สรุปปมเปิด-ปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ล่าสุดตึงเครียดหนัก “สหรัฐฯ” ยิง-ยึดเรือสินค้าติดธงอิหร่าน ทำ “อิหร่าน” ลั่นเตรียมตอบโต้-ไม่ร่วมเจรจารอบใหม่ ดันน้ำมันพุ่งสูงอีกครั้ง
สถานการณ์ “ช่องแคบฮอร์มุซ” คอขวดน้ำมันที่สำคัญที่สุด เป็นทางผ่าน 20% การค้าน้ำมันโลก ซึ่งถูกใช้เป็นเงื่อนไขเดิมพันในสงครามความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มมีการปะทะกันตั้งแต่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา สะเทือนห่วงโซ่อุปทานน้ำมันและทำให้ราคาน้ำมันผันผวนอย่างหนัก ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลก บีบให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ต้องนำน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมาใช้ หาแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่ รวมถึงการออกมาตรการประหยัดพลังงานรวมถึง “ประเทศไทย” ที่ต้องนำเข้าน้ำมันกว่า 1 ใน 3 ผ่านช่องแคบนี้
อิหร่าน ในฐานะดินแดนที่อยู่เหนือช่องแคบดังกล่าว ได้ประกาศปิดช่องแคบทันทีเพื่อเป็นการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล จากนั้นก็มีการเจรจาต่อรอง รวมถึงการโจมตีเพื่อกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบดังกล่าว ทำให้ “ช่องแคบฮอร์มุซ” อยู่ในสถานะตึงเครียดอย่างหนักมาโดยตลอด
...
สถานการณ์ในห้วง 1 สัปดาห์ล่าสุด อ้างอิงตามเวลาสหรัฐฯ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นดังนี้
13 เมษายน : “สหรัฐฯ” ได้เริ่มปฏิบัติการ “ปิดล้อมทางน้ำ” (Naval Blockade) ตั้งแต่เวลา 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ โดยให้กองเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำอยู่ในพื้นที่ เข้าสกัดกั้นเรือทุกลำที่จะเข้า-ออกท่าเรือของอิหร่านได้ โดยไม่ขัดขวางการเดินเรือไปยังประเทศอื่น
14–16 เมษายน : เกิดภาวะชะงักงันของการขนส่งน้ำมันและสินค้า โดยในวันที่ 15 เม.ย. พลเอกอาลี อับดุลลาฮี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางคาตาม อัล-อันบียา แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ออกมาประณามการปิดล้อมว่าจะนำไปสู่การละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
17 เมษายน : อิหร่านประกาศ “เปิด” ช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือพาณิชย์ อ้างว่าเพื่อแสดงเจตจำนงรักษาสันติภาพสอดคล้องกับข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน และต้องการแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเดียวที่ขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือ
18 เมษายน : อิหร่านประกาศ “ปิด” ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าการปิดล้อมของสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินต่อไปเต็มรูปแบบ จนกว่าอิหร่านจะยอมทำข้อตกลงใหม่ทั้งหมดรวมถึงเรื่องนิวเคลียร์ โดยมีรายงานว่ากองเรือ IRGC ได้มีการยิงเตือนเรือบรรทุกน้ำมัน และมีรายงานเรือสินค้าถูกโจมตีด้วยอาวุธไม่ทราบชนิดใกล้ชายฝั่งโอมาน
19 เมษายน : สถานการณ์ตึงเครียดหนักขึ้น เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ได้เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าติดธงอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า
“วันนี้เรือบรรทุกสินค้าติดธงอิหร่านชื่อว่า ทูสกา (TOUSKA) ซึ่งมีความยาวเกือบ 900 ฟุต และมีน้ำหนักเกือบเท่าเรือบรรทุกเครื่องบิน พยายามที่จะแล่นผ่านวงล้อมปิดกั้นทางเรือของเรา และผลที่ออกมาก็ไม่ค่อยดีนักสำหรับพวกเขา
เรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี USS SPRUANCE ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เข้าสกัดกั้นเรือทูสกา ในอ่าวโอมาน และได้ให้คำเตือนที่เหมาะสมเพื่อให้หยุดเรือ แต่ลูกเรือชาวอิหร่านปฏิเสธที่จะฟัง ทำให้กองทัพเรือของเราหยุดพวกเขาไว้กับที่ด้วยการยิงถล่มจนเกิดรูโหว่ในห้องเครื่อง ขณะนี้หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมเรือลำดังกล่าวไว้แล้ว”
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยังได้เปิดเผยว่าเรือ USS Spruance ได้สกัดกั้นเรือ Touska ขณะที่เรือลำดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่านซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการปิดล้อม โดยระบุด้วยว่า ตั้งแต่เปิดปฏิบัติการเมื่อ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้สั่งให้เรือพาณิชย์อย่างน้อย 23 ลำเปลี่ยนเส้นทางหรือกลับเข้าท่าเรืออิหร่าน
...
ขณะที่กองทัพอิหร่าน ได้ออกมาประกาศว่าจะทำการตอบโต้ โดยโพสต์ของสถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่าน ในแอปพลิเคชันเทเลแกรม ระบุว่า สหรัฐฯ ผู้รุกราน ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและกระทำการปล้นสะดมทางทะเล ด้วยการโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่านในน่านน้ำโอมาน พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ ได้ทำลายอุปกรณ์นำทางของเรือและส่งกำลังทหารขึ้นบนดาดเรือ ซึ่งเป็นการ “กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อเรืออย่างชัดเจน”
โพสต์ดังกล่าวทิ้งท้ายว่า “เราขอเตือนว่ากองทัพอิหร่านจะตอบโต้และล้างแค้นต่อการกระทำเยี่ยงโจรสลัดติดอาวุธของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ในเร็ววัน”
ด้านความคืบหน้าในการเจรจา ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยว่า ทีมเจรจาของสหรัฐฯ กำลังเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อเจรจากับอิหร่านและจะไปถึงในช่วงเย็นวันที่ 20 เม.ย. โดยสำนักข่าว NBC รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสองคนว่า รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์, ทูตพิเศษสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ จะเป็นตัวแทนการเจรจากับอิหร่านในครั้งนี้
ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงาน นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า คณะผู้แทนของอิหร่านจะไม่เข้าร่วมการเจรจาที่วางแผนไว้ในกรุงอิสลามาบัด โดยระบุว่าสหรัฐฯ ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงนับตั้งแต่เริ่มต้นขึ้น
ทั้งนี้ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างวอชิงตันและเตหะราน มีกำหนดที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 เม.ย.นี้ หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาได้
...
“ฮอร์มุซ” เดือด ดันราคาน้ำมันพุ่ง
จากการยึดและโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และความไม่แน่นอนในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
วันนี้ (20 เม.ย.) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงหลักของราคาน้ำมันโลก พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 6.3% ทะลุ 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,080 บาท หลังเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เม.ย.เพิ่งปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม คือต่ำกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,889 บาท
ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงหลักของราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น 7% อยู่ที่ 88.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,834 บาท
สำนักข่าว CNN รายงานว่า จากข้อมูลการติดตามเรือ พบไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันแม้แต่ลำเดียวที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์ที่ 19 เม.ย. ซึ่งถือเป็นวันที่มีความเคลื่อนไหวน้อยที่สุดวันหนึ่งในช่องแคบนี้ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น