เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ขั้นตอนยื่นสะดุด ส่อได้เงินช้า รออนุมัติงบปี 2570 เพิ่ม "แบงค์ ศุภณัฐ" ชี้ยื่นเรื่องผ่านแอปทางรัฐล้มเหลวได้เงินช้ากว่าไปเขต ไม่เตรียมงบให้พร้อม รอให้เงินหมดก่อน แล้วค่อยคิดขอเงินใหม่


กลายเป็นประเด็นร้อนหลังน้ำลด ในการยื่นเรื่องเพื่อขอเงินเยียวยาในกรณีที่บ้านน้ำท่วม โดยเฉพาะหลายพื้นที่ที่อยู่ชานเมืองกรุงเทพ ที่ประสบปัญหาการยื่นเรื่องที่ซับซ้อน ตลอดจนการโพสต์รูปหลักฐานบ้านน้ำท่วมผ่านแอพพลิเคชั่นทางรัฐ ที่หลายคนไม่สามารถแนบไฟล์รูปได้

ขณะที่วันนี้ (19 ต.ค.2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า งบประมาณที่จัดสรรไว้ ช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 จำนวน 4,700 ล้านบาท ใช้หมดแล้ว แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา รัฐบาล เลยเตรียมพิจารณาใช้งบกลางปี 2570 ซึ่งมีวงเงินประมาณ 99,000ล้านบาท เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่าประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงิน ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง


การจ่ายเงินเยียวยาในต่างจังหวัด กระบวนการส่วนใหญ่ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยยกตัวอย่าง จ.อ่างทอง ได้รับรายงานว่าการจ่ายเงินเยียวยามีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 90 ภาพรวมมีข้อมูลว่าครอบคลุมประชาชนมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน

การใช้งบกลางต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยต้องมีความจำเป็นเร่งด่วน เป็นโครงการที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ตามปกติ หากนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เห็นชอบ ก็สามารถพิจารณาใช้งบประมาณกลางได้

ด้านวันนี้ (19 ต.ค.69) นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (แบงค์) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเพจส่วนตัวถึงเงินเยียวยาว่า เงินหมดก่อน ทำให้การโอนเงินน้ำท่วม สะดุดนาน 5 วัน

ศุกร์ 16 - โอนจนเงินหมด มีเคสตกค้าง

เสาร์ 17 - ไม่มีเงินให้โอน

อาทิตย์ 18- ไม่มีเงินให้โอน

จันทร์ 19 - ไม่มีเงินให้โอน

อังคาร 20 - ไม่มีเงินให้โอน ต้องรอครม.อนุมัติวงเงินเพิ่ม

รัฐบาลทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่เตรียมพร้อม คาดการณ์ไม่เป็น ปล่อยเงินหมด และอนุมัติเงินต่อเนื่องไม่ทัน ทำให้การโอนเงินสะดุด และประชาชนต้องรอเงินเยียวยานานขึ้นครับ


เยียวยาน้ำท่วม ยื่นเรื่องอนุมัติช้า รองบกลางใหม่ของปี 2570


เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 หากมองถึงความเสี่ยงที่จะได้ล่าช้า โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (แบงค์) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ปัญหาหลักที่ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องไปต่อคิวยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตกันเยอะ เนื่องจากตัวแอปพลิเคชันทางรัฐ ไม่มีระบบในการแนบรูปภาพและไม่สามารถแนบเอกสารใดๆ เพิ่มเติมได้ แต่เจ้าหน้าที่หน้างานของกรุงเทพฯ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการพิจารณา จึงต้องมีการแจ้งกลับคนที่ยื่นเรื่องผ่านแอปทางรัฐว่า ให้มายื่นเรื่องเพิ่มที่สำนักงานเขต หรือให้ส่งมายังไลน์โอเอ กลายเป็นว่าคนที่ยื่นเรื่องไปตั้งแต่ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว จะต้องกลับมาเตรียมเอกสารใหม่ เพื่อยื่นเพิ่มเติม ซึ่งถ้าเทียบกับคนที่เพิ่งมายื่นเรื่องที่สำนักงานเขต ซึ่งเป็นเคสใหม่ จะได้เงินเยียวยาก่อนคนที่ยื่นเรื่องไปก่อนผ่านแอปทางรัฐ สิ่งนี้ทำให้ล่าช้า สุดท้ายการดำเนินเรื่องก็กลับไปกองที่เขต

ทั้งที่เป้าหมายของแอปทางรัฐ ต้องการให้มีการยื่นเรื่องที่หลุดออกมาจากระบบออฟไลน์ที่ต้องเดินทางไปยื่นกับทางเขต แต่กลับกลายเป็นว่าการยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชัน ไม่สามารถทำได้ตามเป้าประสงค์ เนื่องจากการออกแบบแอปพลิเคชัน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองกับคนที่ทำงานจริง

การยื่นเรื่องที่ช้า เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงปัญหาในการรับเรื่องร้องเรียน แม้ไทยจะเคยมีภัยพิบัติมาแล้ว แต่การดีไซน์ระบบเพื่อยื่นเรื่องเยียวยาให้กับประชาชน กลับออกแบบมาได้ไม่ดี สุดท้ายประชาชนก็ลำบากเหมือนเดิม

ส่วนงบประมาณปลายปีงบประมาณ 2569 จำนวน 4,700 ล้านบาท ที่ใช้หมดแล้ว แล้วต้องรอพิจารณาใช้งบกลางปี 2570 ประมาณ 99,000 ล้านบาท นายศุภณัฐ มองว่า เป็นปัญหาที่รัฐบาลจัดการผิดพลาดในเรื่องของการวางกรอบวงเงินในการเยียวยาน้ำท่วม ทั้งที่จริงรัฐบาลสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 6ต.ค. หรือวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการประชุม ครม. หากมีการอนุมัติงบตั้งแต่ช่วงนั้นเราก็จะมีกรอบวงเงินมากขึ้น และสามารถจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมได้ทันทีแบบต่อเนื่อง


แต่การที่รัฐบาลไม่ได้เตรียมตัววางแผนไว้ก่อน เพื่อที่จะอนุมัติเงินเหล่านั้น เลยทำให้เงินเยียวยาน้ำท่วมของรัฐบาลหมดตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา กลายเป็นว่าจากที่มีปัญหาแอปพลิเคชันทางรัฐอยู่แล้ว ยิ่งซ้ำเติมปัญหา ที่ต้องยื่นเรื่องกว่าจะตรวจสอบช้า แถมต้องรองบประมาณใหม่อีก

เท่าที่ทราบเมื่อวันศุกร์ (16 ต.ค.69) ที่ผ่านมา ยังเห็นเจ้าหน้าที่ปั่นงานเอกสาร เพื่อยื่นเรื่องพิจารณาใช้งบกลางปี 2570 กันอยู่เลย และกังวลว่าถ้าเข้ายื่นเรื่องไม่ทัน หรือเอกสารไม่ครบถ้วนจะมีผลสะเทือนไปถึงอาทิตย์หน้า แต่พอมีกระแสข่าวนี้คิดว่ารัฐบาลยังไงต้องอนุมัติให้ทันภายในอาทิตย์นี้ เพราะการช่วยเหลือเยียวยาต้องใช้งบกลาง ไม่สามารถดึงงบประมาณจากส่วนอื่นมาจ่ายได้ก่อน

“ปัญหาของรัฐบาลคือรอให้เงินหมดก่อน แล้วค่อยคิดที่จะขอเงินใหม่ ถ้าคุณรู้อยู่แล้วว่ามีคำขอของพี่น้องประชาชนเยอะขนาดนี้ แล้วเงินกรอบเดิมที่นายกฯ บอกว่าเพียงพอ แต่มันไม่เพียงพอ ทำไมไม่เตรียมรายละเอียดการของบไว้ล่วงหน้า เพราะสาธารณภัยไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิด เช่น ในกรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมตั้งแต่วันที่25 ก.ย.69 ซึ่งคุณรู้อยู่แล้วว่ามันเกิด ซึ่งหลายที่ก็จบไปแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นคำร้องมีมากกว่างบประมาณเดิมที่ตั้งไว้ ทั้งที่ช่วงประมาณ ครม.วันที่ 6 ต.ค. และ วันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา สามารถนำเรื่องเข้าที่ประชุมมาขอกรอบวงเงินเพิ่มเติมได้ เพื่อให้การจ่ายเงินไม่สะดุด แต่รัฐบาลไม่ได้ทำสิ่งนั้น"

ตอนนี้รัฐบาลควรออกมติ ครม. เพื่อเร่งอนุมัติเงินงบประมาณ เพื่อให้มีเงินมาจ่ายค่าเยียวยาประชาชนให้ทันท่วงที เพราะต้องมาประเมินอีกว่า จะต้องใช้เวลาอีกกี่วันหลังอนุมัติวงเงินแล้วธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีของประชาชนได้ และถ้าจะลดปัญหาการยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐ ที่หลายคนยื่นเรื่องมาตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค.69 แต่ยังไม่ได้เงิน ควรจะต้องปรับปรุงแอปพลิเคชั่นให้มีช่องทางแนบรูปภาพเอกสารเพิ่มได้