ดีอี ผนึก Google ยกระดับ “TH-AI Passport” สู่ AiPASS 2.0 เปิดสิทธิ์ Gemini Enterprise 500,000 สิทธิ์ หนุนคนไทยใช้ AI ทำงานจริง
วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวแถลงข่าว “โครงการ TH-AI Passport สู่ AiPASS 2.0” โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ โถงชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (อาคารซี) แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ตั้งแต่เปิดตัวมีคนเข้าใช้งานและเพิ่มเติมความรู้มากกว่า 3.1 ล้านครั้ง ถือเป็นห้องเรียนด้านเอไอที่ใหญ่ที่สุดในไทย มีคนที่เข้ามาเรียนจนจบคอร์สประมาณ 73% พบว่าคนไทยเข้ามาเรียนรู้คอร์สเอไอ โดยเกินครึ่งมาเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับการสร้างพื้นฐานรู้เท่าทันเอไอ ประมาณ 54% ส่วนรองลงมาเป็นการคอร์สในการนำเอไอไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีการมอบใบประกาศให้คนที่เข้ามาอบรม โดยมอบไปแล้วกว่า 2.5 แสนใบ หรือคิดเป็น 22 % ของหลักสูตรที่คนเข้ามาแล้วเรียนจบคอร์ส และมีผู้ที่อายุเกิน 55 ปี เข้ามาเรียน นั่นแสดงว่าเรื่องเอไอ ไม่ใช่เรื่องที่จำกัดเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่างเดียว
ตลอดระยะโครงการมีผู้เข้าใช้จริงกว่า 745,671 คน และมีคนไทยที่ใช้คำสั่งไปแล้วกว่า 17.3 ล้านคำสั่ง ซึ่งคำสั่งไม่ใช่แค่การแชตอย่างเดียว แต่มีการสร้างภาพ วิดีโอ เพลง และค้นคว้าเชิงลึก มีการใช้โมเดลกว่า 14 ค่ายชั้นนำ กว่า 30 โมเดล เลยทำให้คนที่เข้ามาจะรู้แล้วว่าคำสั่งประเภทไหนที่เหมาะกับงานที่ต้องการ ขณะเดียวกัน 3 ใน 4 คำสั่งที่เลือกใช้ในโมเดลระดับสูง ที่ถ้าสมัครเองต้องจ่ายเงินไม่ต่ำกว่าเดือนละ 700 – 800 บาท ซึ่งนี่คือวัตถุประสงค์ของโครงการในการลดช่องว่างการเข้าถึงเอไอของคนไทย
แม้ตอนนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ 1.57 ล้านคน และเหตุผลที่คนเข้าใช้ไม่มาก มาจากระบบที่เราต้องแก้ไขหลังบ้าน เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น และผู้ที่เข้าใช้ประมาณ 1 ใน 7 ประกอบอาชีพเป็นฟรีแลนซ์ และเจ้าของกิจการ ที่จะนำสู่การต่อยอด ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 1 เดือน ซึ่งเดิมเราตั้งใจจะจัดสรรสิทธิกระจายให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าใช้ แต่เมื่อหารือกันก็ตัดสินใจว่าให้ทุกภาคส่วนเข้าใช้พร้อมกัน ผู้เข้าใช้งานตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าจะส่วนใหญ่มีความรู้ระดับกลาง
เปิดผลผู้ใช้งาน 3 ระดับ ใช้งาน AI Passport
พาขวัญ วงศ์พลทวี ผู้บริหารจากบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด กล่าวถึงการทำ โครงการ TH-AI Passport ว่า วันนี้เรามีโรดแมพในการก้าวไปสู่ AiPASS 2.0 ซึ่งจาก AI Passport ที่เป็นผู้เริ่มต้น ไปสู่ผู้ประกอบการที่เป็นมืออาชีพ เป้าหมายโครงการต้องการยกระดับความรู้เอไอของคนไทย ผ่านห้องเรียนการเรียนรู้ เพื่อให้เรียนและได้เครื่องมือไปใช้ และก่อให้เกิดความเพลิดเพลินในการใช้งาน ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
ขั้นผู้เริ่มต้น กลุ่มนี้ต้องการจะเรียนรู้ และนำเครื่องมือระดับโปรโมเดล ไปฝึกฝนในการใช้งาน ซึ่งเมื่อดำเนินโครงการพบว่ากลุ่มผู้ใช้งานระดับต้นมีสัดส่วนใกล้เคียงกับผู้ใช้งานระดับกลาง โดย AiPASS — AI Multi-Model รวม AI โมเดลชั้นนำกว่า 30 โมเดลในที่เดียว พร้อมอัปเดตฟีเจอร์เพิ่มเติม ได้แก่ การเลือกโมเดลอัตโนมัติ (Auto model) และการสร้างไฟล์ Word และ Excel และทำการอัปเดตโมเดลรุ่นล่าสุดอย่างต่อเนื่อง
ขั้นระดับกลาง AiPASS x Gemini Enterprise - AI Agent ที่ลงมือทำให้ ทำงานต่อเนื่องในเครื่องมือที่ใช้อยู่แล้ว อาทิ การเชื่อม อีเมล ปฏิทิน และไฟล์ โดยผู้เรียนบน AiPASS ที่มีคะแนนการเรียนครบ 1,000คะแนน สมัครรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด และเริ่มใช้งานวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569
ขั้นนักพัฒนา AiPASS x Developer route - จากผู้ใช้ สู่ผู้สร้าง เริ่มเดือนมกราคม 2570 พร้อม APIสำหรับนักพัฒนา และ Bootcamp ระดับภูมิภาค เพื่อสร้างโซลูชันจริงกับพันธมิตรระดับโลก
สำหรับประสบการณ์จากผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ได้ถ่ายทอดความเห็นออกมาว่า กลุ่มเริ่มต้นใช้วิธีการถามตอบก่อน เช่น พ่อรายหนึ่งช่วยทำแบบฝึกหัดการบ้านของลูก
ตัวอย่างต่อมา ผู้เริ่มต้นท่านหนึ่ง สร้างเกมด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเลย และสามารถแชร์ลิงก์ให้กับเพื่อนๆ ได้ ส่วนผู้ใช้งานอีกท่านอยากมีความรู้เรื่องแผนที่ เลยทำการค้นคว้าเชิงลึก และสร้างเนื้อหา เพื่อสร้างความคิดสร้างสรรค์ ส่วนอีกเคส นำไปทำแอนิเมชัน แล้วสร้างวิดีโอแมวมังกร โดยไม่มีพื้นฐาน แต่สิ่งที่ต้องมีสำหรับผู้ใช้คือ การมีทักษะในการสั่งงาน และเข้าใจทักษะว่าเอไอแต่ละประเภททำงานอย่างไร
ส่วนอีกตัวอย่างผู้ใช้งานระดับกลาง สร้างเกมโดยไม่ต้องเขียนโค้ด สร้างแผนที่เกม แต่อยากให้เอไอต่อเข้าโปรแกรมได้โดยตรง โปรแกรม mcp หรือ ผู้ใช้งานสายโรงแรมท่านหนึ่ง นำเอไอไปช่วยตั้งแต่รีวิวลูกค้า สร้างแคมเปญ และทราบว่าโมเดลไหนเหมาะกับงานอะไร
ด้านระดับมืออาชีพ เป็นช่างปั้นมากว่า 30 ปี ใช้คำสั่งสั้นๆ แล้วพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันของตัวเองได้ เพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
หลังจากเปิดให้ใช้งาน AI Passport เวอร์ชัน 1.0 มาเป็นเวอร์ชัน 2.0 โดยผู้ที่เรียน AI Passport วันนี้จะได้รับสิทธิ์ใช้งาน Gemini Enterprise ฟรีจำนวน 5 แสนสิทธิ์ โดยจะมี AI Agent กว่า 100 ตัว ที่จะให้ทุกท่านนำไปใช้
แต่การให้ได้มาของสิทธิ์ Gemini Enterprise ของ AiPASS 2.0 คือต้องเรียนสะสมคะแนนให้ครบ 1,000คะแนน ถึงจะได้สิทธิ์ Gemini Enterprise ใช้ฟรี 10 เดือน ระยะเวลาขอรับสิทธิ์เริ่มตั้งแต่วันนี้ (9 ต.ค.-2พ.ย. 69) หากใครยังไม่สมัครอยากเชิญชวนให้สมัครตั้งแต่วันนี้
คุณสมบัติ Gemini Enterprise ของ AiPASS 2.0
สำหรับ Gemini Enterprise ของ AiPASS 2.0 นายสรุจ ทิพเสนา Country Manager Google Cloud ประจำประเทศไทย อธิบายว่า Gemini Enterprise เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Gemini โดยเอไอโมเดลที่อยู่ในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ จะมีความสามารถเหมาะกับการนำไปใช้ทำงานด้านธุรกิจ มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่ากับองค์กรต่างๆ
โดย Gemini Enterprise จะมี AI Agent ที่มีกระบวนการคิดวางแผนทำงานแทนคนได้ โดยคนเพียงสั่งงาน แล้วมนุษย์ค่อยมาตรวจอีกที และสามารถเชื่อมต่อกับเอกสารได้อย่างถาวร โดยสามารถสั่งให้เอไอทำงานบนไฟล์ได้ โดยไม่ต้องแปลงไฟล์หรือสลับไฟล์ไปมา ตัวอย่างเช่น เซฟงานไว้ในกูเกิลไดรฟ์ แล้วสั่งให้ AI Agent ทำงานบนกูเกิลไดรฟ์แบบอัตโนมัติ
ขณะเดียวกัน AI Agent ยังสามารถมีลูกน้องทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น โดยผู้สั่งงานสามารถสั่งให้ทำงานแบบเจาะลึกได้ ซึ่งจะเป็นเหมือนทีมงานเสมือนที่ทำงานให้กับเราพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน และสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่มากกว่าแชตบอต เช่น ถ้าต้องการทำงานแล้วใช้กูเกิลเสิร์ช มาประกอบ AI Agent จะทำงานเสิร์ชแทนเรา แล้วเอาผลมาทำงานต่อได้
และ AI Agent สามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติ โดยสามารถสั่งงานโดยที่เราไปนอน เมื่อตื่นมาก็สามารถตรวจงานที่เอไอทำให้ได้
ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลหรือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการใช้งานได้ที่ Call Center โทร. (02) 021-0300 อีเมล aipass@bde.go.th หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ aipass.go.th


