิด แกรนด์ โมซัลลา ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาที่สำคัญ
ทางการอิหร่านเรียกงานนี้ว่าเป็น “งานศพแห่งศตวรรษ” โดยมีการวางแผนจัดพิธีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ครอบคลุมทั้งในอิหร่านและอิรัก คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมพิธีกว่า 12-20 ล้านคน โดยมีกำหนดการคือ
วันที่ 3-5 ก.ค. : พิธีศพเริ่มขึ้นที่มัสยิดแกรนด์ โมซัลลา ในกรุงเตหะราน และเปิดให้สาธารณชนร่วมไว้อาลัย
...
วันที่ 6 ก.ค. : เคลื่อนขบวนศพผ่านใจกลางกรุงเตหะราน
วันที่ 7 ก.ค. : เคลื่อนขบวนแห่ศพในเมืองกุม (Qom) ศูนย์กลางทางการศึกษาอิสลามนิกายชีอะห์
วันที่ 8 ก.ค. : เคลื่อนขบวนศพที่เมืองนาจาฟ และเมืองคาร์บาลา ประเทศอิรัก
วันที่ 9 ก.ค. : พิธีฝังศพ ณ สุสานอิหม่ามเรซา ในเมืองมัชฮัด อิหร่าน ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของคาเมเนอี
ทั้งนี้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ครองอำนาจในอิหร่านมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 หลังเขาถูกสังหาร “โมจตาบา คาเมเนอี” บุตรชายคนที่ 2 ได้ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดแทน
ในพิธีศพที่จัดขึ้น บุตรชายทั้ง 3 คน ได้แก่ มุสตาฟา บุตรชายคนโต, มาสอูด บุตรชายคนที่ 3 และเมย์ซัม บุตรชายคนที่ 4 ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนซึ่งนับเป็นภาพหาได้ยาก โดยพวกเขาได้ร่วมพิธีศพพร้อมกับผู้นำระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพอิหร่าน อาทิ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน, โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา, อาหมัด วาฮิดี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) เอสมาอิล กาอานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) เป็นต้น แต่กลับไม่มีการปรากฏตัวของ โมจตาบา ผู้นำสูงสุดคนใหม่
ผู้นำสูงสุดคนใหม่ไปไหน?
สิ่งที่สร้างความสงสัยให้กับผู้คนทั่วโลกคือการหายตัวไปของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้ที่ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ต่อจากบิดา โดยเขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยนับตั้งแต่ได้รับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และความลึกลับทวีคูณเมื่อเขาไม่มาร่วมงานศพของบิดาตัวเอง
กระแสข่าวลือและการคาดเดาถึงสถานะของโมจตาบาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีข่าวลือหนาหูว่าเขามีอาการบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศ ในระลอกเดียวกับที่สังหาร อาลี คาเมเนอี ผู้เป็นบิดา อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันข้อมูลนี้อย่างเป็นทางการจากทางการอิหร่าน ทำให้สถานะและสุขภาพของผู้นำคนใหม่ยังคงเป็นปริศนา
ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า สาเหตุหลักที่โมจตาบาไม่มาร่วมพิธีศพของบิดามาจากเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีความกังวลว่าอิสราเอลอาจใช้โอกาสนี้โจมตีหรือลอบสังหารเขาได้ การเก็บตัวเงียบของโมจตาบาถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ในการปกป้องผู้นำคนใหม่ในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ระหว่างการหยุดยิงและเดินหน้าเจรจาหาข้อตกลงสันติภาพอย่างถาวร ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ความมั่นคงที่เปราะบางอย่างยิ่ง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างขู่ว่าพร้อมที่จะเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
...
เว็บไซต์ข่าวแอ็กซิออส (Axios) ของสหรัฐฯ รายงาน อ้างอิงคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ (4 ก.ค.) ที่ระบุว่า การเจรจาสันติภาพได้ถูกระงับไว้ชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อรอให้มีการจัดพิธีศพเสร็จสิ้น
รายงานอ้างคำพูดของทรัมป์อีกว่า ในงานมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านจำนวนมาก และทางรัฐบาลวอชิงตันสามารถกำจัดพวกเขาได้ทั้งหมดใน “ครั้งเดียว” แต่เสริมว่าจะไม่ทำแบบนั้น เพราะจะไม่เหลือใครไว้ให้เจรจาด้วย พร้อมกล่าวด้วยว่ารู้สึกตกใจที่ได้เห็นชาวอิหร่านร้องไห้เสียใจ โดยเขาคิดว่าผู้คนเกลียดชังคาเมเนอี พร้อมบอกว่า “บางทีอาจเป็นน้ำตาปลอมก็ได้”
ขณะที่บรรยากาศพิธีศพในประเทศอิหร่าน มีประชาชนจำนวนมากร่วมไว้อาลัยอย่างโศกเศร้า บางส่วนป้ายสาปแช่งให้โดนัลด์ ทรัมป์ มีการตะโกนว่า “อเมริกาจงพินาศ” และ “อิสราเอลจงพินาศ” ซึ่งในงานมีการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อคลายความร้อน มีผู้เข้าร่วมงานเบียดเสียดเป็นลม ต้องพบแพทย์จำนวนมาก
สำนักข่าวเออร์นา (Irna) สำนักข่าวทางการของอิหร่าน รายงานเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ว่ามีประชาชนมากกว่า 4,000 คนเข้าใช้บริการศูนย์การแพทย์ที่ตั้งอยู่ภายในและใกล้กับแกรนด์ โมซัลลา อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
...