ไลฟ์สไตล์
100 year

รัฐประหารพม่าในอุ้งมือ "มิน อ่อง หล่าย" ฆาตกรฆ่าประชาชน ทุบเศรษฐกิจพังพินาศ

ไทยรัฐออนไลน์
8 มี.ค. 2564 16:38 น.
SHARE

"มิน อ่อง หล่าย" ผู้นำกองทัพอันธพาล ทำให้สถานการณ์ในเมียนมา เข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลว จากการยึดอำนาจรัฐประหาร ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และใช้ความรุนแรง สังหารประชาชนด้วยกระสุนจริง และหน่วยลอบสังหารสไนเปอร์ เป็นการกระทำอย่างโหดร้ายไร้มนุษยธรรม ต่อประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ทำให้ผู้นำกองทัพเมียนมา คือ ฆาตกรในเครื่องแบบ ทำลายเกียรติภูมิของกองทัพอย่างสิ้นเชิง ด้วยการละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดหลักมนุษยธรรม และหลักมนุษยธรรมพื้นฐาน

ข่าวแนะนำ

“อนุสรณ์ ธรรมใจ” อดีตกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ มองว่า กองทัพเมียนมา ได้กลายเป็นกลไกและเครื่องจักร "สังหารประชาชน" ผู้รักประชาธิปไตย และคนหนุ่มสาวที่ต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเองและประเทศ จะมีตำรวจทหารจำนวนไม่น้อยที่จะเป็นกบฏต่อคำสั่งอันชั่วร้ายและไม่ชอบธรรม เพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของระบอบ "รัฐประหารเผด็จการ" ภายหลังการรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. 2564 สถานการณ์ค่อยๆ พัฒนาสู่การเป็นรัฐล้มเหลว หรือ Failed states มากขึ้น หากพิจารณาจากตัวชี้วัดความมีเสถียรภาพของรัฐ จะเห็นได้ว่าเมียนมาเข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลว เตรียมล่มสลายและล้มละลายทางเศรษฐกิจ

“ไม่ว่าจะเป็นดัชนีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดัชนีความไม่แน่นอนและความล้มละลายทางเศรษฐกิจ อาจเข้าอัตราเงินเฟ้อสูงรุนแรงและขาดแคลนปัจจัยสี่ในอนาคต ดัชนีความถดถอยทางเศรษฐกิจ ดัชนีการไหลออกของทุนมนุษย์และการย้ายถิ่นฐานของประชากร ดัชนีปกครองของรัฐที่ไร้ความเป็นธรรมและความไม่มีนิติรัฐ นิติธรรม การใช้ความรุนแรงสังหารประชาชนฝ่ายตรงข้าม และมีการอารยะขัดขืนเกิดขึ้นทั่วประเทศ จนทำให้กลไกของรัฐไม่สามารถทำงานได้”

ในการยุติปัญหาวิกฤตการณ์และการสังหารประชาชน หากอาเซียน และองค์กรสหประชาชาติ ไม่แสดงบทบาทในเชิงรุก เชื่อว่าสถานการณ์ในเมียนมาจะพัฒนาสู่สถานการณ์ในระดับเดียวกับซีเรีย โซมาเลีย ซูดาน และเวเนซุเอลา เนื่องจากเมียนมามีสภาวะรัฐซ้อนรัฐ นำมาสู่รัฐล้มเหลว การปล่อยให้อยู่ในภาวะรัฐล้มเหลวนานๆ ไม่มีการแก้ไขโดยการแทรกแซงจากองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อรักษาสันติภาพ ยุติความรุนแรงและสังหารประชาชน จะก่อให้เกิดคลื่นอพยพของผู้ลี้ภัยจำนวนมาก และประเทศไทยต้องรับภาระหนักที่สุด

“การปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ จากผู้นำกองทัพที่เป็นอันธพาล และก่อการร้ายต่อประชาชนของตัวเองนั้น อาจต้องอาศัยกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ เข้าไปหยุดยั้งการยัดข้อหาและจับกุมคุมขังประชาชนและสังหารประชาชน ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้”

แน่นอนเศรษฐกิจเมียนมา จะเกิดวิกฤติอย่างรุนแรง จะเผชิญภาวะอัตราเงินเฟ้อสูงรุนแรง พร้อมกับการขาดแคลนสินค้าจำเป็นบางประเภท เศรษฐกิจหดตัวติดลบรุนแรงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว จากระบบและกลไกทางเศรษฐกิจไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ประสบการขาดแคลนเงินตรา เศรษฐกิจโดยภาพรวม อาจถอยหลังไปไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี เป็นอย่างน้อย หากไม่รีบแก้ไขและเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้ดีขึ้น โดยการคืนอำนาจให้กับพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะผู้ชนะการเลือกตั้ง จะมีการถอนการลงทุนออกจากเมียนมาครั้งใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มทุนตะวันตก สิงคโปร์ และญี่ปุ่น

ส่วนการค้าและสินค้าส่งออกของไทยไปเมียนมา ย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงโครงการลงทุนในเมียนมาของกลุ่มทุนไทย คงชะลอตัวไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขอให้ประเทศไทยเตรียมรับมือกับสถานการณ์คลื่นผู้อพยพชาวเมียนมาตามแนวชายแดน และต้องช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้ตามหลักมนุษยธรรม โดยสามารถรับความช่วยเหลือจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พม่ารัฐประหารพม่ารัฐประหาร 2564พม่าประท้วงพม่าปฏิวัติพม่าเมียนมามินอ่องลายรัฐประหารพม่าปฏิวัติพม่ามินอ่องหล่ายคว่าบาตรพม่าผลกระทบรัฐประหารพม่าเผด็จการทหารเศรษฐกิจพม่ากองทัพพม่าสังหารประชาชนรายงานพิเศษรัฐประหาร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:25 น.