ไลฟ์สไตล์
100 year

โอกาสเป็นของซัมซุง หลังแอลจีถอยสุดทางเลิกผลิตสมาร์ทโฟน

ไทยรัฐออนไลน์
6 เม.ย. 2564 20:49 น.
SHARE

โบกมือลาไปจากตลาดอย่างน่าอาลัยอาวรณ์ สำหรับสมาร์ทโฟนแอลจี (LG) ที่ปิดแผนกมือถือแล้ว เป็นการลาไปขณะที่ยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยหน้าใคร แม้จะขาดทุนหนักมาตลอด จนโซเชียลของต่างชาติต่างโพสต์ข้อความกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 10% โดยบางคนอ้อนวอนให้แอลจีได้โปรดปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่น Rollable ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีในงานมหกรรมเทคโนโลยี CES ก่อนจะทิ้งลมหายใจสุดท้าย แล้วจากไปอย่างสนิทในเดือนกรกฎาคมนี้

บางคนยังหลงใหลสมาร์ทโฟนแอลจี เพราะระลึกถึงรุ่นที่มีดีไซน์สุดเก๋ เป็นสองจอ กางออกมาเป็นรูปตัว T และบางคนชื่นชอบระบบเสียงในสมาร์ทโฟนของแอลจี ที่แจ่มแจ๋วกว่าใคร

ข่าวแนะนำ

แต่ก็ช่างเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้ว เพราะความเป็นจริงคือ ธุรกิจสมาร์ทโฟนของแอลจีขาดทุนมาตลอด 6 ปี โดยปีที่แล้วขาดทุน 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แอลจีต้องหยุดเลือดไหล ขอถอยและถอนตัวจากตลาดนี้ก่อนดีกว่า แล้วไปมุ่งมั่นเอาดีกับธุรกิจจากเทคโนโลยีอื่น อย่างเครือข่ายสื่อสาร 6G เอไอ (Artificial Intelligence) และหุ่นยนต์

จากนี้สิ่งที่ต้องลุ้นต่อมาคือ แบรนด์ไหนบ้างจะได้รับประโยชน์ จากการที่แอลจี แบรนด์เบอร์รองในตลาดเกาหลีใต้ เลิกแข่งในตลาดสมาร์ทโฟนแล้ว

แน่นอนว่าทุกคนต้องนึกถึงซัมซุง (Samsung) เพราะเป็นแบรนด์พี่ใหญ่จากเกาหลีใต้ ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดของโลกในเวลานี้ ตามที่ ลี ดง จู นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เอสเควิเคราะห์ไว้

สอดคล้องกับบริษัทวิจัยเคาน์เตอร์พอยท์ ที่ระบุว่า ซัมซุงย่อมได้โอกาสนี้มากกว่าไอโฟนของแอปเปิล โดยเฉพาะตลาดในสหรัฐอเมริกา เพราะตลาดแอลจีเดิมคือ ตลาดราคาระดับกลาง ต่ำกว่า 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเครื่องละประมาณ 4,500 บาท ส่วนไอโฟนอยู่ในระดับราคาสูง ซึ่งซัมซุงมีสมาร์ทโฟนสำหรับตลาดระดับกลางที่พร้อมรองรับตลาดเดิมของแอลจีอยู่แล้วคือ รุ่นซีรีส์ A


กัง มิน ซู นักวิเคราะห์ของเคาน์เตอร์พอยท์ มองว่านอกจากซัมซุงที่ได้ประโยชน์แล้ว ยังมีแบรนด์อื่นที่น่าจะได้โอกาสนี้บ้างในตลาดสหรัฐอเมริกา คือ โมโตโรลา อัลคาเทล เพราะเน้นทำตลาดระดับกลางเหมือนแอลจี แต่อย่างไรก็ตาม โอกาสนี้คงยังไม่สามารถทำให้สัดส่วนของส่วนแบ่งการตลาดซัมซุงแซงหน้าไอโฟนได้ เพราะปีที่แล้ว ไอโฟนสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกามาได้ 50% ซัมซุงได้ 25% แอลจี 10%โมโตโรล่า 5% และอัลคาเทล 4%

ส่วนบรรดาแบรนด์จีนอย่างหัวเว่ย ยังไม่ได้โอกาสนี้ เพราะสงครามการค้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ แบนสินค้าจากจีนหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเทคโนโลยียังไม่จบลงง่ายๆ ดังนั้น เมื่อน้องแอลจีโบกมาลาไป จึงเป็นเวลาของพี่ใหญ่อย่างซัมซุงจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดนี้ให้ได้มากที่สุด

ข้อมูลอ้างอิง : reutersasia nikke

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แอลจีLGซัมซุงแอลจีเลิกผลิตสมาร์ทโฟนแอลจี ปิดแผนกมือถือสมาร์ทโฟนรุ่น Rollable

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 19:12 น.