"น้ำมันแพง" ลดราคา ดีเซล B20 ไม่ตอบโจทย์ สหพันธ์ขนส่งฯ จี้กระทรวงพลังงานแก้โครงสร้าง หลังแบกต้นทุน B7 ไม่ไหว ชี้แอบขึ้น ช่วงน้ำท่วม ราคาพุ่งเกือบ 20% พรุ่งนี้ (4 พ.ย.69) ยืนหนังสือเรียกร้อง ถ้าไม่แก้ปัญหา "ม็อบรถบรรทุก" เตรียมยกระดับบุกทำเนียบฯ

สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่าย 13 สมาคม เตรียมชุมนุมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนจากราคาน้ำมัน และเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม วันที่ 4 พ.ย. 69 ที่กระทรวงพลังงาน หลังที่ผ่านมาพยายามยื่นข้อเสนอในการแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศ แต่ราคาต้นทุนพลังงานกลับไม่ลดลง

แม้ฝั่งรัฐบาลจะมีมาตรการในการลดราคาน้ำมันดีเซล B20 ที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล ผลิตจากน้ำมันปาล์ม ในสัดส่วน 20% ผสมกับเนื้อน้ำมันดีเซลปกติ 80% แต่ในฝั่งผู้ประกอบการยังมองว่า ไม่ตอบโจทย์ในการใช้งานจริง


ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เล่าถึงปัญหาว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลักดันใช้น้ำมัน B20 ของภาครัฐ เป็นนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับหน้างานจริง และเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ

ด้วยปริมาณการใช้น้ำมัน B20 จริงต่ำกว่าเป้าหมายมาก เพราะภาครัฐตั้งเป้าดันการใช้น้ำมัน B20 ให้ได้ถึง 10 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในความเป็นจริงทั้งประเทศมีการใช้ไม่เกิน 3 ล้านลิตรต่อวัน เท่านั้น ซึ่งตัวเลขที่มีการอ้างว่าใช้ถึง 6–7 ล้านลิตร เป็นรายงานที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อเทียบกับความต้องการใช้น้ำมันดีเซลรวมทั้งประเทศที่สูงถึง 40–50 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 60–70 ล้านลิตรต่อวันในช่วงเศรษฐกิจดี จะเห็นว่าสัดส่วน B20 น้อยมาก 


กลุ่มคนที่ใช้ B20 ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสูบน้ำและรถไถนาของเกษตรกร ไม่ใช่รถบรรทุกขนส่งสินค้า 


การใช้ B20 เพิ่มภาระค่าบำรุงรักษา พุ่งสูงขึ้น 3 เท่า ต่างจากการใช้น้ำมันดีเซล B7 รถบรรทุกจะเปลี่ยนไส้กรองโซลาและน้ำมันเครื่องทุกๆ 15,000 กิโลเมตร 
แต่หากเปลี่ยนมาใช้ B20 จะต้องนำรถเข้าเช็กระยะและเปลี่ยนไส้กรองทุกๆ 5,000 กิโลเมตร ทำให้ผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว 


ประกอบกับค่ายรถยนต์และบริษัทผู้ขายปฏิเสธการออกหนังสือรับประกันความเสียหายของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์จากการใช้ B20 โดยระบุเพียงว่าทำตามนโยบายรัฐ แต่ไม่ยอมรับผิดชอบเมื่อเครื่องยนต์พัง 


ส่วนคนขับรถบรรทุกสะท้อนว่า เมื่อเติม B20 แล้วเครื่องยนต์วิ่งอืด กำลังแรงม้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนขับไม่อยากใช้งาน 




แบกต้นทุน B7 ไม่ไหว ชี้ราคาแอบพุ่งเกือบ 20% ช่วงน้ำท่วม



ดร.ทองอยู่ มองว่า สถานการณ์น้ำมันดีเซล B7 ซึ่งเป็นน้ำมันหลักที่ภาคขนส่งใช้งาน แม้ราคาในปัจจุบันจะปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 42.59 บาทต่อลิตร จากเดิมประมาณ 43.95 บาทต่อลิตร แต่ก็ยังถือว่าแพงเกินกว่าที่ธุรกิจจะแบกรับไหว

ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ราคาน้ำมันดีเซลถูกลักลอบปรับขึ้นไปเกือบ 8.20 บาทต่อลิตร หรือพุ่งขึ้นเกือบ 20% โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร 


เดิมทีสัดส่วนค่าน้ำมันดีเซลคิดเป็น 45–48% ของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด แต่ช่วงที่ผ่านมาต้นทุนค่าน้ำมันพุ่งสูงถึง 65% ของต้นทุนรวม ทำให้ผู้ประกอบการบอบช้ำอย่างหนัก 


ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นค่าบริการขนส่งกับลูกค้ารายสำคัญ เช่น กลุ่มขนส่งสินค้าเกษตร (ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง) ได้ เนื่องจากเกษตรกรก็ประสบปัญหาราคาสินค้าตกต่ำอยู่แล้ว หากปรับขึ้นอีก เกษตรกรก็จะอยู่ไม่ได้ ทำให้ต้องยอมกอดคอกันแบกรับภาระขาดทุน 


การนำปาล์มราคาแพงมาผสมแล้วลดภาษีสรรพสามิตเพื่อขายถูก แต่กลับไปเพิ่มภาระชดเชยให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ถือเป็นการ "ดึงกระเป๋าซ้ายไปเพิ่มกระเป๋าขวา" ที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาระยะยาวกำหนดการยื่นหนังสือ และเวทีเสวนา ณ กระทรวงพลังงาน


ดร.ทองอยู่ กล่าวว่า ในวันที่ 4 พ.ย. 69 สหพันธ์ฯ จะเดินทางไปยังหน้ากระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 9 ข้อเกี่ยวกับโครงสร้างราคาพลังงาน พร้อมจัดเตรียมอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าร่วม ทั้งการลงทะเบียนแจกเสื้อสหพันธ์ฯ อาหารกลางวัน น้ำดื่ม และรถสุขาเคลื่อนที่ โดยไม่รบกวนสถานที่ราชการ


สหพันธ์ฯ ได้วางแนวทางการเคลื่อนไหวเป็น 2 ระยะ เพื่อความเหมาะสมต่อสถานการณ์บ้านเมือง


1. ระยะแรก (ช่วงพระราชพิธี) สหพันธ์ฯ ตระหนักถึงความสำคัญของพระราชพิธีและบรรยากาศความโศกเศร้าอาดูรของประชาชน จึงเลือกแสดงออกด้วยความสงบเรียบร้อย โดยการยื่นหนังสือและจัดเสวนาให้ความรู้เท่านั้น

2. ยกระดับบุก "ทำเนียบรัฐบาล" หลัง 21 ธันวาคมนี้ รัฐบาลยังคงนิ่งเฉยและไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม สหพันธ์ฯ จะยกระดับการชุมนุม โดยจะเคลื่อนขบวนรถบรรทุกบุกเข้าปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การชุมนุมของกลุ่มรถบรรทุก


น้ำมันดีเซลเป็นพลังงานขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นภาคการขนส่ง, เกษตรกรรม, อุตสาหกรรม รัฐบาลต้องเลือกเอาว่าจะยืนเคียงข้างประชาชนผู้บริโภคที่กำลังเดือดร้อน หรือจะยืนเคียงข้างกลุ่มทุน