อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ตัวแปร “คน-ช้าง-ป่า" ธรรมชาติที่ต้องแลกกับการพัฒนา ได้ไม่คุ้มเสียชาวบ้านได้รับผลกระทบ ช้างป่าออกมากินผลผลิต
ภายหลังมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 ส.ค. ไฟเขียวอนุมัติงบฯ 7,200 ล้าน ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด กลายเป็นการปลุกกระแสอนุรักษ์ให้เกิดขึ้นทันที
จุดติดลุกฮือต่อต้านความต้องการของมนุษย์ในเชิงพัฒนาอีก 1 โครงการ
โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แผนผันน้ำจากจังหวัดจันทบุรีไปยังจังหวัดระยอง ตามมติ ครม. 7 เมษายน ปี 52 เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก หรือ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC รวมทั้งภาคเกษตรกรรมในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง
ในแผนระบุตัวเลข “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” มีความจุอ้างประมาณ 99.5 ล้าน ลบ.ม. สร้างขึ้นเพื่อเติมเต็มความต้องการใช้น้ำที่อ้างว่ามีมากถึง 300 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งที่ก่อนหน้านี้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนดในพื้นที่ อ.แก่งหางแมว มีอ่างเก็บน้ำที่สร้างแล้วเสร็จถึง 3 แห่งด้วยกัน
ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองประแกต ความจุ 60.25 ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ ความจุ 68.10 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ความจุ 80.70 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดจะเป็นแห่งที่ 4ของโครงการที่กำลังจะทำการก่อสร้าง
ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากนักอนุรักษ์และชาวบ้าน เพราะมีเสียงยืนยันว่าทั้ง 3 อ่างมีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม
ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเพราะส่งผลกระทบหลายด้าน!!
เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ทีมข่าว SEE TRUE ลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อดูสภาพปัญหาและรายละเอียดโครงการ ลงสำรวจพื้นที่ป่าสมบูรณ์เขตอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นที่ต้องสูญเสียพื้นที่หากเดินหน้าโครงการ พบเป็นผืนป่าสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้าง กระทิง รวมทั้งสัตว์อื่นๆ นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่หมู่บ้านคลองยาง ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว ที่จะกลายเป็นพื้นที่น้ำท่วม พูดคุยกับชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่คิดตรงกัน ว่ายังขาดความชัดเจนในเรื่องค่าสินไหมทดแทนและการย้ายที่อยู่อาศัยที่ทำกิน
ชาวบ้านคนหนึ่งเปิดใจกับ SEE TRUE ว่า อยู่มา 30 ปีชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ทำสวนรับจ้างกรีดยาง ไม่อยากย้ายไปไหน แต่ถ้าจะต้องย้าย ก็ต้องรับสภาพให้ได้และขอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินชดเชยและที่ทำกิน ตนมองว่าการสร้างอ่างคลองวังโตนดไม่เกิดความคุ้มค่าเพราะคนพื้นที่ไม่ได้ใช้น้ำแถมยังสร้างทับที่ป่าซึ่งเป็นทางเดินช้าง จะทำให้ช้างออกจากป่ามาทำร้ายคนได้
SEE TRUE ยังได้พบกับ นายคเชนท์ ทาหุ่น 1 ในแกนนำเครือข่ายคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด กล่าวถึงความต้องการใช้น้ำของคนในพื้นที่ที่มีต่ออ่างเก็บน้ำโครงการนี้ ว่า เหตุผลของการคัดค้านการสร้างอ่างฯ เพราะได้ไม่คุ้มเสีย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ป่า และพืชพรรณธรรมชาติหลายอย่าง และที่สำคัญ ขอให้บริหารจัดการน้ำ ระบบการกระจายน้ำอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 ให้เต็มศักยภาพก่อน ตนมั่นใจว่าเฉพาะพื้นที่ อ.แก่งหางแมว ไม่จำเป็นต้องมีอ่างเก็บน้ำถึง 4 อ่าง
“ภาครัฐควรพิจารณาตัวบทกฎหมาย พรบ.ทรัพยากรน้ำ อย่าให้มีการใช้อำนาจในการบริหารจัดการน้ำ ไร้การควบคุม และเกิดความไม่เป็นธรรมด้านการกระจายน้ำ และที่สำคัญ การสร้างอ่างฯ ยังเป็นการทำลายสะพานทางชีวภาพผืนป่ารอยต่อที่สำคัญภาคตะวันออก และสร้างความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างทวีความรุนแรงมากขึ้น” นายคเชนท์ กล่าว
ด้านนายสมภพ ศิริสว่าง ประธานมูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย และตัวแทนเครือข่ายคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด กล่าวว่า โครงการนี้มีความบิดเบี้ยวตั้งแต่การติดกระดุมเม็ดแรก คือการทำ EHIA ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขข้อมูลประชากรช้าง กระทิง รวมทั้งสัตว์อื่นๆ และความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น
“หากเดินหน้าโครงการ จะต้องเสียพื้นที่ป่าสมบูรณ์ซึ่งเป็นทางเดินและแหล่งอาหารของช้างป่าที่มีนับร้อยตัว พื้นที่ก่อสร้างอ่างเป็นพื้นที่ราบต่ำเป็นเส้นทางด่านสัตว์และเส้นทางเคลื่อนที่หลักของช้างป่า หากก่อสร้างจะเป็นการขวางเส้นทางเดินสัตว์ ส่งผลให้ช้างป่าเปลี่ยนเส้นทางออกสู่พื้นที่ชุมชนและเกิดปัญหา" นายสมภพ กล่าว
นายสมภพ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา พบว่ามีช้างป่าในเขตอ.แก่งหางแมว ออกหากินในพื้นที่ทำกินชาวบ้านจำนวนมาก ก่อนหน้านี้เคยมีช้างเดินไปถึงตัวเมืองจันทบุรีมาแล้ว ทุกวันนี้ชาวบ้านต้องจัดชุดเฝ้าระวังช้างทุกคืนเพื่อป้องกันช้างลงมาหาอาหารประจันหน้าทำร้ายคน มีตัวเลขบาดเจ็บล้มตายทุกปี เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก ส่วนประเด็นการจ่ายค่าชดเชยชาวบ้านหมู่บ้านคลองยาง ทางกรมชลประทานก็ยังไม่ได้มีรายละเอียดที่ชัดเจน และที่สำคัญ เขตอุทยานแห่งชาติควรเป็นสมบัติของคนทั้งชาติที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
“เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ผมและชาวบ้านรวมทั้งตัวแทนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เข้ายื่นฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA ของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเพราะมีความบกพร่อง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ป่าและอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและผืนป่าอนุรักษ์ในอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น”
“หากเราจับสังเกตได้จะเห็นว่าเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ครม.อนุมัติโครงการฯ ก็เป็นการอนุมัติก่อนหน้าที่ EHIA ฉบับนี้ จะหมดอายุภายใน 5 วัน ทุกอย่างเหมือนถูกกำหนดไว้เพื่อให้เอื้อกับโครงการก่อสร้าง” นายสมภพ กล่าว และว่า ชาวบ้านและกลุ่มอนุรักษ์จะเดินหน้าคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดอย่างต่อเนื่อง
และในวันเสาร์ที่ 14 พ.ย. นี้ ทางกลุ่มคัดค้านจะจัดกิจกรรม “ฟังเสียงคน ฟังเสียงป่า โอบเขา 15 ชั้น” คัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด บ่ายโมงจะรวมตัวกันที่ว่าการอำเภอแก่งหางแมว จ.จันทบุรีเพื่อเดินทางไปดูวิถีชาวบ้านคลองยางพื้นที่น้ำท่วม ช่วงเย็นเดินทางสู่ "อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น" ทำกิจกรรม “ฟังเสียงคน ฟังเสียงป่า โอบเขา 15ชั้น”จากนั้นลงทะเบียนจองเต็นท์ค้างคืนนอนฟังเสียงป่าภายในอุทยานฯ


