งานพืชสวนโลก ไม่ตรงปก ภาคประชาชน จ.อุดรธานี กังวลงบ 2,750 ล้าน สูญเปล่า เปลี่ยนแบบก่อสร้าง พิรุธรื้อคันดินกันน้ำท่วมชาวบ้านไปถมรวมในโครงการ ชาวบ้านหมดหวังสร้างรายได้ กังวลภาระหนักดูแลต้นไม้หลังจบงาน


งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยงานจะเริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 มีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่ถึงงบประมาณในการก่อสร้าง และตกแต่งต้นไม้ รวมถึงภาพฝันที่ผู้จัดงานวาดไว้ว่าจะมีการจ้างงานในพื้นที่กว่า81,000 อัตรา แต่ความจริงช่างตรงกันข้าม


หลังเปิดให้เข้าชม กลับมีเสียงวิจารณ์ถึงงบประมาณมหาศาลที่ลงไปกับการจัดงานพืชสวนโลกในครั้งนี้ มีการคอร์รัปชันหรือไม่ โดยตัวแทนของรัฐชี้แจงว่า การใช้งบประมาณรวม 2,750 ล้านบาท ครอบคลุมการดำเนินงานหลายปี ทั้งการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค การปรับภูมิทัศน์ และการบริหารจัดงาน ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วน ทั้งงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ วงเงินตามสัญญา และยอดเบิกจ่ายจริง ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้การชี้แจงเป็นไปอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้


ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรกในการจัดงาน และได้คุยกับ ธนากร จำปาหอม ภาคประชาชนใน จ.อุดรธานี ที่ติดตามโครงการพืชสวนโลกตั้งแต่มีร่างแบบแรก กล่าวว่า เมื่อ 4 ปีก่อน ทางจังหวัดมีการนำข้อมูลไปเสนอกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง สุดท้าย จ.อุดรธานี ได้รับคัดเลือกจัดงานพืชสวนโลก ตอนนั้นคนในจังหวัดต่างดีใจ จนเกิดความคาดหวังว่าจะทำเศรษฐกิจในพื้นที่คึกคัก


4 ปีก่อนได้ทราบว่าจะมีงบประมาณที่ใช้ในการจัดงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ประมาณ 2,500 ล้านบาท เป็นโปรเจกต์ค่อนข้างใหญ่ในระดับจังหวัด แรกเริ่มมีการทำประชาวิจารณ์กับคนในพื้นที่ แต่พอผ่านไป 1ปีแรก ข่าวความเคลื่อนไหวก็เริ่มเงียบ จนคนในพื้นที่เริ่มรู้สึกว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ จนเข้าสู่ปีที่ 2 มีการประชุมร่วมกันเพื่อออกแบบ แต่หลังจากนั้นเริ่มมีการพูดถึงงบประมาณในก้อนแรกที่มีปัญหาเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ โดยตอนนั้นพูดกันอยู่ประมาณ 500 – 700 ล้านบาท ซึ่งประชาชนก็อยากรู้ว่าใช้ในด้านไหนบ้าง และมีการตั้งข้อสังเกต เพราะไม่มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.อุดรธานี



เมื่อผ่านไปปีที่ 3 โครงการยังไม่เริ่ม แต่พอเข้าสู่ปลายปี เริ่มมีการขับเคลื่อนในการถมดินล็อตแรกประมาณ 100 ล้านบาท จากนั้นเริ่มหาผู้ที่ประมูลงาน โดยได้ 3 บริษัท บริหารจัดการในการก่อสร้างประมาณ 1,693 ล้านบาท แต่ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณในช่วงแรก ซึ่งมาสเตอร์แพลนแรกที่ออกแบบไว้ค่อนข้างสวย สเกลงานค่อนข้างใหญ่ แต่พองบประมาณเหลือ 1,693 ล้านบาท เลยต้องมีการเปลี่ยนมาสเตอร์แพลน สอดคล้องกับงบประมาณ ซึ่งมีการเปลี่ยนแบบอาคารรูปไซ (หรืออาคารอำนวยการ) ที่เดิมเป็นเส้นลวดลายสวยงาม มาเป็นรูปแบบที่เห็นล่าสุด และมีความเห็นว่าหลังจัดงานอยากให้อาคารนี้เป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ได้


“งบประมาณถมดินอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท มีคำถามจากชาวบ้านว่า พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ก่อนมีงานพืชสวนโลก ทาง อบจ.มีการขุดลอกน้ำในพื้นที่ และนำดินที่ขุดลอกมาทำเป็นคันดินค่อนข้างสูงราว 2เมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่พอมีโครงการพืชสวนโลก ที่มีการถมดิน ก็ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีการนำดินที่ทำไว้เป็นคันดินเดิม นำมาถมรวมกับพื้นที่ทำโครงการพืชสวนโลก ซึ่งในมุมของภาคประชาชนไม่ทราบว่าเขาถมดินลงไปกี่คิว และแยกเป็นดินใหม่ ดินเก่าที่เป็นคันดินเดิมเท่าไหร่ แต่คันดินเดิมที่รื้อออก ก็มีความเสี่ยงว่า เมื่อถึงฤดูฝน น้ำจะท่วมเข้าไปในหมู่บ้านชาวบ้าน”


ปมดูแลพื้นที่ต่อหลังงานพืชสวนโลกจบ


ธนากร เล่าถึงการจัดการพื้นที่จัดงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ธนากร มองถึงปัญหาในการจัดงานโดยเฉพาะพื้นที่จอดรถของผู้เข้าชมงานที่มีน้อย และชาวบ้านมีความเป็นห่วงว่า รถจะไปติดกันบริเวณหน้างาน เนื่องจากไม่มีที่จอดรถ


ส่วนประเด็นในเรื่องของต้นไม้และดอกไม้ที่จัดแสดงในงาน ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีความหลากหลาย จากที่เข้าไปสำรวจดูพบว่า ด้วยงานที่เริ่มอย่างกระชั้นชิดทำให้การสรรหาต้นไม้ตามคอนเซ็ปต์เริ่มแรกต้องการให้เป็นพืชท้องถิ่นที่สะท้อนวิถีชีวิต แต่พอปัจจุบันพืชที่จัดแสดงเป็นพืชต่างถิ่นค่อนข้างมาก ทำให้ความสอดคล้องด้านวิถีชีวิตค่อนข้างน้อย และเมื่อมีการปลูกต้นไม้ใหญ่ ด้วยระยะเวลาในการทำโครงการค่อนข้างสั้น ทำให้รากไม้ที่จะยึดกับดิน และร่มไม้ที่จะแผ่กิ่งก็ไม่ได้เต็มที่


ส่วนประเด็นการดูแลพื้นที่และต้นไม้หลังงานจบ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านค่อนข้างกังวล กลัวว่างบประมาณ 2,500ล้านบาท จะถูกทิ้งร้างโดยเสียเปล่า ด้วยพื้นที่ในงานค่อนข้างกว้าง และพื้นที่ในการดูแลต้นไม้ค่อนข้างเยอะ รวมถึงมีต้นไม้ที่มีความพิเศษที่ต้องดูแลอย่างเจาะจง ซึ่งต้นไม้บางต้นต้องมีค่าดูแลอยู่ที่ 300,000 – 400,000 บาท/ต้น ทำให้การดูแลระยะยาวค่อนข้างมีผลกระทบ


ชาวบ้านมีความหวังว่า อบจ.อุดรธานี จะเข้ามาดูแลพื้นที่หลังจบงาน แต่ตัวองค์กรไม่ได้มีภารกิจและงบประมาณด้านนี้โดยตรง ขณะที่ อบจ. ก็มีความหวังจะได้รับงบประมาณจากส่วนกลาง เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ใช้ประโยชน์ต่อไป


ส่วนตัวเป็นผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารใน จ.อุดรธานี คาดว่าผลที่จะได้รับจากงานพืชสวนโลกจะได้รับ แต่อาจจะได้รับน้อยกว่าที่คิด ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพตามที่วางแผนไว้ โดยเฉพาะการจ้างงานในจังหวัด หรือรายได้ที่คำนวณไว้ อาจไม่ได้รับตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งได้คุยกับหลายคนที่ประกอบธุรกิจ ก็รู้สึกมีความเชื่อมั่นต่องานลดลง ประเมินว่านักท่องเที่ยวอาจไม่มาตามคาด

 ธนากร จำปาหอม ภาคประชาชนใน จ.อุดรธานี
ธนากร จำปาหอม ภาคประชาชนใน จ.อุดรธานี


ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อน สร้างงานไม่ได้จริง


งานมหกรรมพืชสวนโลก ผู้จัดงานมีการตั้งเป้านักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมงานประมาณ 3.6 ล้านคน ตลอด 134 วัน พร้อมตั้งเป้าสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท คาดจ้างงานในพื้นที่กว่า81,000 อัตรา


แต่ในความเป็นจริงอาจไม่เป็นไปดังหวัง “ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์” ได้ลงพื้นที่ไปคุยกับ จิราพร เสาะก่าน ชาวบ้านที่ ชุมชนตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ชาวบ้านแทบจะไม่มีบทบาทและกระตุ้นการสร้างงานที่เข้าไปทำในงานพืชสวนโลก แต่จะมีในช่วงก่อสร้าง ที่แรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวต่างด้าว ที่มีการจับจ่ายใช้สอยในหมู่บ้าน


การจะให้ชาวบ้านเข้าไปขายของในงาน ก็มีในเรื่องของเงื่อนไขที่ผู้จัดงานมีกำหนดว่าให้ขายได้ประมาณกี่วัน ก่อนจะสลับให้ผู้ค้ารายอื่นมาขายต่อ แต่ชาวบ้านก็มีความกังวล เพราะถ้าลงทุนแล้วก็ไม่รู้ว่าคนเข้ามางานจะมีจำนวนมากหรือไม่ เพราะถ้าเข้าไปขายต้องมีค่าที่ประมาณวันละ 1,000 บาท ค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า วันละ 700 – 800 บาท อย่างน้อยแต่ละวันต้องขายให้ได้ประมาณวันละ 3,000 บาท เพื่อให้ได้ค่าต้นทุนก่อน



ที่ผ่านมาพอสอบถามเรื่องนี้กับผู้จัดงาน ก็จะให้ไปคุยกับออร์แกไนซ์ แต่ชาวบ้านก็ไม่เคยพบออร์แกไนซ์เลย ขณะที่ตอนแรกที่เริ่มโครงการก็พยายามให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการทำบ้านให้เป็นโฮมสเตย์ พอจัดงานจริงก็ยังไม่ได้รับการส่งเสริม ชาวบ้านในพื้นที่เองก็รู้สึกว่างานมหกรรมพืชสวนโลก ไม่ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วม และในอนาคตก็กลัวว่าเมื่องานจบ พื้นที่จัดงานจะถูกทิ้งร้าง และพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จะกลายเป็นแหล่งใช้ประโยชน์ของนายทุน