เปิดขุมทรัพย์ น้ำมัน-ทรัพยากร “เวเนซุเอลา” ที่ ทรัมป์ อาจหมายตา ? หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการบุกจับ ปธน. เตรียมให้บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ เข้าไปดูแลภาคพลังงาน 

กลายเป็นเรื่องใหญ่สะเทือนโลก เมื่อสหรัฐฯ นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลา บุกจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมซีเลีย ฟลอเรส ภริยาถึงกลางกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ก่อนส่งตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐฯ ในข้อหาก่อการร้ายด้านยาเสพติด, นำเข้าโคเคน, ครอบครองอาวุธปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง และสมคบคิดในการครอบครองอาวุธปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง

อย่างไรก็ดี “ยาเสพติด” อาจไม่ใช่เพียงเป้าหมายเดียวหรือไม่ใช่ "เป้าหมายที่แท้จริง" ของสหรัฐฯ แต่ยังมีเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ และ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะ “น้ำมัน” ที่เวเนซุเอลามีปริมาณสำรองมากที่สุดในโลก โดยหลังจากการจับกุมมาดูโรและภรรยา ปธน.ทรัมป์ แถลงข่าวว่า สหรัฐฯ จะเข้าไป “บริหาร” (Run) เวเนซุเอลา จนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านที่ปลอดภัย และเขามีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ เข้าไปดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเวเนซุเอลา

...


เปิดขุมทรัพยากรธรรมชาติ “เวเนซุเอลา”

1. น้ำมัน 

เวเนซุเอลา เป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองมากที่สุดในโลก ที่ประมาณ 3.03 แสนล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 17-18% ของปริมาณน้ำมันสำรองของทั้งโลก มากกว่าอันดับ 2 อย่างซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอยู่ที่ 2.67 แสนล้านบาร์เรล และอันดับ 3 อย่าง อิหร่าน ที่มี 2.09 แสนบาร์เรล

แหล่งน้ำมันส่วนใหญ่ อยู่ในภูมิภาคโอริโนโกทางตอนกลางของประเทศ 
น้ำมันที่พบในเวเนซุเอลาส่วนใหญ่เป็น “น้ำมันดิบชนิดหนัก” (Heavy Crude) ซึ่งกลั่นได้ยาก ต้องใช้ต้นทุนและเทคโนโลยีที่สูงกว่า โดยใช้ผลิตน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา ยางมะตอย ต่างจากของสหรัฐฯ ที่แม้จะผลิตน้ำมันได้มาก แต่เป็นน้ำมันดิบชนิดเบา ทำให้สหรัฐฯ ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบชนิดหนักนี้อยู่ โดยปัจจุบันส่วนใหญ่นำเข้าจากแคนาดา 

อย่างไรก็ดีแม้จะมีปริมาณน้ำมันสำรองสูง แต่เวเนซุเอลายังมีอัตราการผลิตที่น้อยมากคิดเป็นไม่ถึง 1% ของปริมาณการบริโภคน้ำมันทั่วโลก โดยข้อมูลเมื่อเดือน พ.ย. 2025 เวเนซุเอลา ผลิตน้ำมันได้ประมาณ 9.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งกว่า 80% ส่งออกไปยังประเทศจีน 


ขณะที่สหรัฐฯ มีมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันจากเวเนซุเอลา มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีการออกใบอนุญาตพิเศษให้กับ Chevron บ. สัญชาติอเมริกันที่ยังดำเนินกิจการอยู่ และในปี 2022 เป็นต้นมา รัฐบาลยังได้ผ่อนปรนให้ขยายการผลิตและส่งน้ำมันมาขายในสหรัฐฯ ได้ ซึ่งปัจจุบัน Chevron รับผิดชอบการกลั่นน้ำมันราว 1 ใน 5 ของเวเนซุเอลา และคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำมันในเวเนซุเอลาหลังจากนี้ 


2. ก๊าซธรรมชาติ 

คาดการณ์ว่ามีปริมาณสำรอง ราว 200 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งถือว่ามากที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา

3. ทองคำ แร่ธาตุสำคัญและหายาก 

ในปี 2018 รัฐบาลเวเนซุเอลา ได้มีการออกรายงาน “แคตตาลอกแร่” คาดการณ์ปริมาณทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศ 


- ทองคำ คาดมีอยู่ราว 644 เมตริกตัน ซึ่งถือเป็นแหล่งสำรองใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา

- ถ่านหิน คาดมีปริมาณสำรอง 3,000 ล้านเมตริกตัน

- นิกเกิล คาดมีปริมาณสำรอง 340 ล้านตัน

- แร่เหล็ก คาดมีปริมาณสำรอง 14.68 พันล้านเมตริกตัน

- บ็อกไซต์ 321.5 ล้านเมตริกตัน

ขณะที่ ในปี 2021 รัฐบาลได้เปิดเผยแผนที่ที่รวบรวมข้อมูลในปี 2009 ระบุแร่ธาตุที่พบในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ โดยมีรายชื่อของแร่ได้แก่ พลวง, ทองแดง, นิกเกิล, โคลแทน, โมลิบดีนัม, แมกนีเซียม, เงิน, สังกะสี, ไทเทเนียม, ทังสเตน และยูเรเนียม แต่ไม่ได้มีการระบุปริมาณสำรองที่แน่ชัด

น้ำมันในเวเนซุเอลา เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ยังไง

เวเนซุเอลา เป็นหนึ่งใน 5 ประเทศผู้ก่อตั้งโอเปก (OPEC) ร่วมกับอิหร่าน อิรัก คูเวต และซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี 1960 โดยต่อมามีการตั้งบริษัทน้ำมันของรัฐฯ ชื่อว่า Petróleos de Venezuela, S.A. หรือ PDVSA ขึ้นมาบริหารจัดการ มีการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนเพื่อนำเทคโนโลยีสกัดน้ำมันชนิดหนักมาใช้ บริษัทอเมริกัน เช่น Chevron, Exxon และ Mobil ก็ถือเป็นผู้ร่วมบุกเบิกอุตสาหกรรมน้ำมันในเวเนซุเอลา โดยในช่วงปี 1970 เวเนซุเอลาสามารถผลิตน้ำมันได้ถึง 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งในขณะนั้นคิดเป็นมากกว่า 7% ของการผลิตน้ำมันโลก 

แต่หลังจากการเข้ามาของประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ ในปี 1999 ผู้ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านทุนนิยมสหรัฐฯ ได้กำหนดให้ PDVSA ต้องถือหุ้นข้างมากในทุกโครงการน้ำมัน ส่งผลให้ Exxon และ Conoco ถอนตัวออกจากเวเนซุเอลาในช่วงทศวรรษ 2000 และทรัพย์สินของบริษัทเหล่านี้ถูกยึด เหลือเพียง Chevron ที่ยังดำเนินกิจการอยู่ แต่ก็ไม่ได้มีบทบาทมากนัก 

...

ขณะเดียวกัน ปธน.ฮูโก ชาเวซ ก็ได้มีการปลดพนักงานผู้เชี่ยวชาญของ PDVSA และส่งคนของรัฐเข้าไปแทนที่ และนำกำไรมาทำนโยบายประชานิยม เกิดการบริหารจัดการผิดพลาด สืบเนื่องมาจนถึงยุคของ ปธน.มาดูโร ก็ไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ทำให้น้ำมันในเวเนซุเอลาไม่ได้ถูกขุดขึ้นมาใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ปริมาณการผลิตน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือหลักแสนต่อวัน 

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2025  ปธน.ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นบัญชีดำรัฐบาลเวเนซุเอลา เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ  สั่งปิดล้อมเรือขนส่งน้ำมันทั้งขาเข้า-ขาออก โดยโพสต์ใน TRUTH SOCIAL ของทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ เป็นผู้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในเวเนซุเอลา แต่รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมของมาดูโรได้ “ขโมย” เอาทรัพยากรเหล่านี้ และเอาเงินไปล่อเลี้ยงการก่อการร้ายด้านยาเสพติด การค้ามนุษย์ ฆาตกรรม และลักพาตัว ก่อนจะนำมาสู่ปฏิบัติการบุกจับกุม ปธน.มาดูโร และเตรียมเข้าไปดูแลในช่วงเปลี่ยนผ่านและมีบทบาทในภาคพลังงาน 

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การที่สหรัฐฯ จะเข้าไปควบคุมแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลา อาจไม่ง่ายดายนัก ผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้ความเห็นว่าอาจต้องใช้งบประมาณหลักหมื่นล้านดอลลาร์ และใช้เวลานานนับทศวรรษในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาให้สามารถกลับมาผลิตได้ในระดับเดิม

โฮมายูน ฟาลักชาฮี นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสของแพลตฟอร์มข้อมูลชื่อว่า เคปเลอร์ (Kpler) กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีว่า อุปสรรคสำคัญคือเรื่องของกฎหมายและการเมือง ผู้ที่จะเข้าไปทำสัมปทานน้ำมันในเวเนซุเอลาต้องทำกับรัฐบาล ซึ่งก็ยังไม่แน่ชัดว่าโฉมหน้าของรัฐบาลและทิศทางการเมืองของประเทศจากนี้จะเป็นอย่างไร และแม้สถานการณ์การเมืองจะมั่นคง แต่ก็มีเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ยังไม่พร้อม

...

ฟาลักชาฮี กล่าวว่า ผู้บริหารบริษัทน้ำมันกำลังหารือกันว่าจะฉวยคว้าโอกาสนี้ไว้หรือไม่ แต่แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะไม่แน่นอน แต่ผลตอบแทนที่อาจได้รับก็ใหญ่เกินกว่าจะมองข้าม 

ที่มา :reuters, bbc, americasquarterly