ความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนคึกคัก หลัง Google (กูเกิล) ประกาศแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศมาเลเซีย เตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 500,000 ล้านบาท ในช่วง 2 ปีข้างหน้า (2027-2028) ต่อหน้า อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
สำหรับแผนการลงทุนของกูเกิลในมาเลเซีย ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ประหยัดพลังงานในเขตอุตสาหกรรม การตั้งเป้าอัปสกิลทักษะดิจิทัลให้ชาวมาเลเซียมากถึง 800,000 คนภายในปี 2031 รวมถึงการสนับสนุนความมั่นคงด้านน้ำในท้องถิ่น และการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานสะอาดเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติมาเลเซียมากกว่า 1 กิกะวัตต์ (GW)
โดย Google ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในมาเลเซียมากกว่า 15 ปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันมาเลเซียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตและมีพลวัตที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึง 99% และมีการนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็วในหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้บริโภค
ฟันเฟืองกระตุ้น GDP และจ้างงานหลายหมื่นอัตรา
เม็ดเงินมหาศาลที่จะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมาเลเซีย Google คาดการณ์ว่าในช่วงปี 2027-2028 จะช่วยกระตุ้น GDP ของมาเลเซียได้เฉลี่ย 1,100 ล้านดอลลาร์/ปี และสนับสนุนการจ้างงานในประเทศมากกว่า 37,000 ตำแหน่ง/ปี เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะสามารถรักษาการจ้างงานในประเทศได้มากกว่า 9,000 ตำแหน่ง/ปี โดยพนักงานจะได้รับค่าจ้างเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 45% ซึ่งมีทั้งตำแหน่งงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น วิศวกร ช่างเทคนิคศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงผู้รับเหมาในท้องถิ่น
เปิด 4 โครงการ ปั้นคน 800,000 คน รับมือยุค AI
นอกจากการจ้างงานโดยตรงแล้ว Google ยังประกาศ 4 โครงการใหม่เพื่ออัปสกิลและพัฒนาทักษะชาวมาเลเซีย 800,000 คนในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2027-2031) ได้แก่:
- Experience AI Malaysia: ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างความรู้ด้าน AI ในห้องเรียนให้แก่นักเรียนวัย 11-14 ปีทั่วประเทศ
- Jelajah AI MSME: ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยสร้างหน้าร้านดิจิทัลและโปรไฟล์ธุรกิจออนไลน์ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น
- AKAD Rakyat: อบรมทักษะ AI และเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ให้แก่เจ้าหน้าที่สภาท้องถิ่นเพื่อยกระดับการบริการประชาชน
- Data Center Institutes (DCIs): ตั้งสถาบันในวิทยาลัยโพลีเทคนิคที่ได้รับคัดเลือก เพื่อฝึกอบรมและจัดหางานด้านศูนย์ข้อมูลให้แก่คนหางานในสายอาชีพ
ฟื้นฟูแหล่งน้ำ-ดันพลังงานสะอาด 1 GW
ในด้านสิ่งแวดล้อม Google ย้ำว่าต้องมีความรับผิดชอบ โดยจะประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำใน Data Center พร้อมเปิดตัวโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม 2 โครงการ ได้แก่ การดูแลลุ่มแม่น้ำซูไงบูโลห์และซูไงสลังงอร์ และโครงการติดตั้งระบบกักเก็บน้ำฝนใน 4 โรงเรียนของรัฐสลังงอร์ เพื่อให้มีน้ำใช้ฉุกเฉินและลดต้นทุนดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังมีแผนสนับสนุนพลังงานสะอาดกว่า 1 กิกะวัตต์ (GW) เข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ พร้อมรับผิดชอบจ่ายค่าไฟฟ้าที่ใช้ใน Data Center 100% โดยจะมีการลงทุนในโครงการชุมชนเพื่อช่วยลดค่าไฟให้ครัวเรือนในรัฐที่เป็นฐานที่ตั้งโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทในปี 2027 อีกด้วย
นายอันวาร์ อิบราฮิม นายรัฐมนตรีมาเลเซีย เน้นย้ำว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ Google สอดคล้องกับกรอบนโยบายเศรษฐกิจระดับชาติ โดยรัฐบาลมีแนวนโยบายหลักในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระดับโลกด้าน Data Center และเทคโนโลยี AI เพื่อผลักดันให้มาเลเซียเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างมาตรฐานใหม่ที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุน
ด้าน Ruth Porat ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน Alphabet และ Google กล่าวว่า การลงทุนนี้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญในการพัฒนาประเทศของมาเลเซีย และ Google ภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นในการติดอาวุธทักษะให้แรงงาน นักเรียน และผู้ประกอบการ เพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆ ในครั้งนี้
ขณะที่ Gobind Singh Deo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลมาเลเซีย ชื่นชมว่า แผนแม่บทของ Google เป็นการตั้งมาตรฐานที่สูงมากสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยี ปกป้องทรัพยากร และดึงศักยภาพสูงสุดของ AI มาให้คนในประเทศได้รับประโยชน์โดยตรง