สงครามรัสเซียกับยูเครน ยืดเยื้อไม่มีทีท่าจะจบ สร้างความลำบากทุกข์ยากให้กับชาวโลก ได้รับผลกระทบการขาดแคลนอาหาร โชคดีที่ประเทศไทยยังมีข้าวกิน และมากกว่า 25% ของประเทศต่างๆ ทั้งโลกที่ส่งออกอาหารและส่วนประกอบอื่นๆ ใช้ปรุงอาหาร ต่างระงับการส่งออกสินค้าประเภทนี้ เพราะเกรงว่าภายในประเทศจะขาดแคลน หนึ่งในนั้นมีอินโดนีเซีย ใกล้บ้านเรา
คำถามเกิดจากสาเหตุใด และคำตอบก็คือ จากสงครามรัสเซียกับยูเครน และมาตรการการตอบโต้ของชาติตะวันตกและพันธมิตรของสหรัฐฯ ทั่วโลก ต่างพุ่งเป้าใส่รัสเซีย แต่ท้ายสุดผลตีกลับ ทำให้เดือดร้อนกันหมด และทางรอดของมนุษยชาติ จะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร?
...
น.อ.สัมฤทธิ์ ทองอินทร์ ผู้เขียนหนังสือสงครามโลกครั้งที่ 3 ยังคงเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง มองว่า ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายไม่ยอมกันแน่ เพราะเป้าหมายสูงสุดของคู่ปรับครั้งนี้ ต้องล้มกันไปข้างหนึ่ง หรือถึงที่สุดก็ต้องแหลกกันไปข้างหนึ่ง จะด้วยวิธีใดก็ได้ รบรุนแรงก็พร้อม เพราะเดินสายล็อบบี้หาพวกกันจ้าละหวั่น จนโลกกระเพื่อม ยากที่จะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้ เพราะค่าของเงินทุกประเทศต่ำและต่ำลง
การแก้ไขของทุกประเทศทั้งโลก ต้องลดการใช้จ่ายตั้งแต่ภาครัฐจนไปถึงชาวบ้านหาเช้ากินดึก และที่สำคัญที่สุดชาติมหาอำนาจ และรัฐบริวารทั้งหมดไม่หวังพึ่งพิง หรือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นี่คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่วิกฤตินี้ยากจะแก้ได้
“ชาติตะวันตกดิ้นรนทุกวิถีทางที่จะพึ่งตนเอง หรือหาวิธีทดแทนชดเชยจากผลกระทบทั้งหมด โดยขอความร่วมมือจากชาติพันธมิตรทั่วโลกก็ว่าได้ แต่ที่สำคัญประเทศที่ได้เปรียบจะนิ่งเฉย หรือไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร หรือเปลี่ยนวิธีแลกเปลี่ยนสินค้าเงินตรา เฉพาะกรณีที่ตัวเองได้ประโยชน์ เช่นบางประเทศขอซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซียโดยตรง เป็นต้น”
ขณะนี้ การเงินของโลกผันผวนมาก ทำให้หลายประเทศต้องใช้เงินสำรองใช้ซื้อสินค้านอกประเทศ จนเงินใกล้หมดเหลือน้อยเต็มที คงแก้ปัญหาได้ลำบาก เพราะเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติที่ซ้ำเติมปัญหาจากการระบาดของโควิด
ทางรอดทางแก้ที่ทำได้ ชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ ต้องหาทางเจรจายุติปัญหาทั้งหมด ทั้งยุติสงครามที่ยูเครน ยุติการตอบโต้ทางเศรษฐกิจทั้งหมด หันกลับมาค้าขายติดต่อกันดังเดิม และองค์กรการค้าโลกและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่ชาติตะวันตกคุม ต้องเพิ่มบทบาทให้มากกว่านี้ หาทางจัดสรรปันส่วนอาหารให้ทั่วถึง จะหวังพึ่งชาติมหาอำนาจไม่ได้ เพราะกำลังทะเลาะกันรุนแรง
ส่วนประเทศต่างๆ ที่ยังมีปริมาณอาหารเหลือเฟือ ควรเพิ่มบทบาทในเวทีโลกให้มาก รวมถึงไทย ถือเป็นโอกาสทองของคนไทยมาถึงแล้ว ควรมีคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านนี้โดยตรง เพื่อแบ่งเบาภาระของวิกฤติอาหารของโลกอย่างเร่งด่วน ทำให้ชาวนาเกษตรกรจะได้รวยเป็นเศรษฐี และดึงทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนเกษตรกร พ่อค้านักธุรกิจ สถาบันการเงิน เร่งทำทันที ถ้าสินค้าไม่เพียงพอก็สั่งชาวนาชาวสวนให้ผลิตสินค้าเพิ่มทันที
...
“ควรฉกฉวยโอกาสนี้ เพิ่มบทบาทของเงินบาท แบบที่รัสเซียทำ ในการซื้อขายก็จ่ายเป็นเงินบาทค่อยๆ ก้าวทีละขั้น เหมือนสหรัฐฯ ฉวยโอกาสพิมพ์เงินดอลลาร์ไม่อั้นในช่วงวิกฤติการเงินโลก เพราะวิกฤติความอดอยากครั้งนี้อีกยาว จะต้องวางแผนเป็นผู้นำโลก ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น แม้แต่จีน เขาก็คิดเป็นผู้นำพึ่งตนเองทั้งนั้น เป็นโอกาสทองของประเทศไทยมาถึงแล้วจริงๆ”.