ปลาอัลลิเกเตอร์ ขนาด 3 – 60 กิโลกรัม หลุดบึงสำราญ จ.ฉะเชิงเทรา 300 ตัว ผู้ดูแลเตือนไข่มีพิษ กระจายพันธุ์แหล่งน้ำธรรมชาติ ซื้อคืนแล้วกว่า 30 ตัว ให้ราคาตัวละ 500 - 1,000 บาท วอน "กรมประมง" ช่วยจับคืน "นักวิชาการ" ชี้จับไม่ถูกวิธี ถูกกัดฟันคม แผลเหวอะหวะ


น้ำท่วมบึงสำราญ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จมทั้งพื้นที่ หลังน้ำทะลักเข้าท่วมต่อเนื่องเกือบ 4 สัปดาห์ ทำปลาอัลลิเกเตอร์ หรือปลาจระเข้ ขนาด 2-3 เมตร หลุดออกจากบ่อกว่า 300 ตัว เกิดจากช่วง 3 ชั่วโมงแรกที่น้ำทะลักเข้าท่วม ทำให้ปลาที่เลี้ยงและสะสมไว้เป็นจำนวนมากหลุดออกไปกับกระแสน้ำ คิดเป็นน้ำหนักรวมประมาณ 20-30 ตัน โดยเฉพาะปลาอัลลิเกเตอร์ที่สะสมมานาน 17-18 ปี มีขนาดความยาวประมาณ 2-3 เมตร คาดว่าหลุดออกไปเกือบทั้งหมดประมาณ 300 ตัว


ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง ตัวแทนจาก บึงสำราญ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ระบุสถานการณ์วันนี้ (16 ต.ค.69) ว่า ปลาอัลลิเกเตอร์หลุดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เกิดจากน้ำท่วมช่วงที่ผ่านมาเข้ามาในบ่อ พอปลาอัลลิเกเตอร์เจอน้ำที่ท่วมเข้ามาก็จะแหวกว่ายทวนน้ำออกไป โดยทางบึงขึงตาข่ายกั้นไม่ทัน ตอนนี้จากการสำรวจพบว่ามี ปลาอัลลิเกเตอร์ กับปลานิล ที่หลุดออกไป ส่วนปลาประเภทอื่นยังอยู่ครบ

ปลาอัลลิเกเตอร์ ที่หลุดออกจากบ่อ มีขนาดตั้งแต่ 3 – 60 กิโลกรัม ปลาอัลลิเกเตอร์ ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ถ้าไม่มีใครไปทำอะไรมันก่อนก็จะไม่มีการโจมตี แต่ที่กลัวคือ คนจะนำไปกิน เพราะในไข่ของปลามีพิษ ถ้าคนที่กินเข้าไปแล้วจะมีอาการผื่นคันตามผิวหนัง กลัวว่าคนที่ไม่รู้จะเอาไปกิน แต่ปลาอัลลิเกเตอร์ เป็นปลาสวยงามที่เลี้ยงไว้

การตามจับปลาอัลลิเกเตอร์ ที่หลุดลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติตอนนี้ ด้วยความที่น้ำในพื้นที่ยังท่วมอยู่ ทำให้การจะไปตามหาตามแหล่งน้ำค่อนข้างลำบาก เลยประกาศว่าถ้าชาวบ้านคนไหนจับได้แล้วมาส่งให้กับบึงสำราญ ที่จะมีการซื้อคืน วันนี้ก็มีชาวบ้านจับมาคืนเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีชาวบ้านจับได้ที่พื้นที่ ลำผักชี จ.ฉะเชิงเทรา อีก 2 ตัว


ตอนนี้มีคนจับได้ในพื้นที่ สังฆสันติสุข, บางน้ำเปรี้ยว, ลำผักชี โดยตอนนี้ยังเจอในพื้นที่ไม่ไกลจากบึงสำราญ ตอนนี้รับซื้อคืนแล้วกว่า 30 ตัว โดยการรับซื้อปลาอัลลิเกเตอร์ ตอนแรกให้ตัวละ 1,000 บาท การซื้อคืนแม้ขาดทุนก็ต้องทำเพราะเป็นปลาของทางบ่อที่หลุดออกไป ชาวบ้านบางคนที่จับมาได้บางคนเราก็ขอลดเหลือตัวละ 500 บาท เพราะเราเองก็โดนน้ำท่วมหนักเหมือนกัน

ปลาอัลลิเกเตอร์ ที่หลุดออกไปสามารถผสมพันธุ์และแพร่กระจายจำนวนลูกปลาได้ ซึ่งอาหารจะกินลูกปลาขนาดเล็ก ตอนนี้อยากให้กรมประมงมาช่วยจับปลาที่หลุดออกไป และอยากให้ผู้ที่ดูแลน้ำช่วยระบายน้ำในพื้นที่ให้น้ำลดลง เพื่อจะได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ


ปลาอัลลิเกเตอร์ จับไม่ถูกวิธีถูกกัดแผลหนัก


ศ.ดร.สรณัฏฐ์ ศิริสวย อาจารย์ประจำภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่า ปลาอัลลิเกเตอร์ จัดเป็นปลาล่าเหยื่อและเป็นปลากินเนื้อ ทำให้เมื่อหลุดลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ มันจะออกล่าสัตว์ท้องถิ่นกินเป็นอาหาร แม้จะหลุดไปในปริมาณหลายร้อยตัว ก็อาจไม่ได้ส่งผลกระทบขั้นรุนแรง หรือเป็นปัญหาร้ายแรงระดับวิกฤต เนื่องจากในอดีตแหล่งน้ำในไทยก็เคยมีปลาขนาดใหญ่ลักษณะนี้อาศัยอยู่แล้ว


ปลาอัลลิเกเตอร์ไม่สามารถขยายพันธุ์หรือออกลูกในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยได้ เนื่องจากเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดจากอเมริกา ซึ่งต้องการสภาพอุณหภูมิและน้ำเย็นในการผสมพันธุ์ โดยส่วนใหญ่ปลาที่พบในไทยมักเป็นปลาที่ถูกนำเข้ามาตั้งแต่ตัวเล็กๆ เพื่อเลี้ยงในกลุ่มผู้ชื่นชอบการตกปลาหรือเลี้ยงปลาแปลก

นิสัยและความเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ความดุร้าย ปลาชนิดนี้มีนิสัยดุร้าย หากมีคนไปจับ ไปแหย่ หรือจับอย่างไม่ถูกวิธี อาจถูกกัดจนเกิดแผลเหวอะหวะได้ เนื่องจากมีฟันที่คม และมีปากขนาดใหญ่

ถิ่นอาศัย สามารถว่ายน้ำหาอาหารและอาศัยอยู่ได้ในสภาพน้ำทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำนิ่ง หรือบริเวณกอสวะ 


ข้อควรระวังเรื่องการรับประทาน แม้ยังไม่มีข้อสรุปยืนยันที่แน่ชัด แต่มีกระแสข่าวว่าเนื้อของปลาชนิดนี้อาจมีพิษ จึงไม่แนะนำให้นำมารับประทาน

สำหรับประชาชนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องตื่นตกใจจนเกินไป หากพบเห็นสามารถดำเนินการจับได้หลายวิธี เช่น ใช้ตาข่ายหรืออวนขนาดใหญ่ในการดักจับ ใช้อุปกรณ์ยิงปลา หรือปืนฉมวก แบบที่ชาวบ้านใช้ยิงปลาตามสะพาน

หากปล่อยไว้ตามธรรมชาติ ในที่สุดกระแสน้ำพัดพามันลงสู่ทะเล มันก็จะไม่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ในน้ำเค็ม แต่ในระหว่างนี้อาจมีบางส่วนหลงเหลืออยู่ตามแม่น้ำลำคลองบ้าง ซึ่งสามารถจับออกตามความเหมาะสม