อีก 1 วัน งานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ปี 2569 จะเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569 ถึง 14 มี.ค. 2570 แม้ผู้จัดงานยืนยันความพร้อม แต่มีเสียงวิจารณ์ถึงความคุ้มค่างบประมาณ โดยเตรียมขออัดงบเพิ่ม 250 ล้านบาท จนมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนกับงบเดิม 2,500 ล้านบาท หรือไม่ แม้หน่วยงานเกี่ยวข้องออกมายืนยันถึงความโปร่งใส แต่ต้องจับตาว่า ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อีสาน ได้จริงหรือไม่


“มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ซึ่งเตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำ “หนองแด” ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี บนเนื้อที่กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน”


จากความฝัน 10 ปี สู่ขุมพลังเศรษฐกิจใหม่แห่งอีสาน

จุดเริ่มต้นของงานมหกรรมครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จากวิสัยทัศน์ของภาคส่วนในท้องถิ่นอุดรธานีที่ต้องการเปลี่ยนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดให้กลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่และปอดแห่งใหม่ของเมือง แม้จะผ่านอุปสรรคและการรอคอยยาวนาน แต่ด้วยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และการอนุมัติงบประมาณแรกเริ่ม 2,500 ล้านบาทจากรัฐบาล ฝันนั้นจึงกลายเป็นจริงภายใต้การรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH)


ภายในงานเนรมิตพื้นที่จัดแสดง 6 โซนไฮไลต์ ต้อนรับด้วยสวนนานาชาติถึง 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ สวนองค์กรชั้นนำของไทย 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้เด่นและไม้หายากจากทั่วโลกกว่า 50 สวน (อาทิ สวนนุ่นยักษ์, เบาบับด่าง, มะกอกโอลีฟ) รวมถึงไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น ผสานสถาปัตยกรรมอัตลักษณ์อีสานสุดอลังการ ทั้งอาคารรูปไห (บ้านเชียง/ข้อง) อาคารรูปไซ และเฮือนแฝด โดยตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคน คาดการณ์สร้างเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจอีสานตอนบนกว่า 20,000 ล้านบาท และสร้างงานมากกว่า 81,000 ตำแหน่ง


ปมงบประมาณและอุปสรรคการพัฒนาพื้นที่

แม้ภาพรวมการเตรียมงานจะรุดหน้า แต่การเนรมิตพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ย่อมมาพร้อมความท้าทาย ทั้งปัญหาสภาพดินอ่อนและการบริหารจัดการระบบน้ำในหนองแดที่ต้องใช้การปรับปรุงฐานรากอย่างหนัก ประกอบกับสภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้ต้นทุนก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น


ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก คือการขอขยายกรอบงบประมาณเพิ่มเติมอีก 250 ล้านบาท (หรือประมาณ 10% ของกรอบงบเดิม 2,500 ล้านบาท) จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการใช้งบประชาสัมพันธ์ซ้ำซ้อนหรือไม่


คำชี้แจงจากกรมวิชาการเกษตร: นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงว่า งบประมาณเดิมที่จัดจ้างไปแล้ว มี 2 ส่วน คือ


1. โครงการ PR ปี 2567 วงเงิน 48.3 ล้านบาท (จัดซื้อจัดจ้างแบบ e-bidding)

2. โครงการบริหารจัดการและประชาสัมพันธ์ วงเงิน 290 ล้านบาท (วิธีคัดเลือก) ซึ่งรวมถึงงานจัดสวนนานาชาติและการบริหารงานภาพรวมทั้งหมด

สำหรับ งบประมาณขอเพิ่ม 250 ล้านบาท นั้น เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการ AIPH ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม และมีมติแนะนำให้เพิ่มงบประมาณเพื่อให้การจัดงานได้มาตรฐานสากลตามข้อกำหนด AIPH โดยงบส่วนนี้ไม่ได้ใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่กระจายไปใช้ในระบบดูแลสวนนานาชาติ งานรักษาความปลอดภัย ค่าสาธารณูปโภค การบริหารจัดการจราจร และการดูแลพื้นที่รอบงานทั้งหมด


ทั้งนี้ กระบวนการคำขอเพิ่มงบได้รับการทบทวนอย่างรัดกุม ผ่านการพิจารณาและอนุมัติจาก ครม. โดยความเห็นชอบของสภาพัฒน์, กรมบัญชีกลาง, กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ อีกทั้งในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างยังมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เข้าร่วมตรวจสอบทุกขั้นตอนเพื่อความโปร่งใส


ยืนยันความพร้อม 100% มุ่งสู่มรดกยั่งยืน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดอุดรธานี แถลงยืนยันล่าสุดว่า ขณะนี้งานมีความพร้อม 100% ในทุกมิติ ทั้งพื้นที่จัดแสดง สถาปัตยกรรม การคมนาคม การขนส่ง และการรักษาความปลอดภัย สำหรับขั้นตอนการจัดจ้างส่วนขยายงบประมาณจะดำเนินการในรูปแบบจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเดิมสามารถดำเนินงานต่อได้ทันทีโดยไม่สะดุด ก่อนเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นี้


หลังจบงาน มหกรรมพืชสวนโลกแห่งนี้จะถูกส่งต่อให้ชาวอุดรธานีและคนไทยทุกคน ในฐานะ “มรดกความยั่งยืน” โดยจะพัฒนาพื้นที่หนองแดเป็นสวนสาธารณะระดับเมือง ศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมต่อไปในระยะยาว