สิงคโปร์เป็นประเทศที่ใครหลายคนให้การยกย่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ จากประเทศที่แทบไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ประชาชนมีรายได้ต่อหัวในระดับสูง นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นต้นแบบการพัฒนาด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภาคการศึกษา จากในอดีตการศึกษาของประชาชนไม่สูงมากนัก แต่ปัจจุบันเราจะเห็นว่าประชาชนสิงคโปร์มีคุณภาพการศึกษาในระดับโลก
ด้วยเหตุดังกล่าว จึงทำให้สิงคโปร์กลายเป็นต้นแบบของการพัฒนา ผู้นำหลากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจอย่างเติ้ง เสี่ยวผิง ของจีน ก็เคยมาเยือน หรือแม้แต่ผู้นำไทยหลายคนเองก็เคยไปคารวะผู้นำสิงคโปร์ พร้อมกับการดูงานไปในตัว
ฝีไม้ลายมือในการพัฒนาดังกล่าวมาจากมันสมองของลี กวนยู และ โก๊ะ จ๊ก ตง เรื่อยมาจนถึง ลี เซียนลุง ผู้เป็นลูกจากการบริหารประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี สิงคโปร์ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำให้มีคำถามมากมายถามว่า ใครเป็นผู้สืบทอดคนใหม่ของลี เซียนลุง เพราะในช่วงที่ผ่านมา พรรคกิจประชาชน หรือ PAP มีการสรรหามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย
บทความนี้จะมาดูกันว่ากว่าจะได้ตัวตายตัวแทนของ ลี เซียนลุง พรรค PAP เป็นใคร และต้องผ่านอะไรมาบ้าง
เมื่อลี เซียนลุง ขอวางมือ
ลี เซียนลุง ประกาศในปี 2015 ว่าเขาจะวางมือทางการเมืองในปี 2020 ซึ่งมีอายุครบ 70 ปีพอดี และการประกาศวางมือในคราวนั้น ได้สร้างความตะลึงและความสับสนให้กับชาวสิงคโปร์ไม่น้อย เนื่องจากตระกูลลี ถือว่าเป็นผู้ที่สร้างประเทศสิงคโปร์ให้เติบโตมาจนถึงปัจจุบันนี้
หลังจากการประกาศวางมือของเขา เหล่านักการเมืองในพรรค PAP จำนวนมาก ต่างเสนอตัวเองเพื่อขึ้นมาเป็นตัวตายตัวแทนของเขา ไม่ว่าจะเป็น ชาน ชุน ซิง ซึ่งเคยกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เขาเตรียมตัวที่จะเป็นผู้นำคนถัดไป หากได้รับเลือกเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง แม้ต่อมาเขาจะกล่าวว่า ทุกคนที่จะขึ้นมาเป็นตัวแทนก็ต้องเตรียมตัวเหมือนกันทุกคนก็ตาม
...
ขณะเดียวกันทางพรรค PAP และ ลี เซียนลุง พยายามเฟ้นหาผู้สืบทอด ซึ่งงานนี้เป็นงานใหญ่ต้องใช้ความรอบคอบในการพิจารณาอย่างมาก อีกทั้งตัวแทนที่จะรับไม้ต่อได้ ก็ต้องมีฝีไม้ลายมือ หรือเคยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน เนื่องจากผลของการเลือกตั้งในปี 2020 พรรค PAP มีคะแนนเสียงลดลงจากปี 2015
ถ้าหากมองเฉพาะเรื่องการศึกษาของผู้ที่รับไม้ต่อเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลมากนัก เพราะถ้าหากเราย้อนไปดูประวัติรัฐมนตรีหลายคนที่มีข่าวเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ แต่ละคนจบมหาวิทยาลัยคุณภาพระดับโลกแทบทั้งสิ้น รวมถึงเคยรับใช้รัฐบาลมาเป็นระยะเวลานาน
แต่ประเด็นสำคัญคือ ใครที่จะรับตำแหน่งต่อจาก ลี เซียนลุง ต้องทำให้เขาเชื่อใจได้ว่า สามารถพาสิงคโปร์ไปสู่ความรุ่งเรืองต่อจากนี้ อย่างที่เขาเคยทำสำเร็จมาแล้ว
เฮง สวีเกียต คือคนคนนั้น
หลังจากพรรค PAP ได้หาผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม โดยใช้เวลาในการคัดเลือกอยู่ราว 9 เดือน ชื่อของเฮง สวีเกียต เป็นชื่อที่ได้รับการคัดสรรจากผู้ใหญ่ในพรรค
ผลงานการทำงานที่ผ่านมา เฮง สวีเกียต เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อีกทั้งยังเคยเป็นเลขาฯ ส่วนตัวให้กับ ลี กวนยู ระหว่างปี 1997-2000 มาแล้ว นั่นแปลว่าเขาคุ้นเคยกับตระกูลลีมาเป็นระยะเวลาพอสมควร
ขณะเดียวกัน เฮง สวีเกียต เคยฝากผลงานที่ดีเอาไว้เมื่อครั้งยังเป็นหัวเรือใหญ่ขององค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์ (หรือที่เรารู้จักกันดีว่าแบงก์ชาติสิงคโปร์) ระหว่างปี 2005-2011 ในช่วงเวลาดังกล่าว สิงคโปร์กำลังประสบปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งตัวเขาได้ออกนโยบายการเงินหลายอย่างในช่วงนั้นเช่นกัน จนได้รับคำชื่นชมจาก ลี เซียนลุง ว่าเขาได้พาสิงคโปร์อยู่รอดปลอดภัยในช่วงเวลาที่สำคัญและกดดันมากที่สุด
จากนั้น เฮง สวีเกียต ได้เข้ามาสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัว เพียงแต่ว่า คนที่ได้ชื่อว่า เป็นตัวแทนของลี เซียนลุง กลับปฏิเสธตำแหน่งผู้นำของประเทศอย่างไม่มีใครคาดคิด รวมถึงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 9 เมษายน ปีที่แล้ว
เขาให้เหตุผลในการขอถอนตัวว่า หลังจากที่สิงคโปร์ผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตัวเขาจะมีอายุที่มากเกินไปเสียแล้วสำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น คนที่เหมาะสมเป็นผู้นำสิงคโปร์ ควรเป็นผู้นำรุ่นใหม่ เพราะหน้าที่ของผู้นำประเทศหลังจากนี้ ไม่ใช่แค่การฟื้นฟูประเทศให้กลับมาแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาสิงคโปร์ไปสู่อีกขั้นหนึ่งด้วย
ทางด้าน ลี เซียนลุง ยอมรับการตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรายนี้ แม้ว่าจะไม่มีใครคาดคิดถึงการขอถอนตัวอย่างกะทันหันนี้ก็ตาม
นักวิเคราะห์หลายคน ตั้งข้อสังเกตว่าการที่ เฮง สวีเกียต ขอถอนตัวนั้น ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาสุขภาพของเขาเองด้วย และถ้าหากเขามีอายุเพิ่มมากขึ้น ก็มีความกังวลว่าปัจจัยดังกล่าวนี้จะกลับมากระทบกับตัวเขาอีกได้ ทำให้เขาไม่ขอเป็นทายาททางการเมืองในฐานะผู้นำประเทศ
และนั่นทำให้พรรค PAP ต้องหาตัวแทนคนใหม่อีกรอบ
รู้จัก ลอว์เรนซ์ หว่อง
นักวิเคราะห์ด้านการเมืองในสิงคโปร์ มองว่าผู้ที่จะมาเป็นตัวตายตัวแทนของ ลี เซียนลุง คาดว่าน่าจะเป็น ชาน ชุนซิง, ออง เยคุง, ลอว์เรนซ์ หว่อง และเดสมอนด์ ลี
เมื่อเวลาผ่านไป กลับกลายเป็นว่าคนที่น่าจับตามองมากที่สุดกลับเป็นนักการเมืองในพรรค PAP ที่มีอายุไม่ถึง 50 ปีอย่าง ลอว์เรนซ์ หว่อง และ เดสมอนด์ ลี ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 49 และ 44 ปีตามลำดับ ทั้งสองได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค จากการประชุมพรรค PAP เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา และสองคนนี้ยังได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งแรกทำให้สื่อสิงคโปร์มองว่าตัวตายตัวแทนจะไม่พ้นสองคนนี้อย่างแน่นอน
...
หลังจากที่ใช้เวลาพิจารณาระหว่างตัวแทนรุ่นที่ 4 ของพรรค PAP รวมถึงดูคุณสมบัติการทำงานที่ผ่านมา ท้ายที่สุดแล้ว ในวันที่ 14 เมษายน 2022 ลี เซียนลุง และพรรค PAP ได้เลือกให้ลอว์เรนซ์ หว่อง ขึ้นเป็นผู้นำรุ่นที่ 4 โดยผู้นำสิงคโปร์คนปัจจุบัน กล่าวว่า “ลอว์เรนซ์ หว่อง และทีมของเขาที่อายุยังน้อย จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อชาวสิงคโปร์ต่อไป”
เขายังเสริมว่า “การตัดสินใจสืบทอดตำแหน่งผู้นำนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสิงคโปร์ ซึ่งจะรับประกันความต่อเนื่อง และความมั่นคง อันเป็นจุดเด่นของระบบของเรา”
สำหรับ ลอว์เรนซ์ หว่อง ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ต่อจาก เฮง สวีเกียต) แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการในช่วงปี 2020-2021 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาแห่งชาติ ในปี 2015-2020
ความโดดเด่นสำคัญที่ทำให้ลอว์เรนซ์ หว่อง ได้รับเลือกเป็นตัวแทนของลี เซียนลุง นั่นคือ การทำงานเฉพาะกิจรับมือโควิด-19 ได้ดี ส่งผลให้ลี เซียนลุง เชื่อมั่นในตัวเขา คาดว่า ลอว์เรนซ์ หว่อง จะขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ของสิงคโปร์ หลังจากการเลือกตั้งในปี 2025
หลังจากนี้เราจะได้เห็นบทบาทของเขาเพิ่มมากขึ้นบนหน้าสื่อทั่วโลกในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
อ้างอิง: Today Online, CNA [1],[2], [3], Strait Times [1], [2], [3]
...