เตือนระวังงู โผล่หลังน้ำท่วม เมื่อสัตว์มีพิษ-งู หนีตายซุกซ่อนตามบ้านเรือน เปิดทริคเอาตัวรอดจากผู้เชี่ยวชาญ ชี้จุดเสี่ยงที่ต้องระวัง เปิดความเชื่อผิด สีผิวของงู ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นงูพิษ
สถานการณ์น้ำท่วมไม่เพียงแต่นำความเดือดร้อนมาสู่บ้านเรือนและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่มักพบปัญหาเรื่องสัตว์มีพิษ โดยเฉพาะงูที่ต้องหนีน้ำขึ้นมาหลบซ่อนตามชุมชนและอาคารบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก
ทีมงานเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง จ.ส.ต. ภิญโญ พุกภิญโญ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญการ ประจำ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน เพื่อขอคำแนะนำและแนวทางการรับมืออย่างถูกวิธี
เปิดจุดเสี่ยงงูพิษซุกตัวช่วงน้ำท่วม
จ.ส.ต. ภิญโญ เปิดเผยว่า แม้สัตว์มีพิษโดยทั่วไปจะน่ากลัวทุกชนิด แต่ในช่วงน้ำท่วมควรระมัดระวังเป็นพิเศษกับกลุ่มงูมีพิษที่มักอาศัยอยู่ตามพื้นที่ชุมชนและรอบนอก เช่น งูเห่า และงูเขียวหางไหม้
งูเหล่านี้มักอาศัยอยู่ตามพื้นที่เดิมที่คุ้นเคย เช่น ท่อระบายน้ำ ใต้ถุนบ้าน หรือบ้านยกสูงที่มีกองสิ่งของและเศษวัสดุจำนวนมาก เมื่อน้ำท่วมสูงขึ้น งูจำเป็นต้องหนีน้ำขึ้นมาหายใจและมักจะมาหลบซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ เช่น กองผ้าหรือกองเศษวัสดุที่ลอยมากับน้ำ
ในแต่ละบ้านสามารถสังเกตความเสี่ยงได้เบื้องต้น เพราะโดยทั่วไปเจ้าของบ้านมักจะพอรู้ว่าบ้านตนเองเคยมีงูหรือเคยเจองูมาก่อนหรือไม่ หากบ้านไหนเคยมีประวัติเจองู แสดงว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีโอกาสเจอซ้ำได้อีก
ข้อควรระวังเมื่อพบเจองู
หากพบงูในระยะไกล ควรหลีกเลี่ยงและออกห่างทันที หากมีความจำเป็นต้องขนย้ายสิ่งของในช่วงน้ำท่วม ต้องใช้ความระมัดระวังสูงและต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่า มีสัตว์มีพิษแอบซ่อนอยู่หรือไม่
สำหรับความเชื่อเรื่องสีผิวของงู หรือลักษณะผิวเพื่อแยกงูมีพิษและไม่มีพิษนั้นไม่ถูกต้อง ให้สังเกตจากพฤติกรรมหรือลักษณะเฉพาะตัวแทน เช่น การฟังเสียงของงูอย่างงูเห่าจะมีเสียงขู่ แผ่แม่เบี้ยและมีลายดอกจันที่ด้านหลัง
ต้องระวังพฤติกรรมการโผล่หัวของงู เนื่องจากงูไม่สามารถอาศัยอยู่ใต้น้ำได้นานและต้องขึ้นมาหายใจ ทำให้มักจะโผล่หัวขึ้นมาบริเวณรูท่อระบายน้ำหรือจุดที่เป็นรูท่อต่างๆ แม้ว่างูจะมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่แต่ก็ยังสามารถโผล่หัวขึ้นมาได้ รวมถึงบริเวณโอ่งน้ำรอบบ้าน จึงต้องสังเกตและระมัดระวังบริเวณจุดเหล่านี้เป็นพิเศษ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อเจองู
เมื่อพบเจองู ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้ การพยายามรื้อ ค้น หรือขยับเขยื้อนสิ่งของบริเวณที่อาจเป็นที่หลบซ่อน เพราะอาจทำให้งูตกใจและถูกกัดได้ง่าย
หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงและหลีกเลี่ยงการไปรื้อ ไปค้น ไปคุ้ย ไปยกสิ่งของต่างๆที่เสี่ยงต่อการถูกงูหรือสัตว์มีพิษกัด
ข้อปฏิบัติเมื่อถูกงูกัดและการขอความช่วยเหลือ
หากพบงูเข้าบ้านหรือต้องการความช่วยเหลือในการจับสัตว์มีพิษ สามารถติดต่อได้ตลอด 24ชั่วโมงที่หมายเลข 199 ของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหรือประสานงานกับหน่วยงานเทศบาลในพื้นที่ทันที
ในกรณีถูกงูกัดช่วงน้ำท่วม ไม่ต้องเสียเวลาหรือกังวลกับการตามหาตัวงู สามารถถ่ายรูปเก็บไว้ได้หากทำได้ทัน แต่ไม่ต้องเสียเวลาติดตามจับ เนื่องจากงูจะหนีไปได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนที่สุดคือ การรีบเดินทางไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยสามารถโทรศัพท์ประสานขอความช่วยเหลือด้านการเดินทางได้ที่หมายเลข 1669
นอกจากงูแล้ว ในช่วงน้ำท่วมยังต้องระมัดระวังสัตว์มีพิษอื่นๆ เช่น แมงป่อง และตะขาบ ที่หนีน้ำมาเช่นเดียวกัน โดยควรใช้ความระมัดระวังในระดับเดียวกันเพื่อความปลอดภัยสูงสุด