รู้จัก "นิชิต้า ชาห์" ทายาท GP Group มหาเศรษฐีไทย เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” ที่ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ กับอาณาจักรธุรกิจกว่า 3 หมื่นล้าน  

ท่ามกลางกระแสข่าวความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ชื่อของเรือสินค้า “มยุรี นารี” ถูกพูดถึงอย่างเป็นวงกว้าง หลังตกเป็นเป้าการโจมตีจากอิหร่านขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 

เบื้องหลังเรือลำดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึงนักธุรกิจหญิงชาวไทยเชื้อสายอินเดียอย่าง “นิชิต้า ชาห์” จากตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 34 ของประเทศไทย ตามการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes และผู้บริหารคนสำคัญของ GP Group อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ามากกว่า 30,000 ล้านบาท 

นิชิต้า ชาห์ วัย 44 ปี เป็นบุตรสาวคนโตของ กิริต ชาห์ นักธุรกิจผู้สร้างอาณาจักร GP Group จากกิจการครอบครัว จนกลายเป็นเครือบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่ง Group Managing Director และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจที่มีบริษัทในเครือมากกว่า 17 อุตสาหกรรม พร้อมพนักงานกว่า 4,000 คน

...

นิชิต้า เติบโตมาในครอบครัวที่ธุรกิจเป็นมรดกสำคัญของตระกูล ต้นกำเนิดของกิจการย้อนกลับไปถึงธุรกิจค้าข้าวของครอบครัว ก่อนที่ กิริต ชาห์ จะขยายกิจการจนกลายเป็นเครือธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีบทบาทในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเดินเรือ ยาและสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน เหมืองแร่ เคมีภัณฑ์ ไปจนถึงเทคโนโลยี โดยธุรกิจเรือธงของ GP Group คือ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (Precious Shipping) ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1989

นิชิต้า สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมายธุรกิจและการเงินจาก Boston University ก่อนจะก้าวเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย และค่อย ๆ ขยับบทบาทขึ้นมาเป็นหนึ่งในกำลังหลักขององค์กร

ความสัมพันธ์ระหว่างนิชิต้าและผู้เป็นพ่อไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสายเลือด แต่ยังเป็นความสัมพันธ์ในฐานะ “คู่หูทางธุรกิจ” ที่ร่วมกันกำหนดทิศทางองค์กร กิริต ชาห์เคยกล่าวว่าเขาสนับสนุนให้ลูก ๆ เรียนอะไรก็ได้ตราบเท่าที่ยังอยู่ในโลกของธุรกิจ เพื่อให้สามารถกลับมาสานต่อกิจการของครอบครัวได้

ความไว้วางใจนี้สะท้อนผ่านบทบาทของนิชิต้าในฐานะผู้ถือหุ้นรายบุคคลรายใหญ่ใน Precious Shipping รวมถึงการมีส่วนสำคัญในการปรับพอร์ตธุรกิจของครอบครัวให้ทันกับเศรษฐกิจยุคใหม่

นิชิต้า ชาห์ และ กิริต ชาห์
นิชิต้า ชาห์ และ กิริต ชาห์

แม้จะเติบโตในโลกธุรกิจขนาดใหญ่ แต่นิชิต้ายังมีความสนใจด้านแฟชั่น และเปิดแบรนด์ของตนเองในชื่อ “Nsha” ขณะเดียวกันก็มีบทบาทในแวดวงสตาร์ทอัพและการลงทุน โดยเธอเคยปรากฏตัวในฐานะกรรมการนักลงทุนในรายการ Shark Tank Thailand

ภายใต้การบริหารของเธอ GP Group ยังคงขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ และนวัตกรรม ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนในองค์กร ซึ่งเธอมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะยาว เธอมักกล่าวเสมอว่า “คน” คือหัวใจสำคัญของการเติบโตของธุรกิจ

นอกเหนือจากโลกธุรกิจ นิชิต้ายังมีบทบาทในกิจกรรมเพื่อสังคม ตั้งแต่การสนับสนุนการศึกษา ไปจนถึงการระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านม รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

ก่อนหน้านี้ นิชิต้า เคยจับมือกับ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ อดีตซีอีโอ บมจ.เจเคเอ็น กรุ๊ป หรือ JKN ได้ประกาศความร่วมมือเพื่อร่วมบริหารองค์กรมิสยูนิเวิร์ส หรือ Miss Universe Organization (MUO) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรระดับโลกและเป็นเจ้าของแบรนด์ Miss Universe หวังนำองค์กรมิสยูนิเวิร์สเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก อย่างไรก็ตาม JKN ได้ปิดฉากลงหลังถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ไทย

...

อีกด้านหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้คือ เธอเป็นนักบินที่ได้รับใบอนุญาต และมักกล่าวว่าแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจและการให้คืนสังคมของเธอมาจากนักลงทุนระดับโลกอย่าง Warren Buffett และแนวคิดการกุศลของ Bill Gates โดยเธอเคยกล่าวว่าในอนาคตต้องการนำทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตนเองไปสนับสนุนงานเพื่อสังคมผ่านมูลนิธิของครอบครัว

จากทายาทธุรกิจสู่ผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ นิชิต้า ชาห์ จึงไม่ใช่เพียงผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งของไทย หากยังเป็นตัวแทนของผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ที่กำลังพยายามขยายอาณาจักรให้เติบโตต่อไปในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่