รู้จัก “Board of Peace” คณะกรรมการแห่งสันติภาพฉบับ “ทรัมป์” เชิญเข้าร่วม 50 ประเทศรวม “ประเทศไทย” ล่าสุดวันนี้ (22 ม.ค.) ลงนามเปิดตัวบนเวที WEF ผู้แทนต่างชาติเข้าร่วม 19 ประเทศ 

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2026 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศจัดตั้ง “คณะกรรมการแห่งสันติภาพ” หรือ “Board of Peace” เพื่อดูแลการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในฉนวนกาซา โดยมีตนดำรงตำแหน่งประธานตลอดชีพ พร้อมได้เชิญผู้นำโลกราว 50 ประเทศเข้าร่วม รวมถึง “ประเทศไทย”

ล่าสุดวันนี้ (22 ม.ค.) ในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลกประจำปี 2026 (World Economic Forum Annual Meeting 2026) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปธน.ทรัมป์ ได้ลงนามเปิดตัว “Board of Peace” โดยมีตัวแทนจาก 19 ประเทศเข้าร่วม ท่ามกลางความกังวลว่าอาจกระทบกับบทบาทขององค์การสหประชาชาติ (UN)

คณะกรรมการสันติภาพคืออะไร?

คณะกรรมการสันติภาพ หรือ Board of Peace คือกลไกใหม่ที่ทรัมป์เสนอจัดตั้งขึ้น โดยได้รับอนุญาตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อปลดอาวุธและฟื้นฟูฉนวนกาซา หลังพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงครามยืดเยื้อระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาสเป็นเวลากว่า 2 ปี

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เสนอแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2025 ขณะประกาศแผนยุติสงครามในฉนวนกาซา ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2026 ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ ได้ส่งคำเชิญเข้าร่วมไปยังประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศ รวมถึงไทย

...

ขณะที่กฎบัตรระบุว่า ประเทศสมาชิกจะดำรงตำแหน่งได้วาระละ 3 ปี เว้นแต่จะจ่ายเงินประเทศละ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ซึ่งจะทำให้ได้สถานะสมาชิกถาวร

ประเทศใดบ้างที่ตอบรับคำเชิญแล้ว?

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2025 ทำเนียบขาว ได้เปิดเผยว่า ผู้นำโลกราว 35 ประเทศจากประมาณ 50 ประเทศที่ได้รับคำเชิญ ได้ตกลงเข้าร่วมแล้ว โดยประเทศที่ตอบรับรวมถึงพันธมิตรในตะวันออกกลาง เช่น อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน จอร์แดน กาตาร์ และอียิปต์ รวมถึงประเทศสมาชิกนาโตอย่าง ตุรกีและฮังการี ซึ่งผู้นำมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับทรัมป์ ก็เข้าร่วมเช่นกัน

นอกจากนี้ โมร็อกโก ปากีสถาน อินโดนีเซีย โคโซโว อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน ปารากวัย และเวียดนาม รวมถึงอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานก็เข้าร่วม หลังจากทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุส ซึ่งชาติตะวันตกเคยหลีกเลี่ยงมาอย่างยาวนานจากปัญหาสิทธิมนุษยชนและการสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน ได้ตอบรับคำเชิญเช่นกัน ท่ามกลางความพยายามฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเบลารุส

ขณะที่ในการลงนามวันนี้ (22 ม.ค.) มีผู้แทนเข้าร่วม 19 ชาติ ได้แก่ อาร์เจนตินา อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน บัลแกเรีย ฮังการี อินโดนีเซีย จอร์แดน คาซัคสถาน โคโซโว มองโกเลีย โมร็อกโก ปากีสถาน ปารากวัย กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอุซเบกิสถาน

ประเทศใดบ้างที่ปฏิเสธหรือยังไม่ชัดเจน?

โครงการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดของพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ทั้งประเด็นกรีนแลนด์ ภาษี และความขัดแย้งด้านนโยบาย ส่งผลให้พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ หลายประเทศแสดงท่าทีระมัดระวัง โดยมีรายงานว่า ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก และสโลวีเนีย ปฏิเสธคำเชิญดังกล่าว

ด้านรัสเซียยังไม่ประกาศจุดยืนว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ขณะที่อีกขั้วมหาอำนาจอย่าง จีน ก็ยังไม่แสดงท่าทีเช่นกัน

ขณะที่ประเทศไทย ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ว่า

“ประเทศไทยได้รับหนังสือเชิญจากนายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับ Comprehensive Plan to End the Gaza Conflict และข้อริเริ่มของสหรัฐฯ ในการจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) และอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

ในหลักการ ไทยยินดีกับข้อริเริ่มใด ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลางและความพยายามดำเนินการด้านมนุษยธรรม เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของชาวปาเลสไตน์ และหวังว่าข้อริเริ่มจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของชาวปาเลสไตน์และได้รับการสนับสนุนโดยประเทศในภูมิภาค

ไทยยืนยันการสนับสนุนความพยายามที่ดำเนินการอยู่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุแนวทางสองรัฐ ที่มีรัฐอิสราเอลและรัฐปาเลสไตน์อยู่เคียงคู่กันอย่างสันติและมีความมั่นคง บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง”

...

กระทบ “ยูเอ็น” อย่างไร?

การแนบร่างกฎบัตรมากับจดหมายเชิญ ได้สร้างความกังวลในหมู่รัฐบาลยุโรปบางประเทศว่า คณะกรรมการสันติภาพอาจบ่อนทำลายบทบาทของยูเอ็น ซึ่งทรัมป์เคยวิจารณ์ว่ายูเอ็นไม่สนับสนุนความพยายามของเขาในการยุติความขัดแย้งทั่วโลก

นักการทูตรายหนึ่งให้ความเห็นว่า นี่อาจเป็น “สหประชาชาติในแบบของทรัมป์” ที่เพิกเฉยต่อหลักการพื้นฐานของกฎบัตรยูเอ็น ขณะที่นักการทูตตะวันตกอีกหลายรายเห็นพ้องว่า หากโครงการเดินหน้าต่อไป อาจทำให้บทบาทของยูเอ็นอ่อนแอลง

อย่างไรก็ดีในการลงนามวันนี้ ปธน.ทรัมป์ ได้ประกาศว่า ต้องการให้ คณะกรรมการสันติภาพ ทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ ชี้ตนพูดอยู่เสมอว่าสหประชาชาติมีศักยภาพมหาศาล แต่ยังไม่ถูกใช้งาน

ที่มา : กระทรวงต่างประเทศ,  washingtonpost, timecbsnews 

...