โซลาร์ภาคประชาชน เงื่อนไข 5 ปีคืนทุน บ้านแบบไหนควร-ไม่ควรเข้าร่วม แนะวิธีดู “มิเตอร์ไฟกลางวัน” ถ้าเกิน 5 หน่วยขึ้นไปถึงคุ้ม “นักวิชาการ” ห่วงรัฐคุมเพดาลราคาติดตั้ง ป้องกันผู้รับเหมาฉวยโอกาสฟันกำไร เปิดทางช่างชุมชนรายย่อยร่วมโครงการ ขยายกรอบมาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์ครอบคลุมมาตรฐานสากล นอกเหนือจาก มอก.
วันนี้ (28 ต.ค. 69) ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงแนวทางดำเนินโครงการโซลาร์ภาคประชาชน รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ภายใต้วงเงินสนับสนุนรวม 50,000 ล้านบาท สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับประชาชนครัวเรือนละ 50,000 บาท เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน ประชาชนสามารถติดตั้งแผง Solar Rooftop ความจุ 5-10 กิโลวัตต์ โดยการไฟฟ้าจะรับคืนไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ในอัตรายูนิตละ 2.2 บาท
แผง Solar Rooftop ขนาด 5 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 500-700 ยูนิต และมีอายุใช้งาน 20-25 ปี ซึ่งขณะนี้ มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 56,000 ราย แบ่งเป็น พื้นที่บริการ กฟภ. 44,004 ราย และพื้นที่บริการ กฟน. 12,000 ราย
ถ้าบ้านหลังใดมีค่าไฟฟ้าประมาณ 5,000 บาท/เดือน เพราะใช้ไฟทั้งกลางวันและกลางคืนด้วย ถ้าท่านติดแผงโซลาร์เซลล์ตามโครงการฯ นี้ 5 กิโลวัตต์สามารถผลิตไฟได้ประมาณ 500 ยูนิต คูณ 4 บาท สามารถประหยัดได้ 2,000 บาท/รอบบิล เมื่อคำนวณ 12 เดือนก็ตกปีละประมาณ 24,000 บาท หากประชาชนที่อาจจะไม่ได้ใช้ไฟในช่วงกลางวันเยอะ แต่เข้าร่วมโครงการฯ ก็สามารถขายไฟที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์คืนให้กับการไฟฟ้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนให้น้อยลง และสามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในการใช้จ่ายครอบครัวหรือต่อยอดทำธุรกิจต่าง ๆ ได้ด้วย
ประชาชนที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุน มี 3 ธนาคารรัฐ คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่พร้อมปล่อยเงินกู้ให้ประชาชนในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 2.5 เป็นเวลา 7 ปี (จากข้อมูล ธอส.) โดยปริมาณไฟฟ้าที่ขายคืนให้กับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทางการไฟฟ้าก็จะนำรายได้เหล่านี้ไปส่งให้กับธนาคารเพื่อช่วยผ่อนธนาคารให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
โซลาร์ภาคประชาชน คุ้มจริงหรือจกตา?
แต่หลังจากเปิดตัวโครงการ โซลาร์ภาคประชาชน มีการตั้งข้อสังเกตถึงบริษัทที่เข้ามาลงทะเบียนในโครงการ ส่วนใหญ่มีบริษัทขนาดใหญ่ ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค มองว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน มีเงื่อนไขหลักที่ประชาชนต้องรู้ คือ แจกเงินหนุน 50,000 บาท สนับสนุน 1 ล้านสิทธิ รวมวงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยต้องติดตั้งใหม่หรือติดเพิ่มจากระบบเดิมอย่างน้อย 5 กิโลวัตต์ ถึงเข้าเกณฑ์
กู้เพิ่มดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ส่วนต่างที่เหลือสามารถกู้ผ่าน 3 ธนาคารรัฐ (ออมสิน, ธกส., ธอส.) ผ่อนยาวสูงสุด 7 ปี
ใช้ไม่หมด ขายคืนได้ ไฟฟ้าส่วนเกินในตอนกลางวัน ขายคืนการไฟฟ้าได้ในราคา 2.20 บาท/หน่วย
“การกู้เงินมาติดโซลาร์ ไม่ได้แปลว่าเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะเงินที่นำไปผ่อนค่างวด แต่ละเดือน ก็คือ เงินค่าไฟที่ประหยัดได้ ผ่อนหมดใน 5-7 ปี หลังจากนั้นไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็คือเราได้ใช้ฟรีเต็มเม็ดเต็มหน่วย”
บ้านเข้าข่ายหรือไม่ สังเกตง่ายๆ แค่ดู "มิเตอร์ไฟกลางวัน"
รศ.ดร.ชาลี เผยเทคนิคสุดง่ายที่ประชาชนทุกคนทำเองได้ที่บ้าน เพื่อประเมินว่าควรติดโซลาร์เซลล์หรือไม่ โดยให้ดูพฤติกรรม "การใช้ไฟช่วงกลางวัน" เวลา 10.00 น. - 15.00 น. เป็นหลัก
วิธีทดสอบมิเตอร์หน้าบ้าน
1. เดินไปอ่านเลขมิเตอร์ไฟหน้าบ้านตอน 10:00 น.
2. กลับไปอ่านเลขมิเตอร์อีกครั้งตอน 15:00 น.
3. นำตัวเลขมาลบกัน เพื่อดูว่า 5 ชั่วโมงนี้ บ้านคุณใช้ไฟไปกี่หน่วย?
กลุ่มคุ้มทุนเร็ว (ติดแล้วรอด) มิเตอร์เดิน 5 หน่วยขึ้นไป เช่น บ้านมีผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยติดเตียง, คนทำ Work from Home ที่เปิดแอร์ตลอดวัน กลุ่มนี้ไฟที่ผลิตได้ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า คาดว่าไม่ถึง 5 ปีก็คืนทุน
กลุ่มคืนทุนช้า (คิดให้ดีก่อนติด) มิเตอร์เดินแค่ 1-2 หน่วย บ้านที่สมาชิกออกไปทำงาน/เรียนข้างนอก กลับมานอนกลางคืน เพราะไฟที่ผลิตได้จะถูกขายคืนรัฐแค่หน่วยละ 2.20 บาท ขณะที่เราซื้อไฟรัฐ 4.50บาท ทำให้กลุ่มนี้อาจต้องใช้เวลานาน เกิน 7 ปีขึ้นไป กว่าจะคืนทุน
ดาบสองคม “มอก.-ช่างใหญ่” สุ่มเสี่ยงผูกขาด?
แม้โครงการนี้จะดูมีประโยชน์ แต่ รศ.ดร.ชาลี ชี้ให้เห็น “ข้อสังเกตและข้อกังวลใหญ่” ที่รัฐบาลต้องเร่งปลดล็อก
1. ล็อกสเปก “แผง มอก.” โครงการบังคับใช้แผงที่ได้ มอก. ทั้งที่แผงระดับโลกเกรด Top 5 หรือ Tier 1 หลายแบรนด์ไม่มี มอก. ไทย แต่มีคุณภาพสูงและราคาถูกกว่า ซึ่งเป็นการตัดโอกาสประชาชนในการได้ของดีราคาสมเหตุสมผล
2. กีดกันช่างรายย่อย กำหนดให้ใช้ช่างในเครือข่ายที่ผ่านการรับรองเท่านั้น ทำให้ช่างโซลาร์รายเล็กรายน้อยในชุมชนไม่สามารถรับงานได้
3. เสี่ยงโดนโก่งราคา เป้าหมาย 1 ล้านหลังคาเรือน ภายในเวลา 10 กว่าเดือน หมายความว่าต้องติดให้ได้ เดือนละนับแสนหลัง แต่ผู้รับเหมาที่ผ่านเกณฑ์กลับมีน้อยนิด จะเกิดภาวะ ฮั้วราคา หรือตั้งราคาติดตั้งแพงกว่าตลาด
ติดโซลาร์ 1 หลัง เซฟค่าไฟคนไทยทั้งประเทศจริงหรือ?
หลายคนอาจไม่รู้ว่า การติดโซลาร์เซลล์ไม่ได้ช่วยแค่เจ้าของบ้าน แต่ช่วยคนไทยทั้งประเทศลดค่าไฟ!
รศ.ดร.ชาลี อธิบายว่า หากโครงการนี้สำเร็จตามเป้าที่กำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ จะช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ LNG ราคาแพงจากต่างประเทศได้อย่างมหาศาล ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยรวมของคนไทยทั้งประเทศ ถูกลงทันที 8 - 12 สตางค์/หน่วย รวมถึงบ้านที่ไม่คิดจะติดโซลาร์เลยก็ตาม
สิ่งที่รัฐบาลควรพิจารณาคือ ปลดล็อกแผงสากล ขยายกรอบมาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์ให้ครอบคลุมมาตรฐานสากลอื่น ๆ นอกเหนือจาก มอก.
กระจายงานให้ช่างชุมชน เปิดทางให้ช่างรายย่อยที่มีฝีมือสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้
ควบคุมราคากลาง รัฐต้องมีเพดานราคาค่าติดตั้งที่ชัดเจน ป้องกันผู้รับเหมาฉวยโอกาสฟันกำไร


