กลุ่มฮูตี โจมตีสนามบินใน ซาอุดีอาระเบีย “นักวิชาการ” มองวัดใจ “อเมริกา” ศึกรอบด้าน จะกระโดดเข้ามาช่วยซาอุฯ แค่ไหน ด้านเกาะในทะเลแดง ยุทธศาสตร์สำคัญ สุ่มเสี่ยงสงครามยืดเยื้อ คาดไทยสะเทือนราคาน้ำมันพุ่ง-สินค้าส่งออกไปยุโรปสะดุด


เหตุโจมตีอาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาติคิงคาลิด ในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน และบาดเจ็บ 309 คน รวมถึงชาวอเมริกัน 1 คน ด้านพันธมิตรทางทหารที่นำโดยซาอุดีอาระเบียกล่าวหากลุ่มฮูตีในเยเมนอยู่เบื้องหลัง พร้อมประกาศจะตอบโต้ ขณะที่หลายประเทศเตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงสนามบิน ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคที่ทวีความ


กลายเป็นประเด็นร้อนระอุสะเทือนความมั่นคงและเศรษฐกิจระดับโลก เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง จากการที่กลุ่มฮูตี ในเยเมนเปิดฉากโจมตีเป้าหมายสำคัญในซาอุดีอาระเบียอย่างรุนแรง ถอดรหัสสาเหตุ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง ท่าทีของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบที่จะส่งตรงถึงกระเป๋าเงินคนไทย

        

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ คุยกับ รศ.ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ชนวนเหตุการณ์โจมตีครั้งล่าสุด เกิดจากการโต้ตอบทางทหารของกลุ่มฮูตี ต่อปฏิบัติการทางอากาศของซาอุดีอาระเบียในเยเมน ซาอุฯ ได้ให้การสนับสนุนกองทัพรัฐบาลเยเมน เพื่อยึดคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์และผลักดันกลุ่มฮูตีกลับไปยังฐานที่มั่นเดิม ส่งผลให้กลุ่มฮูตีตอบโต้ด้วยการยิงโดรน และขีปนาวุธพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุฯ


ความขัดแย้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซาอุฯ เคยเปิดฉากถล่มกลุ่มฮูตีในเยเมนมาตั้งแต่ปี 2015 ต่อมาในช่วงปี 2019–2020 กลุ่มฮูตี เริ่มพัฒนาศักยภาพการสู้รบและโต้ตอบกลับเข้ามาในดินแดนซาอุฯ โดยพุ่งเป้าไปที่สนามบินและโครงสร้างพลังงานเช่นเดียวกัน แม้หลังจากนั้นช่วงปี 2020–2022 ซาอุฯ จะพยายามหาช่องทางพูดคุยข้อตกลงหยุดยิงเพื่อความสงบ จนกระทั่งมีการทำข้อตกลงหยุดยิงจริงในปี 2022 ซึ่งยอมให้กลุ่มฮูตียึดครองเมืองหลวงซานอา และเมืองท่าโฮไดดาห์ ไว้ได้ แต่ในรอบนี้สถานการณ์ซ้ำรอยเดิมและมีแนวโน้มรุนแรงกว่าเดิม


 

เกาะสำคัญในทะเลแดง ยุทธศาสตร์สุ่มเสี่ยงขยายตัวยืดเยื้อ


ความแตกต่างสำคัญในครั้งนี้ที่ทำให้ซาอุฯ ยอมไม่ได้ และคาดว่าการสู้รบจะยืดเยื้อ มาจากปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ทางทะเล การรุกคืบยึดพื้นที่และเกาะสำคัญ กลุ่มฮูตีไม่ได้หยุดอยู่แค่เมืองหลวง แต่ได้รุกคืบเข้ายึดเมืองท่า และเกาะกลางทะเลแดง เช่น เมืองมอคค่า, ตูบับ และเกาะกลางทะเลแดง


สมรภูมิช่องแคบบับเอลมันเดบ โดยเกาะกลางทะเลแดงเหล่านี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มองเห็นไปถึงช่องแคบบับเอลมันเดบ หากกลุ่มฮูตียึดครองพื้นที่นี้ได้ จะทำให้มีอิทธิพลในการคุมเส้นทางเดินเรือหลักในทะเลแดง



 ช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง ซาอุฯ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาเส้นทางเดินเรือทางทะเลแดงในการส่งออกน้ำมัน การที่ฮูตียึดเกาะและพื้นที่ชายฝั่งจึงเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ซาอุฯ จึงต้องจับมือกับพันธมิตร เช่น ตุรกี และปากีสถาน ตามข้อตกลงมักกะฮ์ เพื่อสนับสนุนกองทัพเยเมนผลักดันฮูตีถอยกลับไป ทำให้การสู้รบยากจะสงบลงในเร็ววัน



ของอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ามาช่วยซาอุฯ หรือไม่?


แม้อเมริกาจะแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนซาอุฯ ในฐานะพี่ใหญ่แห่งตะวันออกกลาง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า สหรัฐฯ จะไม่ส่งกำลังทหารเข้ามาร่วมทำสงครามโดยตรง ด้วยเหตุผลดังนี้


1. การเมืองภายในสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญกับการเลือกตั้งกลางเทอม สงครามในตะวันออกกลางเป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และเคยทำให้คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงอย่างหนัก


2. วิกฤตมนุษยธรรม สหประชาชาติ (UN) เคยระบุว่าสงครามเยเมนสร้างวิกฤตมนุษยธรรมที่ร้ายแรงที่สุด สหรัฐฯ จึงต้องระวังภาพลักษณ์ในฐานะมหาอำนาจ


3. ขอบเขตการช่วยเหลือ สหรัฐฯ จะช่วยในลักษณะการสนับสนุนด้านข่าวกรอง (Intelligence) ส่งทีมที่ปรึกษา หรือขายระบบอาวุธมากกว่า


4. ความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์ หากสหรัฐฯ เมินเฉยไม่ช่วยเลย ซาอุฯ อาจสูญเสียความไว้วางใจและหันไปพึ่งพาอำนาจอื่น สหรัฐฯ จึงตกอยู่ในภาวะตัดสินใจลำบาก แต่แนวโน้มหลักคือจะไม่เอาตัวเข้าไปพัวพันกับการสู้รบตรงๆ


ผลกระทบต่อประเทศไทย ราคาน้ำมันและการขนส่งสินค้า


หากวิกฤตครั้งนี้ยืดเยื้อ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างใน 2 มิติหลัก


1. ผลกระทบด้านพลังงานและราคาน้ำมัน


วิกฤตซัพพลายและราคาพุ่ง เมื่อเกิดความไม่สงบใน 2 ช่องแคบสำคัญพร้อมกัน ฮอร์มุซ และ บับเอลมันเดบ จะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ไทยจะนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นหลัก ซึ่ง UAE มีเส้นทางส่งออกที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง ทำให้ไทยอาจยังไม่เจอปัญหาขาดแคลนน้ำมันดิบในทันที


แต่ภาระราคาเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน ราคาตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นจะดันให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นตาม กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม


2. ผลกระทบด้านการขนส่งสินค้า และการค้าต่างประเทศ


เส้นทางสายเลือด ยุโรป-เอเชีย ถูกตัดขาด ทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบเป็นเส้นทางเดินเรือหลักในการส่งออกสินค้าจากไทยและเอเชียไปยุโรป ความเสี่ยงจากการสู้รบทำให้เรือสินค้าต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป แอฟริกาใต้ ส่งผลให้ระยะเวลาขนส่งนานขึ้น ค่าระวางเรือแพงขึ้น และค่าประกันภัยการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล


ความสัมพันธ์ทางการค้าและนักท่องเที่ยวซาอุฯ หลังจากไทยฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้ากับซาอุดีอาระเบีย มีนักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนและค้าขายจำนวนมาก รวมถึงการคาดหวังรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ที่เดินทางมาไทย หากความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบต่อแผนพัฒนาประเทศ “Vision 2030” ของซาอุฯ ก็อาจส่งผลกระทบสะเทือนมาถึงภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


สงครามการโจมตีซาอุฯ ในรอบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความขัดแย้งท้องถิ่นในเยเมน แต่เป็นการแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์เกาะกลางทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและสินค้าของโลก หากซาอุฯ ไม่สามารถเจรจาจบศึกได้ในเร็ววัน วิกฤตราคาน้ำมันและค่าขนส่งสินค้าพุ่งสูง จะกลายเป็น “คลื่นความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ” ที่คนไทยต้องเตรียมรับมืออย่างใกล้ชิด