ส่องไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งญี่ปุ่น 2569 เข้าคูหาลงคะแนนวันเดียวกับไทย ล่าสุดประกาศผลทางการ-เตรียมจัดประชุมสภาเลือกนายกฯ 18 ก.พ.นี้
จากกรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มาถึงวันนี้ (12 ก.พ.) ผ่านพ้นมา 4 วัน แม้จะพอทราบผลแล้วว่า พรรคใดชนะในพื้นที่ไหนบ้าง ได้ สส.จำนวนกี่คน แต่ทาง กกต.ยังไม่ได้ออกมารับรองผลอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันก็เผชิญกับปัญหาหลายอย่าง ทั้งการร้องเรียนนับคะแนนใหม่ในหลายเขต ประชาชนออกมารวมตัวไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหีบ รวมไปถึงข้อกล่าวหาว่ามี “บัตรเขย่ง” ผลคะแนนที่แสดงบนเว็บไซต์หรือป้ายประกาศของ กกต. มีจำนวนไม่เท่ากัน
ขณะเดียวกันหากตัดภาพไปยังอีกประเทศ ที่จัดการเลือกตั้งทั่วไปวันเดียวกับประเทศไทย อย่าง “ประเทศญี่ปุ่น” ล่าสุดได้หน้าตาของรัฐบาลใหม่ และเตรียมเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกฯ แล้ว ไทม์ไลน์หลังการเลือกตั้งญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียง
...
ไทม์ไลน์เลือกตั้งญี่ปุ่น ถึงจัดตั้งรัฐบาลใหม่
- 23 ม.ค. 69 : นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกฯ และพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ โดยต้องจัดขึ้นภายใน 40 วัน
- 28 ม.ค.-7 ก.พ.2569 : เลือกตั้งล่วงหน้า
- 8 ก.พ. 69 : ญี่ปุ่นจัดเลือกตั้งทั่วไป โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเผย พรรค LDP ชนะถล่มทลาย
- 9 ก.พ. 69 : พรรค LDP แถลงประกาศชัยชนะ กวาด 316 ที่นั่งจาก 465 ที่นั่ง จัดตั้งรัฐบาลรวมกับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ที่ได้ 36 ที่นั่ง กลายเป็นรัฐบาลผสมมี 352 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภา ขณะที่ฝ่ายค้านได้รับที่นั่งรวมกันประมาณ 113 ที่นั่ง โดยทางการจะมีการออกใบรับรองแก่ สส.แต่ละคน
- 10 ก.พ.69 : คณะกรรมการการเลือกตั้งญี่ปุ่นประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยการเลือกนายกฯ จะต้องดำเนินการภายใน 30 วันหลังเลือกตั้ง
- 18 ก.พ. : คาดเป็นวันเปิดประชุมสภาสมัยพิเศษ เพื่อเลือกนายกฯ และคาดว่าทาคาอิจิจะได้รับเลือกเป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย
- เดือน ก.พ. : หลังจากสภาเลือกนายกฯ สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น จะทรงแต่งตั้งนายกฯ อย่างเป็นทางการตามมติสภา จากนั้นนายกฯ เลือกคณะรัฐมนตรี และถวายสัตย์ปฏิญาณต่อจักรพรรดิ
- ปลายเดือน ก.พ. 69 : นายกฯ และรัฐบาลใหม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา พร้อมตอบคำถามจากฝ่ายค้านต้นเดือน มี.ค. 69 : พิจารณาร่างงบประมาณปีงบประมาณ 2569 ก่อนเปิดปีงบประมาณในเดือนเมษายน
พรรค LDP ชนะถล่มทลาย
การตัดสินใจยุบสภาแบบฉับพลันของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ทาคาอิจิ ซานาเอะ กลายเป็นหมากการเมืองที่ได้ผลเกินคาด หลังคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2026
ข้อมูลจากสถานีโทรทัศน์ NHK ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดย พรรค LDP ได้ที่นั่งรวม 352 จาก 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร โดย พรรค LDP เพียงพรรคเดียวกวาดถึง 316 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากเดิม 198 ที่นั่ง ครองเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับพรรคใดในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งพรรคในปี 1955 และทำลายสถิติ 300 ที่นั่งของอดีตนายกรัฐมนตรี ยาสุฮิโร นากาโซเนะ เมื่อปี 1986
เมื่อรวมกับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ที่ได้ 36 ที่นั่ง รัฐบาลผสมจะถือครองเสียง 352 เสียงอย่างมั่นคง ขณะที่ฝ่ายค้านรวมกันเหลือ 113 ที่นั่ง ส่งผลให้เสถียรภาพทางนิติบัญญัติของรัฐบาลแข็งแกร่งอย่างยิ่ง และเปิดทางให้การผลักดันกฎหมายสำคัญเป็นไปอย่างราบรื่น
ชัยชนะครั้งนี้ยิ่งโดดเด่น เพราะทาคาอิจิในฐานะนายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น ตัดสินใจยุบสภาเพียง 4 เดือนหลังขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อขอฉันทามติจากประชาชนโดยตรง เธอประกาศชัดว่าจะลาออกหากไม่สามารถรักษาเสียงข้างมากได้ ทำให้การเลือกตั้งถูกมองว่าเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่
ความสำเร็จดังกล่าวแตกต่างจากผู้นำสองคนก่อนหน้า ที่พรรคสูญเสียเสียงข้างมากจากคดีอื้อฉาวและแรงกดดันค่าครองชีพ เมื่อย้อนกลับไปในปี 2024 พรรคแอลดีพียังเคยเสียเสียงข้างมากในทั้งสองสภา และพันธมิตรยาวนานกับพรรคโคเมโตะต้องยุติลง การกลับมาครองเสียงท่วมท้นครั้งนี้จึงสะท้อนการฟื้นตัวทางการเมืองอย่างชัดเจน
...
เปิดนโยบาย ที่รัฐบาลใหม่จะผลักดัน
บนฐานอำนาจใหม่ที่มั่นคง ทาคาอิจิให้คำมั่นจะเร่งเดินหน้านโยบายที่เธอเรียกว่า “นโยบายการคลังที่มีความรับผิดชอบและเชิงรุก” พร้อมเชิญชวนฝ่ายค้านร่วมมือในประเด็นที่สามารถหาฉันทามติได้ หนึ่งในนโยบายสำคัญคือข้อเสนอการยกเว้นภาษีการบริโภคสำหรับสินค้าอาหารเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งเธอระบุว่าต้องการเร่งให้รัฐสภาพิจารณาโดยเร็ว และหวังจัดทำรายงานความคืบหน้าก่อนฤดูร้อนนี้
เมื่อถูกถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ทาคาอิจิ ยืนยันว่าคณะปัจจุบันยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ผ่านมาเพียงสามเดือนกว่า ๆ แต่ทุกคนทำงานหนักและสร้างผลงานได้ จึงยังไม่มีแนวคิดจะปรับเปลี่ยน” อย่างไรก็ตาม เธอเปิดช่องว่าหากมีการหยิบยกขึ้นมา ก็พร้อมพิจารณาตำแหน่งให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างเจไอพี
ขณะเดียวกัน เธอยังประกาศความตั้งใจผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เคยถูกแก้ไขเลยนับตั้งแต่มีผลบังคับใช้ในปี 1947 โดยระบุว่าจะรวบรวมประเด็นสำคัญและข้อถกเถียงที่ผ่านมา เพื่อเสนอร่างแก้ไขและสร้างเงื่อนไขให้สามารถจัดประชามติได้โดยเร็ว แม้ฝ่ายรัฐบาลจะครองเสียงเกิน 2 ใน 3 ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าวในวุฒิสภา ทำให้ภารกิจนี้ยังต้องอาศัยการเจรจาทางการเมืองเพิ่มเติม
ภาพชัยชนะของฝ่ายรัฐบาลตัดกับความพ่ายแพ้อย่างหนักของพรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรคเซนทริสต์ รีฟอร์ม อัลไลแอนซ์ ซึ่งสูญเสียที่นั่งมากกว่า 100 ที่นั่ง จากเดิมที่มี 172 ที่นั่ง พรรคดังกล่าวเพิ่งก่อตั้งจากการรวมตัวของสองพรรคก่อนการเลือกตั้งไม่นาน และผู้นำพรรคประกาศแสดงเจตจำนงจะลาออก ท่ามกลางการทบทวนทิศทางใหม่ทางการเมือง
โดยรวมแล้ว ผลเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำอำนาจของทาคาอิจิ หากยังเปิดฉากบทใหม่ของการเมืองญี่ปุ่น ที่รัฐบาลมีอำนาจต่อรองเต็มมือในการขับเคลื่อนทั้งการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและมาตรการเศรษฐกิจที่กระทบต่อชีวิตประชาชนโดยตรง
...
ท่าทีผู้นำโลก
ภายหลังชัยชนะในการเลือกตั้ง ทาคาอิจิ ซานาเอะ ได้ตอบรับข้อความแสดงความยินดีจากผู้นำหลายประเทศ ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026 โดยเธอกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สำหรับ “ข้อความแสดงความยินดีที่อบอุ่นและให้กำลังใจ” พร้อมระบุว่าเธอตั้งตารอทำงานอย่างใกล้ชิดกับทรัมป์ เพื่อผลักดันสันติภาพ ความเข้มแข็ง และความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ
นอกจากสหรัฐฯ แล้ว ทาคาอิจิยังตอบรับคำแสดงความยินดีจากผู้นำประเทศสำคัญ อาทิ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย และนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส ของออสเตรเลีย สะท้อนภาพญี่ปุ่นในฐานะหนึ่งในแกนหลักของความร่วมมือระดับภูมิภาคและเวทีโลกภายใต้รัฐบาลชุดใหม่
ขณะที่จีนออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกร้องให้ทาคาอิจิถอนคำกล่าวเกี่ยวกับไต้หวัน พร้อมย้ำว่านโยบายของปักกิ่งต่อโตเกียวจะไม่เปลี่ยนแปลงเพียงเพราะผลการเลือกตั้ง
“เราขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจฝ่ายปกครองของญี่ปุ่นรับฟังข้อกังวลของประชาคมระหว่างประเทศอย่างจริงจัง แทนที่จะเพิกเฉย และเลือกเดินบนเส้นทางการพัฒนาอย่างสันติ แทนการทำผิดซ้ำรอยลัทธิทหารนิยม” หลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุ
...