จาก “ถนน” สู่ “รัฐสภา” ย้อนเส้นทางขบวนการนักศึกษาเซอร์เบีย เดินหน้าม็อบต้านทุจริตก่อนคว้าชัยเลือกตั้ง ปิดฉากครองอำนาจ 14 ปี ของอดีตประธานาธิบดีวูชิช 

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การเมืองในประเทศเซอร์เบีย หลังการประท้วงที่ยืดเยื้อมายาวนานเกือบ 2 ปีนำมาสู่การเลือกตั้งรัฐสภาก่อนกำหนด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยเป็นการแข่งขันกันระหว่าง กลุ่ม Student List (รายชื่อนักศึกษา) ขบวนการภาคประชาชนที่นำโดยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย

กับอีกฝ่ายคือกลุ่ม United Serbia นำโดยพรรคก้าวหน้าเซอร์เบีย (Serbian Progressive Party : SNS) ของนายอเล็กซานดาร์ วูชิช อดีตประธานาธิบดี ที่ครองอำนาจในรัฐบาลเซอร์เบียมายาวนานกว่า 14 ปี โดยเขาได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ 2 สมัย เพื่อลงสมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ผลการนับคะแนนเบื้องต้นปรากฏว่า ฝ่ายขบวนการนักศึกษาเอาชนะไปอย่างถล่มทลาย ได้คะแนนเสียง 52.9% หรือคิดเป็นประมาณ 141 เก้าอี้ จาก 250 เก้าอี้ในรัฐสภา สามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ด้วยตนเอง ขณะที่กลุ่มของนายวูชิช ได้คะแนนไป 38.8% หรือประมาณ 103 เก้าอี้ โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 68.78% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี 

ในช่วงค่ำของวันที่ 25 ต.ค.2026 อดีตประธานาธิบดีวูชิช ได้ออกมาประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ขณะเดียวกันก็แสดงความไม่พอใจต่อผลการเลือกตั้ง โดยเขากล่าวอ้างว่าเป็นผลจาก “งานสกปรก” (Dirty Work) ของกลุ่มอิทธิพลในสหรัฐฯ  (deep state) ที่ต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำหลายคนในยุโรป พร้อมทิ้งท้ายว่า “เราจะได้เห็นกันว่าผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน”

อเล็กซานดาร์ วูชิช อดีตประธานาธิบดีเซอร์เบีย
อเล็กซานดาร์ วูชิช อดีตประธานาธิบดีเซอร์เบีย

ย้อนจุดเริ่มต้น “ม็อบนักศึกษา” สู่ชัยชนะเหนือรัฐสภา

จุดเริ่มต้นของการประท้วงที่นำโดยขบวนการนักศึกษา เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 หลังเกิดเหตุหลังคากระจกและคอนกรีตของสถานีรถไฟในเมืองโนวีซาดพังถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน เกิดการตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันงบประมาณ ระบบอุปถัมภ์ ความประมาทเลินเล่อและความมักง่ายในงานก่อสร้างของรัฐบาล นำไปสู่การเดินประท้วงเรียกร้องความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์สุจริต ก่อนการประท้วงจะขยายวงกว้างต่อเนื่องไปยังประเด็นอื่นๆ มีผู้เข้าร่วมหลายแสนคน

ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ขบวนการนักศึกษาได้ขับเคลื่อนการประท้วงกดดันทางการเมืองอย่างต่อเนื่องและขยายตัวไปทั่วประเทศ ทั้งการเดินขบวนเรียกร้อง การปิดล้อมสถานที่ นัดหยุดงาน มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมเป็นระยะ และต่อมาขบวนการนักศึกษาได้เพิ่มข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ เรียกร้องให้จัดเลือกตั้งก่อนกำหนด 

จนเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ประธานาธิบดีวูชิชได้ประกาศยุบสภา กำหนดการเลือกตั้งรัฐสภาก่อนกำหนดในวันที่ 25 ตุลาคม 2026 ก่อนจะประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 27 กันยายน 2026 เพื่อเปิดทางให้ตนเองลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี โดยสำนักข่าวพีบีเอส (PBS News) ชี้ว่า เป็นกลยุทธ์สลับตำแหน่งที่ถอดแบบมาจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เพื่อครองอำนาจต่อ

นายแพทย์อิลิยา สร์ดาโนวิช จากกลุ่ม Student list
นายแพทย์อิลิยา สร์ดาโนวิช จากกลุ่ม Student list

ขณะเดียวกัน ขบวนการนักศึกษาได้เปิดตัวรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ในนาม “Student List” รวบรวมคนจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งอาจารย์ นักวิชาการ แพทย์ นักกิจกรรม แรงงาน โดยมีนายแพทย์อิลิยา สร์ดาโนวิช ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโนวีซาด เป็นตัวแทนนำหาเสียง แนวทางนโยบายหลักคือการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน องค์กรอาชญากรรม คืนเสรีภาพสื่อ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ประชาชนผู้สนับสนุนกลุ่มขบวนการนักศึกษา Student List ต่างออกมาฉลองตามท้องถนนในกรุงเบลเกรด มีการเต้นรำ บีบแตรรถ จุดพลุ และตะโกนคำว่า “ชัยชนะ” โดยนักศึกษาคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “เซอร์เบียเป็นอิสระแล้ว นี่คือปาฏิหาริย์”

ศาสตราจารย์เดยาน พาฟโลวิช ศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ได้โพสต์ข้อความผ่าน X วิเคราะห์ถึงชัยชนะครั้งนี้ว่า การที่ขบวนการนักศึกษาขาดประสบการณ์ทางการเมืองหรือไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจสีเทาใดๆ ได้กลายมาเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในทางกลับกันอดีตประธานาธิบดีวูชิช กลายเป็นตัวแทนของ “ความล้าหลังทางวัฒนธรรม” เมื่อคนรุ่นใหม่ที่มีค่านิยมและแนวทางของตนเองก้าวเข้าสู่เวทีการเมือง

ก้าวต่อไปของ “เซอร์เบีย”

แม้กลุ่ม Student List จะชนะการเลือกตั้ง และตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ แต่ความท้าทายถัดไปคือการเลือกตั้งประธานาธิบดี ที่จะจัดขึ้นภายในวันที่ 27 ธันวาคม 2026 นี้ และต้องเผชิญหน้ากับเครือข่ายและอิทธิพลทางการเมืองของประธานาธิบดีวูชิช ที่ฝังรากลึกในหน่วยงานต่างๆ มาอย่างยาวนาน ซึ่งกลุ่มนักศึกษาจะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ความเห็นต่างทางการเมืองเข้ามาแบ่งแยกขบวนการ ต้องระวังในประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น ความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปและรัสเซีย

อิวาน มิเลนโควิช นักวิจารณ์ทางการเมือง ก็ได้เตือนว่าเครือข่ายของวูชิชได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งประเทศ การถอนรากถอนโคนและจัดการกับสิ่งเหล่านั้นจะเป็นงานที่ยากอย่างมาก

ทั้งนี้ในการรวมตัวของ Student List ไม่ได้มีการเน้นผู้สมัครบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นแกนนำอย่างชัดเจน ต่างจากฝั่ง United Serbia ที่ชูอดีตประธานาธิบดีวูชิช โดยแคนดิเดตที่โดดเด่นและคาดว่าอาจเข้ารับตำแหน่งนายกฯ คือนายแพทย์สร์ดาโนวิช ซึ่งเป็นผู้นำการหาเสียง และนายเดยัน โชสกิช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางเซอร์เบีย ซึ่งเคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสื่อที่สนับสนุนรัฐบาล 

ที่มา :pbs, aljazeera, abcnews, reuters, rferl