โลกกำลังจับตา ประเทศอังกฤษจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในโลกยุคใหม่ ภายหลังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดแห่งราชวงศ์อังกฤษ เสด็จสวรรคต ขณะพระชนมพรรษา 96 พรรษา ส่งผลให้พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ พระชนมพรรษา 73 พรรษา ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ในทันที และคามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์ พระชายา ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินี
จากการวิเคราะห์ของ ”ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู” ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มองว่า สถาบันกษัตริย์ ภายใต้การนำของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้ปรับตัวอยู่ตลอดเวลาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้ได้รับความนิยมอยู่แล้วจากประชาชน และเมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วก่อนหน้าไม่ช้าก็เร็ว ต้องขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้มีการเดินทางไปต่างประเทศปฏิบัติภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม
...
“เข้าใจว่าพระองค์ทราบดี ต้องปรับสถาบันกษัตริย์ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก คิดว่าคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในลักษณะ จะกระทบสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษ เพราะประชาชนชาวอังกฤษได้เห็นภารกิจต่างๆ ของพระองค์ ก่อนจะขึ้นครองราชย์มานาน จะเป็นความต่อเนื่องของภาพลักษณ์สถาบัน แต่ไม่แน่ใจว่าเมื่อทำหน้าที่กษัตริย์ จะได้รับความนิยมเหมือนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 หรือไม่ คิดว่าคงต้องปฏิบัติตามรอยพระมารดา”
ก่อนสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 จะเสด็จสวรรคต สังเกตจากพระพักตร์ยังทรงยิ้มแย้มสดใส ระหว่างลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เข้าเฝ้าฯ ที่พระราชวังบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ เมื่อวันอังคารที่ 6 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา แต่ด้วยพระพลานามัยของพระองค์ทำให้หมดเรี่ยวแรง จนเสด็จสวรรคตอย่างสงบ และดูภายนอกยังทรงดูแข็งแรงดี หรืออาจประชวรด้วยสาเหตุใดไม่มีการเปิดเผยจากคนในพระราชวังก็เป็นไปได้
ในส่วนคามิลลา ได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินี จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเสื่อมเสีย แต่อาจไม่เป็นที่นิยมของประชาชน ซึ่งพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 คงทราบดี จึงได้วางบทบาทพระชายา มาล่วงหน้าไว้แล้ว และคงตระหนักดีในการรับภาระที่คนทั่วไปจะต้องจับตาดูอยู่ว่าจะทำให้ราชวงศ์เสียหายหรือไม่ คิดว่ามีการเตรียมตัวมาแล้วล่วงหน้าอย่างช้าที่สุด 2-3 ปี อาจไม่เหมือนเจ้าหญิงไดอานา ทรงมีพระพักตร์มีเสน่ห์ ระหว่างปฏิบัติภารกิจในสถานที่ต่างๆ แต่คามิลลา อาจมีเสน่ห์เฉพาะพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เท่านั้น สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องส่วนพระองค์ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และการจะทำให้เป็นที่นิยมของประชาชน คงไม่ง่าย แต่คงไม่ทำแต้มให้ต่ำลงอย่างแน่นอน
“คิดว่าไม่กระทบอะไรมากมาย แต่อนาคตขึ้นอยู่กับการปฏิบัติพระราชกรณียกิจว่า จะเข้าตาประชาชนชาวอังกฤษหรือไม่ อย่างน้อยการพูดจาของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 มีความเอาจริงเอาจังในการห่วงใยสิ่งแวดล้อม คงได้ใจนักสิ่งแวดล้อม เพราะให้ความสนใจเป็นพิเศษ และเท่าที่จำคำพูดของพระองค์ เคยพูดไว้จะให้คนรุ่นหลังมองอย่างไร หากมีชีวิตอยู่โดยไม่ทิ้งอะไรให้ลูกหลานได้อยู่กันต่อไป ควรทำสิ่งที่ควรจะทำ เป็นสิ่งที่พระองค์ดำเนินการมานานแล้วในเรื่องสิ่งแวดล้อม และอย่างน้อยเป็นแรงบันดาลใจมาตั้งแต่แรกๆ ไม่ใช่เพิ่งทำก่อนรับตำแหน่ง”
ขณะที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้เตรียมใจไว้อยู่แล้วไม่มีอะไรผิดจากการคาดหวัง ทั้งโลกภายนอกและภายใน ต่างมองว่ากษัตริย์พระองค์ใหม่ของอังกฤษ จะทำหน้าที่เชิงพิธีการให้เป็นแรงบันดาลใจแก่คนทั่วไป โดยการทำภารกิจที่ทรงสนพระทัยกับหลายองค์กร เชื่อว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ.