ร้านค้าย่านสามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย โอดปีนี้ค้าขายแย่สุดในรอบ 30 ปี วอนรัฐกระตุ้นการค้าริมชายแดน

“เข้าไฮซีซั่นแล้ว แต่... ยัง…”


แม่ค้าตลาดสามเหลี่ยมทองคำ ยืนยัน ค้าขายแย่สุดในรอบ 30 ปี


ปลายฝน-ต้นหนาว ช่วงวันหยุดยาว 23-25 ตุลาฯ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่พูดคุยกับ พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย พบ หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ค้าขายไม่ดี


“ค้าขายไม่ได้เลยค่ะพี่ ที่แย่กว่า(ช่วง)นี้ ก็มีแค่ตอน โควิดฯ ระบาดเท่านั้นแหละ” แม่ค้าท่านหนึ่งบอกกับทีมข่าวไทยรัฐ


เจ้าของร้านอีกคน ระบุว่า ปัจจัยที่กระทบกับ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มา และ กำลังการจับจ่ายใช้สอย คือ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น


ขณะที่แม่ค้าอีกเจ้า ระบุว่า น้ำท่วมภาคกลางเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง เพราะต้องเอาเงินไปซ่อมแซมบ้าน และ ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย


หนึ่งในแม่ค้าที่ทีมข่าวไทยรัฐได้ไปพูดคุยด้วย คือ อิงอร กาญจนากาศ ซึ่งเพิ่งจะรับเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาซื้อของที่ระลึก โดยเธอระบุว่า ลูกค้าเมื่อสักครู่เป็นคน จีน-มาเลย์


ถาม พี่รู้ได้อย่างไรครับว่าเขาเป็น จีน-มาเลย์

ตอบ ดูออกค่ะ ขายของอยู่ที่นี่มายาวนานพอที่จะแยกสัญชาตินักท่องเที่ยวได้จาก หน้าตา การแต่งตัว สำเนียงการพูด


ช่วงนี้ทุกๆ เช้า อิงอร จะต้องลุ้นว่าจะมีรถทัวร์มาลงใกล้ๆร้านของเธอหรือไม่ เพราะรายได้หลักๆ ณ ตอนนี้จะต้องอาศัย “ทัวร์ลง” เท่านั้น ซึ่งต่างจากตลอด 3 ทศวรรษ ที่ค้าขายอยู่ที่ตลาดสามเหลี่ยมทองคำ ที่นักท่องเที่ยว ไทย และ ต่างชาติ จะเดินทางมาหลากหลายรูปแบบ และ ช่วง ไฮซีซั่น ของทุกปี คือช่วงเดือน ตุลาคม ถึง กุมภาพันธ์ รายได้จะดีเป็นพิเศษ โดยบางวันยอดขายพุ่งไปถึงเลข 5 หลัก



พี่ขายของตรงนี้มา30 ปี (ค้าขาย) ไม่เคยแย่ขนาดนี้มาก่อน... ช่วงนี้สถานการณ์เป็นรองแค่ช่วง โควิด-19ระบาด” อิงอรกล่าว


อิงอรยืนยันว่า สถานการณ์ย่ำแย่ แม้จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และ พ่วงด้วยหยุดยาว 23-25 ตุลาคมที่ผ่านมา ยอดขายก็ไม่กระเตื้องขึ้น


“(เข้า)ไฮซีซั่นแล้ว แต่ ยัง… ยังไม่มีนักท่องเที่ยว(มา)!!” อิงอรพูดติดตลก แต่รอยยิ้มที่มุมปากมาพร้อมกับแววตาที่เหนื่อยล้า


เมื่อไทยรัฐออนไลน์ เราขอให้ เจ้าของร้าน วัย 52 ปี ท่านนี้ ใช้ประสบการณ์ 30 ปีที่ค้าขายอยู่ที่นี่ ถอดรหัส ว่า ทำไมช่วงนี้ ร้านค้าที่สามเหลี่ยมทองคำ ถึงค้าขายไม่ดี โดยอิงอรเชื่อว่า มีหลายปัจจัย


1. ราคาน้ำมัน - ราคาน้ำมันทำให้ต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้น รวมถึง ต้นทุนที่นักท่องเที่ยวแต่ละคน หรือ แต่ละครอบครัว จะต้องแบก กับการเดินทางมาถึงเชียงแสน เพื่อมาเที่ยวบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ

2. ค่าเงิน - ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนไม่เอื้อกับเพื่อนบ้านที่มีกำลังทรัพย์ไม่มาก โดยเฉพาะเมียนมาร์ เพราะ เงิน 100000 จ๊าด วันนี้แลกเงินบาทได้แค่ 2500 บาท ซื้อของได้ไม่มาก และยิ่งพ่วงสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาร์เอง ก็เลยยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวพม่า หายเกือบหมด

3. ฐาน scammer ติดชายแดน - ข่าวที่ว่าเพื่อนบ้านอีกฟากแม่น้ำโขงเป็นรัง scammer ก่อนหน้านี้ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก กลัวที่จะเดินทางมาที่อนุภูมิภาคนี้ ด้วยความกังวลว่าอาจจะถูกจับตัวไปบังคับทำงาน

4. ปราบปราม scammer - เมื่อมีการปราบปรามรัง scammer ฝั่งตรงข้ามชายแดนอย่างจริงจังตั้งแต่ ปลายปี 2568 ทำให้ชาวต่างชาติจำนวนมาก ที่บางส่วนต้องสงสัยว่าเป็น scammer ไปปฏิบัติการที่ชายแดนจุดอื่น ไม่ได้ข้ามมาฝั่งไทย เพื่อต่อเอกสารคนเข้าเมืองที่ฝั่งไทย ตามระยะเวลาที่กฎหมายเพื่อนบ้านกำหนด เมื่อข้ามมาแล้วก็จะ ซื้อของ จับจ่ายใช้สอย ก่อนข้ามกลับ

5. การควบคุมสัญญาณอินเทอร์เน็ต - ทำให้การ scan จ่ายชำระสินค้าของลูกค้าคนไทย มีความยากลำบาก สัญญาณติดขัด และเมื่อลูกค้าไม่พกเงินสด ก็ทำให้ไม่สามารถปิดการซื้อขายได้ แม้อิงอร จะลงทุนซื้อโทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่งเพื่อแชร์ hotspot สัญญาณ wifi ให้ลูกค้าสแกน จ่ายเงิน แต่บ่อยครั้งถูกลูกค้าปฏิเสธ ด้วยความกลัวว่า จะถูกหลอกดูดเงินในบัญชี

6. อากาศไม่เย็น - ธรรมชาติของคนไทยต่างถิ่นที่มาเที่ยวเหนือ คือต้องการซึมซับบรรยากาศที่หนาวเย็น แต่จนถึงปลายตุลาคม อุณหภูมิที่เชียงแสนยังไม่มีแนวโน้มที่จะลด



เมื่อถามว่า เมื่อรู้ถึงปัญหา และ ปัจจัยลบ ทำไมย้ายไปค้าขายที่อื่น อิงอร บอกว่า ย้ายไปที่อื่นก็ใช่ว่าจะดี เธอยกตัวอย่าง ร้านค้าที่ถนนคนเดินหลายๆแห่งในจังหวัดเชียงราย ก็ใช่ว่าจะขายดี ของที่พอจะขายได้ก็คือของกิน ส่วนของฝาก และ ของที่ระลึก ที่เธอถนัดและขายมา 30 ปี นักท่องเที่ยวไม่ค่อยซื้อ โดยเฉพาะคนไทย 


“ฝากบอกรัฐบาลว่า ทำยังไงก็ได้ ให้นักท่องเที่ยว กลับมา” อิงอร กล่าวทิ้งท้าย