สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ผ่านมา 1 สัปดาห์แล้ว ยังทวีความรุนแรงต่อเนื่อง หรือฉนวนกาซาจะไม่กลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว ภายหลังเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ประกาศจะขจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก เปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินบุกโจมตีฉนวนกาซา ต่อจากการยิงถล่มทางอากาศ เพื่อเคลียร์พื้นที่ และเข้าช่วยเหลือตัวประกันประมาณ 150 คน ขณะที่กลุ่มฮามาสอ้างว่าการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ทำให้ตัวประกันเสียชีวิตไป 13 ศพ
สงครามเลือดต้องล้างด้วยเลือด จนชาวโลกเกรงว่าจะลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง รายงานล่าสุดมีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเสียชีวิตแล้วกว่า 2 พันศพ ส่วนชาวอิสราเอลเสียชีวิตพันกว่าศพ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยรายงานมีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 24 ราย และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ที่ 16 ราย ยังไม่รู้ชะตากรรมเป็นตายร้ายดีอย่างไร
การโจมตีปิดล้อมฉนวนการซาของอิสราเอล ได้มีชาวปาเลสไตน์ 4 แสนกว่าคน ต้องทิ้งบ้านเรือนอพยพหนีกลายเป็นคนพลัดถิ่น จากรายงานของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ และองค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กร แสดงความกังวลวิกฤติด้านมนุษยธรรม ต่อการกระทำของอิสราเอล อ้างว่าใช้ฟอสฟอรัสขาว อาวุธรุนแรงต้องห้าม โดยฮิวแมนไรต์วอตช์ หนึ่งในองค์กรสิทธิมนุษยชนได้ออกมายืนยัน พร้อมเรียกร้องให้ยุติสงคราม และในทันทีทางกองทัพอิสราเอลได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา
...
สงครามอิสราเอล-ฮามาส ปมขัดแย้งไม่เกี่ยวกับศาสนา
เมื่อสงครามมาถึงจุดนี้ไม่มีทีท่าจะยุติลง และชาวโลกเริ่มแบ่งฝักแบ่งฝ่าย จนเกรงว่าจะบานปลายกลายเป็นสงครามศาสนาหรือไม่? “ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู” ผู้เชี่ยวชาญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยืนยันไม่เกี่ยวกับสงครามศาสนา แต่เป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์เป็นสำคัญ และประเทศตะวันตก อย่างสหรัฐฯ พยายามติดต่อชาติอาหรับต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีระหว่างกัน เพื่อหาทางออกแก้ปัญหา เช่นเดียวกับประเทศมหาอำนาจ ได้แข่งกันเข้ามามีอิทธิพล ไม่เกี่ยวกับด้านศาสนาแต่อย่างใด
“คงไม่เป็นอย่างที่นักวิชาการบางคนออกมาระบุ เพราะเป็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างปาเลสไตน์กับยิว ยังแก้ปัญหาเรื่องดินแดนและสันติภาพไม่ได้ เมื่อแก้ไม่ได้ก็จะมีปัญหาไปตลอด แต่ละฝ่ายก็หัวรุนแรงแบบสุดโต่ง อย่างเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล อยู่พรรคลิคุด เป็นพรรคฝ่ายขวาอนุรักษ์นิยม ส่วนพวกฮามาสในปาเลสไตน์ ก็สุดโต่ง”
ในปี 2536 เคยมีข้อตกลงสันติภาพออสโลของทั้ง 2 ฝ่ายระหว่างอิสราเอลกับองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ หากปาเลสไตน์เป็นรัฐแล้ว จากการที่อิสราเอลมอบคืนดินแดนที่ยึดมาได้ในสมัยสงครามหกวันให้กับชาวปาเลสไตน์ ต่างฝ่ายจะต้องยอมรับความเป็นรัฐซึ่งกันและกัน จะไม่คุกคามกัน โดยสหประชาชาติจะต้องลงโทษหากฝ่าฝืน แต่ต่อมายิตซัค ราบิน นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในขณะนั้น ถูกลอบสังหาร ทำให้กระบวนการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางหยุดชะงักลง และสงครามไม่จบสิ้น
กระทั่งเกิดสงครามครั้งล่าสุด ต้องประณามทั้ง 2 ฝ่าย เพราะต่างฝ่ายต่างใช้กำลังเกินความเหมาะสม ทางกลุ่มฮามาส ก็ฆ่าพลเรือนอิสราเอล ส่วนอิสราเอลก็ตอบโต้โจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักเพื่อเข้าปิดล้อม ขณะที่มหาอำนาจทั้งจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นพวกปาเลสไตน์ แต่เมื่อเกิดเรื่องกลับไม่พูดอะไรมาก ยิ่งรัสเซีย ยิ่งพูดไม่ออก เพราะทำกับยูเครนก็สาหัสอยู่แล้ว แต่ก็วิจารณ์ชาติตะวันตก ส่วนเรื่องที่มาอาวุธของกลุ่มฮามาส สามารถหาที่ไหนก็ได้ ทั้งจีน รัสเซีย หรือจากประเทศอื่น ต้องมีการสืบสวน หรืออ้างว่ามาจากยูเครน อาจซื้อมาจากตลาดมืดก็ได้
ไม่มีความยุติธรรม สันติภาพไม่เกิด หายนะทางมนุษยธรรม
แต่โดยพื้นฐานของสงครามที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สงครามศาสนา หรือมีนักวิชาการบางคนบอกว่าเป็นแผนของอิสราเอลทำให้กลุ่มฮามาสเข้ามาโจมตีก่อน เพื่อจะได้หาเหตุผลกวาดล้างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก และทางสหประชาชาติก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างไรแล้วการขจัดกลุ่มก่อการร้ายคงไม่หมดสิ้น ตราบใดที่ความไม่ยุติธรรมยังอยู่ในความรู้สึกของกลุ่มคนขัดแย้ง หากไม่ได้รับการแก้ไข ก็ไม่มีทางจะเกิดสันติภาพได้ และกลุ่มเดินสายกลางของอิสราเอล และปาเลสไตน์ ก็ไม่มีท่าทีจะตกลงกันได้
...
ส่วนเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ก็ขวาจัด และประเทศอาหรับทั้งหลายจะมาคืนดีกับอิสราเอล คงยากมากขึ้น หากอิสราเอลยังคงโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วง และไม่มีทางที่ซาอุดีอาระเบีย จะฟื้นสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลขึ้นมาได้ อย่างที่สหรัฐฯ ปูทาง ทำให้ความฝันจะคลี่คลายปัญหาในตะวันออกกลางคงยาก
“อย่างไรแล้วอิสราเอล พยายามถอนรากถอนโคนกลุ่มฮามาส ในการโจมตีฉนวนกาซา แต่ก็มีปัญหาด้านมนุษยธรรม ในการก่อหายนะทางมนุษยธรรมด้วยการตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดอาหาร และทำให้ชาวปาเลสไตน์ ต้องอพยพเป็นผู้พลัดถิ่น แม้แต่ประเทศอาหรับด้วยกันก็ไม่ต้อนรับ อย่างอียิปต์ ก็ไม่ต้อนรับ เพราะลำพังในประเทศตัวเองก็มีปัญหา จนกลายเป็นปัญหาด้านมนุษยธรรมของโลก”
กรณีมีการกล่าวหาว่าอิสราเอลใช้ฟอสฟอรัสขาว ก็ต้องมีการพิสูจน์กัน แต่ถ้าใครละเมิดในการทำสงคราม ต้องถูกประณามโดยเท่าเทียมกัน แม้มีความแค้นสะสมก็ไม่ควรกระทำ ไม่เช่นนั้นแล้วทุกฝ่ายก็สามารถอ้างได้ แต่เรื่องมนุษยธรรม แม้สหรัฐฯ พยายามทำให้ตัวเองได้ดุล มีการยืนยันว่าสนับสนุนอิสราเอล แต่ขณะเดียวกันก็เดินสายเจรจาประเทศอาหรับทั้งหลายที่มีความสัมพันธ์อันดี และพอพูดได้กับอิสราเอล เพื่อเป็นช่องทางให้ลดราวาศอก และไม่ให้สหรัฐฯ ถูกมองว่าสนับสนุนอิสราเอลมากเกินไป ก็เลยประณามอิสราเอล
...
จากเดิมสหรัฐฯ จะเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบีย ฟื้นสัมพันธ์กับอิสราเอล แต่ตราบใดอิสราเอลไม่หยุดโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักเพื่อลุยช่วยตัวประกันจนถึงที่สุด ทางซาอุดีอาระเบียก็จะไม่ฟื้นความสัมพันธ์ เพราะเพิ่มวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่จะหนักมากขึ้น ขณะที่กลุ่มฮามาส ก็ไม่ยอม ทำให้เป็นห่วงคนไทยถูกเอาไปใช้ต่อรอง เพราะกลุ่มฮามาสหมดประตูต่อสู้แล้ว อาวุธก็ร่อยหรอ ทำให้ต้องใช้วิธีแบบผู้ก่อการร้าย และสงครามครั้งนี้คาดว่ายังอีกนานมากกว่าจะจบลง มีแต่ความเสียหายของทั้งสองฝ่าย.