“เหมือนขาดหางเสือ” เสียงสะท้อนคนในพื้นที่ หลังปลดฟ้าผ่า “นายอำเภอบ้านสร้าง” จ.ปราจีนบุรี ทั้งที่น้ำยังไม่หายท่วม ตอนนี้ยิ่งประสานงานยาก ชาวบ้านต้องช่วยกันเอง พระไม่มีอาหารฉัน ชาวบ้านต้องลุยน้ำไปตลาดทำอาหารถวายพระ
กลายเป็นประเด็นร้อน หลังมีรายงานปลดฟ้าผ่า นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีการเปิดเผยเมื่อวาน (7 ต.ค. 69) ว่า นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง เรื่อง ให้ข้าราชการช่วยราชการ ให้ นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ ตำแหน่งนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ณ วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการประจำ มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 5พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
เมื่อคำสั่งดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อ ก็ถูกตั้งข้อสังเกตโยงกับการเมือง และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีคำสั่งก่อนเกษียณอายุราชการ ล่าสุดวันนี้ (8 ต.ค.69) นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงกรณีการทำหนังสือถึงส่วนกลางเมื่อวันที่ 30กันยายนที่ผ่านมา เพื่อขอปรับย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่ โดยระบุว่าเป็นการตัดสินใจหลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วน จากปัญหาการทำงานสะสมมาระยะหนึ่ง เพราะในช่วงน้ำท่วม เห็นได้ชัดว่าขาดภาวะผู้นำและการประสานงาน ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งมานานถึง 4 ปี แต่ไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และเพื่อนร่วมงานได้ แถมยังใช้อารมณ์และคำพูดไม่เหมาะสม
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นคำถามของชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี แม้ปีนี้น้ำจะท่วมสูงกว่าปี54 แต่การปลดนายอำเภอบ้านสร้าง กลางสถานการณ์ที่น้ำท่วมหนักยังรอการฟื้นฟู
เสียงสะท้อนคนในพื้นที่ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี
ท่ามกลางข้อสงสัยการปลดฟ้าผ่า นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ ตำแหน่ง นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้พยายามสอบถามแหล่งข่าวในพื้นที่ โดยมีการให้ข้อมูลของข้าราชการระดับสูงท่านหนึ่งในพื้นที่ว่า ผู้ว่าได้เซ็นคำสั่งล่วงหน้าย้ายวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา และคาดว่า ผู้ว่าฯ กับนายอำเภอ น่าจะมีปัญหาในเรื่องของขยะที่กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการปราศรัยกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน เรื่องขยะพิษที่กบินทร์บุรี ที่อาจโยงกับเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ
ด้านแหล่งข่าวอีกท่านในพื้นที่ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ระบุว่า นายเสฏฐวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง เริ่มเป็นประเด็นกับผู้ใหญ่ในจังหวัด เมื่อแสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับโรงงานขยะที่มีสารพิษของชาวจีนที่เข้ามาในจังหวัดปราจีนบุรี เพราะนายอำเภอมีการประกาศให้ชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า ให้ถ่ายภาพพื้นที่รกร้างของตนเองไว้ เพราะถ้ามีการนำขยะพิษมาทิ้งจะได้มีภาพยืนยันเพื่อเปรียบเทียบเอาผิดกับผู้ที่มาทิ้ง ซึ่งได้แนะนำคนในชุมชนให้มีการป้องกันไว้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่าการที่นายอำเภอบ้านสร้าง ถูกปลดจากตำแหน่งฟ้าผ่า เนื่องจากไม่สามารถจัดการเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่ได้ แหล่งข่าวมองว่า ท่านนายอำเภอได้วางแนวทางป้องกันตั้งแต่ก่อนที่น้ำจะท่วม แต่น้ำที่มารอบนี้หนักมาก เมื่อเทียบกับน้ำท่วมในปี 54 ซึ่งนายอำเภอได้เตือนว่าปีนี้น้ำจะมามากกว่าทุกปี เพราะแกอยู่มา 4 ปี ก็พอรู้ว่าพื้นที่เป็นอย่างไร
พอน้ำปีนี้เริ่มเข้าท่วมในอำเภออื่น นายอำเภอก็ประกาศเตือนชาวบ้านให้เตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูง เพราะถ้ารอน้ำมาจะยกของช่วยกันไม่ทัน อย่างกรณีที่มีการเผยแพร่ในโลกโซเชียลว่าส่งข้าวกล่องมา แล้วจะทำการแจกในอีกวัน ข้อเท็จจริงในพื้นที่ไม่มีเรื่องเหล่านั้น
น้ำท่วมใน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ปีนี้น้ำมาเร็ว และท่วมสูงไปถึงระดับเอวภายใน 3 วัน ต่อให้มีการป้องกันบ้านด้วยกระสอบทรายแต่ก็เอาไม่อยู่
ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าวันงานเลี้ยงเกษียณผู้ว่าฯ นายอำเภอไม่ได้ไปงานเลี้ยง เป็นเพราะช่วงวันนั้นน้ำท่วมหนักถึงระดับเอว เลยทำให้นายอำเภอไม่สามารถออกไปงานเลี้ยงได้ เพราะต่อให้มีรถใหญ่ แต่ถนนส่วนใหญ่ก็ท่วมหมดแล้ว ซึ่งวันที่นายกฯ อนุทิน มาในเมืองปราจีนบุรี ท่านนายอำเภอก็รออยู่ที่ศูนย์อพยพที่อำเภอบ้านสร้าง เลยทำให้นายอำเภอไม่ได้ไปรับนายกฯ ที่ตัวเมืองปราจีนบุรี แต่สุดท้ายท่านนายกฯ ไม่ได้มาที่ศูนย์อพยพที่อำเภอบ้านสร้าง เลยไม่ได้เจอกับนายอำเภอที่รออยู่ เพราะถ้านายกฯ เดินทางมาอำเภอบ้านสร้าง ก็จะต้องเดินทางกลับดึก เพราะถนนเกือบทุกสายตอนนั้นน้ำท่วมหมดแล้ว
การที่ปลดนายอำเภอบ้านสร้าง แบบฟ้าผ่า ชาวบ้านในพื้นที่ก็รู้สึกไม่เห็นด้วย แต่อีกมุมหนึ่งก็ใกล้ถึงคราวที่ต้องโยกย้ายนายอำเภอ เพราะท่านก็อยู่ที่นี่เข้าปีที่ 5 แต่ถ้าย้ายควรรอให้หลังจากหมดน้ำท่วมก่อน ไม่ใช่ในพื้นที่น้ำก็ยังไม่หายท่วม แล้วชาวบ้านก็ยังไม่ได้ฟื้นฟูบ้านเลย
ขณะที่ศูนย์บัญชาการน้ำท่วมของนายอำเภอก็ถูกน้ำท่วม เพราะวันนี้ 8 ต.ค.69 ไปตระเวนดูในอำเภอบ้านสร้าง มีเพียงตลาดกับปั๊มน้ำมันที่น้ำไม่ท่วม นอกนั้นโดนน้ำท่วมล้อมไว้หมด โดยเฉพาะสถานที่ราชการ น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งใหญ่ของอำเภอบ้านสร้าง ในรอบ 14 ปี
สำหรับขวัญกำลังใจของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง หลังจากมีคำสั่งปลดนายอำเภอ ชาวบ้านหลายคนก็ใจไม่ดี เพราะในช่วงน้ำท่วม พอไม่มีระดับหัวหน้าของส่วนราชการ ก็จะประสานงานอะไรลำบาก ตอนนี้ก็เลยพยายามช่วยกันเอง ถ้าบ้านไหนน้ำลดลงแล้ว ก็ไปช่วยบ้านที่ยังน้ำท่วมอยู่ เพราะปีนี้ต้องยอมรับว่าอำเภอบ้านสร้าง น้ำท่วมหนักกว่าทุกปี ถึงขนาดพระที่วัดต้องออกมาขอความช่วยเหลือทั้งที่บ้านเราน้ำก็ท่วมสูง ต้องฝ่าน้ำท่วมไปตลาดเพื่อทำอาหารไปถวายพระตอนเช้า
“ชาวบ้านในพื้นที่เหมือนเรือที่ขาดหางเสือ หลายคนเคว้งคว้าง ตอนนี้เราก็เลยพยายามช่วยกันเองก่อน ซึ่งชาวบ้านก็ต้องอาศัยคอนเนกชั่นส่วนตัว ในการขอความช่วยเหลือเป็นหลักตอนนี้”
อยากจะบอกผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่สั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างว่า เราไม่เห็นด้วย เพราะถ้าย้ายควรเซ็นคำสั่งประมาณเดือน พ.ย.นี้ รอให้น้ำลดลงก่อน เพราะการบริหารจัดการในพื้นที่ช่วงนี้ควรจะต่อเนื่อง พอเป็นอย่างนี้การบัญชาการมันยากขึ้น แล้วทีนี้ชาวบ้านก็ต้องรับเคราะห์ต่อไปอีก
สิ่งที่อยากบอกกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองตอนนี้คือ อยากให้มาช่วยประชาชนในอำเภอบ้านสร้าง โดยเฉพาะการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เพราะตอนนี้ขยะต่างๆ เต็มไปหมด โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่ที่ถูกน้ำท่วม ชาวบ้านไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้


