“ไวรัสมาร์เบิร์ก” หรือไข้เลือดออกมาร์เบิร์ก โรคอุบัติซ้ำกลับมาระบาดอีก ครั้งนี้ระบาดร้ายแรงเป็นครั้งแรกในสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี ประเทศเล็กๆ ในแถบแอฟริกากลาง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 16 ราย ทางการต้องประกาศล็อกดาวน์ และองค์การอนามัย (WHO) หารือด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์ เนื่องจากไวรัสมาร์เบิร์ก มีอัตราการตายสูงมากถึง 88% และยังไม่มีวัคซีน ต้องรักษาตามอาการ
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2565 เคยมีการระบาดครั้งแรกในสาธารณรัฐกานา ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 98 ราย ทั้งคนในชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ เป็นการระบาดครั้งที่ 2 ในพื้นที่ภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก หลังจากเมื่อปี 2564 พบการระบาดในสาธารณรัฐกินี 1 ราย แต่ครั้งนั้นไม่มีผู้เสียชีวิตและแพร่ระบาดไปยังผู้อื่น
คนไทยอาจไม่คุ้นชื่อไวรัสมาร์เบิร์ก เหมือนไวรัสโควิด ซึ่งระบาดอย่างหนักเมื่อช่วง 2-3 ปีในไทย มีความร้ายกาจพอๆ กับเชื้อไวรัสอีโบลา เพราะเป็นญาติพี่น้องอยู่ในวงศ์เดียวกัน มีอัตราการตายสูงถึง 88% ในช่วง 8-9 วัน จากภาวะเลือดออกจากอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างรุนแรง จนเกิดอาการช็อก หลังป่วยอย่างกะทันหัน มีไข้หนาวสั่น อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีผื่นนูนแดงบริเวณหน้าอก หลังและท้อง ตามมาด้วยอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องถ่ายเหลว หลังจากเชื้อไวรัสมรณะนี้ฟักตัวอยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 2-21 วัน
...
ไวรัสมาร์เบิร์ก เกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการจากการใช้ลิงเขียวแอฟริกา นำเข้ามาจากประเทศยูกันดา และติดต่อผ่านสัตว์ชนิดอื่น ก่อนแพร่ไปสู่คนที่เข้าไปในถ้ำแหล่งที่อยู่อาศัยของค้างคาวผลไม้ พบการระบาดครั้งแรกที่เมืองมาร์เบิร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2510 จึงเป็นที่มาของชื่อ ก่อนระบาดไปเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ของเยอรมนี และกรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ผ่านการสัมผัส รวมถึงสารคัดหลั่งของผู้มีเชื้อไวรัส ภายในปีเดียวเท่านั้น ทำให้มีผู้ติดเชื้อ 31 ราย และเสียชีวิต 7 ศพ
ขณะที่องค์การอนามัยโลก ชี้ว่าการระบาดของไวรัสมาร์เบิร์ก มีอัตราเสียชีวิตตั้งแต่ 24-88% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาเฉพาะ เป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการป่วย รวมถึงการคืนน้ำด้วยของเหลวในช่องปากและทางหลอดเลือดดำ และการป้องกันที่ดีที่สุดต้องเข้มงวดไม่ให้ผู้คนติดต่อกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัส ถือเป็นโรคอุบัติซ้ำที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีโอกาสเสียชีวิตสูง มากกว่าโควิด และฝีดาษวานร เสียอีก.